Coincidence co.,ltd

Coincidence co.,ltd ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Coincidence co.,ltd, Bangkok.

โกโก้ สุดยอดคุณประโยชน์ ดีต่อสุขภาพยังไง ไปดู!!เชื่อกันว่าโกโก้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกโดยอารยธรรมมายาในอเมริกากลาง และถูกนำกล...
20/06/2024

โกโก้ สุดยอดคุณประโยชน์ ดีต่อสุขภาพยังไง ไปดู!!

เชื่อกันว่าโกโก้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกโดยอารยธรรมมายาในอเมริกากลาง และถูกนำกลับไปยุโรปโดยนักเดินเรือชาวสเปนในศตวรรษที่ 16 และกลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วในฐานะยาเพื่อสุขภาพ ปัจจุบันมีการวิจัยว่าโกโก้มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ดังนี้
1. สารต้านอนุมูลอิสระสูง
โกโก้เป็นแหล่งของฟลาโวนอยด์ (flavonoids) โดยเฉพาะสารแอนโธไซยานินและฟลาโวนอล สารเหล่านี้ช่วยในการป้องกันความเสียหายของเซลล์จากอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจและโรคมะเร็ง
2. ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด
ฟลาโวนอยด์ในโกโก้มีผลดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยสามารถช่วยลดความดันโลหิต ปรับปรุงการไหลเวียนของเลือด และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ
3. เพิ่มความสุขและลดความเครียด
โกโก้มีสารที่ช่วยในการกระตุ้นการหลั่งสารเอนดอร์ฟินและเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ช่วยในการปรับปรุงอารมณ์ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและลดความเครียด
4. ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก
โกโก้มีเส้นใยอาหารที่ช่วยในการควบคุมความหิวและส่งเสริมการย่อยอาหารที่ดีขึ้น เมื่อบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมและไม่เติมน้ำตาล
5. ปรับปรุงการทำงานของสมอง
ฟลาโวนอลในโกโก้ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ซึ่งสามารถปรับปรุงการทำงานของสมอง รวมถึงความจำและความสามารถในการเรียนรู้
6. ช่วยในเรื่องของผิวพรรณ
สารต้านอนุมูลอิสระในโกโก้สามารถช่วยป้องกันความเสียหายของผิวจากแสงแดดและมลภาวะ ทำให้ผิวพรรณดูสุขภาพดีและชะลอการเกิดริ้วรอย
7. ลดการอักเสบ
โกโก้มีสารที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ เช่น โรคข้ออักเสบ
8. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ฟลาโวนอยด์ในโกโก้สามารถช่วยปรับปรุงการทำงานของอินซูลิน ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวาน
9.ดีต่อสุขภาพของลำไส้
สารประกอบในโกโก้ เช่น โพลีฟีนอล สามารถทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติก ซึ่งเป็นอาหารสำหรับแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ พรีไบโอติกช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่ดีและปรับสมดุลของไมโครไบโอม
การบริโภคโกโก้ให้ได้ประโยชน์สูงสุดควรคำนึงถึงปริมาณและรูปแบบที่บริโภค เพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการบริโภคน้ำตาลหรือไขมันเกินไป นี่คือวิธีการทานโกโก้อย่างเหมาะสม:
1. เลือกโกโก้ที่ไม่เติมน้ำตาลหรือสารเติมแต่ง
เลือกผงโกโก้แท้ 100% ที่ไม่มีการเติมน้ำตาลหรือสารเติมแต่งอื่น ๆ
หลีกเลี่ยงโกโก้ที่ผสมกับน้ำตาลมาก เช่น ช็อคโกแลตนม หรือเครื่องดื่มโกโก้ที่มีน้ำตาลสูง
2. ปริมาณที่เหมาะสม
การบริโภคผงโกโก้ในปริมาณเล็กน้อย เช่น 1-2 ช้อนโต๊ะต่อวัน ก็เพียงพอที่จะได้รับประโยชน์
หากเป็นช็อคโกแลต ควรเลือกช็อคโกแลตดำที่มีปริมาณโกโก้สูง (70% ขึ้นไป) และบริโภคในปริมาณเล็กน้อย เช่น 1-2 ชิ้นเล็กต่อวัน
ระมัดระวังในเรื่องของคาเฟอีน
• โกโก้มีปริมาณคาเฟอีน แม้ว่าจะน้อยกว่ากาแฟ แต่ควรระมัดระวังหากคุณมีความไวต่อคาเฟอีนหรือมีข้อห้ามทางการแพทย์

Credit

https://www.medicalnewstoday.com/articles/benefits-of-cocoa-powder
https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/2217
https://www.healthline.com/nutrition/cocoa-powder-nutrition-benefits
https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/cocoa-chocolate
www.chatgpt.com

#นำเข้าวัตถุดิบอาหาร #ขายวัตถุดิบอาหารให้โรงงาน

สวัสดีวันพระ สาธุ99 42 57 63 ครับ ^^
22/05/2024

สวัสดีวันพระ สาธุ99 42 57 63 ครับ ^^

จริงหรือไม่ !? วิตามินเอ ทำให้ทารกพิการ...       ผลการวิจัยในเรื่องของการพิการของทารก จากผู้หญิงตั้งครรภ์จำนวน 22,748 คน...
20/05/2024

จริงหรือไม่ !? วิตามินเอ ทำให้ทารกพิการ...

ผลการวิจัยในเรื่องของการพิการของทารก จากผู้หญิงตั้งครรภ์จำนวน 22,748 คน พบว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ได้รับวิตามินเอมาก วันละ 10,000 ไมโครกรัมRAE ต่อวัน ส่งผลให้ทารกในครรภ์พิการได้มากกว่าแม่ตั้งครรภ์ทั่วไป 3.7 เท่า หรือ 1 รายต่อ 57 ราย และยังระบุอีกว่ายิ่งรับวิตามินเอมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสทารกพิการได้มากขึ้นเท่านั้น

แต่หากไม่ได้รับเลยก็จะส่งผลเสียเช่นกัน เพราะ วิตามินเอ มีส่วนช่วยสร้างกระดูกและฟันของทารก ช่วยบำรุงรักษาเซลล์ชนิดบุผิวของอวัยวะต่างๆ ระบบการมองเห็น และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

“ปริมาณที่สตรีมีครรภ์ ต้องการ คือ 700 ไมโครกรัม RAE/วัน ไมโครกรัม“

ขออธิบาย “วิตามิน เอ” แบบพอสังเขปให้ทุกท่านเข้าใจสักเล็กน้อย โดยจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ

เรตินอล (Retinol): พบในอาหารจากสัตว์ เช่น ตับ ไข่แดง และผลิตภัณฑ์นม // ร่างกายสามารถใช้งานได้ทันที ไม่ต้องผ่านการแปลงสภาพ

แคโรทีนอยด์ (Carotenoids): พบในอาหารจากพืช เช่น เบต้าแคโรทีนที่มีอยู่ในผักและผลไม้ที่มีสีส้ม แดง และเหลือง เช่น แครอท ฟักทอง และมะละกอ // ร่างกายต้องแปลงสภาพแคโรทีนอยด์เป็นเรตินอลก่อนที่จะนำไปใช้งานได้ โดยใช้ไขมันเป็นตัวช่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม มีสารต้านอนุมูลอิสระ ดีต่อร่างกาย

ตัวอย่างปริมาณวิตามิน เอ ในอาหาร
อาหารจากสัตว์
- ตับวัว (100 กรัม): ประมาณ 9,442 ไมโครกรัม RAE
- ตับไก่ (100 กรัม): ประมาณ 3,270 ไมโครกรัม RAE
- น้ำมันตับปลา (1 ช้อนโต๊ะ): ประมาณ 1,350 ไมโครกรัม RAE
- ไข่ต้ม (1 ฟอง): ประมาณ 74 ไมโครกรัม RAE
- ชีสเชดดาร์ (100 กรัม): ประมาณ 265 ไมโครกรัม RAE

อาหารจากพืช (แหล่งของแคโรทีนอยด์)
- แครอทดิบ (128 กรัม): ประมาณ 1,069 ไมโครกรัม RAE
- มันเทศอบ (200 กรัม): ประมาณ 1,922 ไมโครกรัม RAE
- ผักโขมสุก (180 กรัม): ประมาณ 943 ไมโครกรัม RAE
- ฟักทองสุก (245 กรัม): ประมาณ 706 ไมโครกรัม RAE
- บร็อคโคลี่สุก (156 กรัม): ประมาณ 120 ไมโครกรัม RAE
- มะม่วงสุก (165 กรัม): ประมาณ 89 ไมโครกรัม RAE
- พริกหยวกแดงดิบ (150 กรัม): ประมาณ 198 ไมโครกรัม RAE

ปล. RAE (Retinol Activity Equivalents): หน่วยมาตรฐานที่ใช้ในการวัดปริมาณวิตามิน เอ ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้

หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อคุณแม่ทุกท่าน ไม่มากก็น้อยนะครับ

Credit :

https://cocorotokyo.com/vitamin-a-is-really-dangerous-for-pregnant-women-cocoro-tokyo/
https://birthdefectsresearch.org/pubs/vitamina.asp
https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/august-2020/millennial-mom-vitamins
https://chatgpt.com/
https://www.aptaclub.co.uk/pregnancy/diet-and-nutrition/key-vitamins-and-nutrients/vitamin-a-in-pregnancy.html

#นำเข้าวัตถุดิบอาหาร #ขายวัตถุดิบอาหารให้โรงงาน #จำหน่ายสารสกัดจากธรรมชาติ #สำหรับสตรีมีครรภ์ #ข้อควรระวัง

“การอดอาหาร” กับมนุษย์เรานั้นมีมาอย่างยาวนานเป็นพันปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศาสนา ลัทธิต่างๆ หรือ เพื่อสรีระร่างกายที่สวย...
16/05/2024

“การอดอาหาร” กับมนุษย์เรานั้นมีมาอย่างยาวนานเป็นพันปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศาสนา ลัทธิต่างๆ หรือ เพื่อสรีระร่างกายที่สวยงาม หรือแต่บางเหตุการณ์ก็มีนักเคลื่อนไหวทางการเมืองใช้การอดอาหารเพื่อประท้วง ฯลฯ ทาง Coincidence เราได้รวบรวมข้อมูลว่ามนุษย์เราสามารถอดอาหารได้กี่วัน มาแชร์ให้เพื่อนๆได้ทราบกันครับ

เมื่อคุณไม่รับประทานอาหารเป็นเวลานาน ร่างกายของคุณจะไม่ได้รับพลังงานที่จำเป็นเพื่อให้อวัยวะทำงานได้อย่างถูกต้อง โดยปกติร่างกายของคุณจะเปลี่ยนอาหารที่คุณกินเป็นกลูโคสซึ่งให้พลังงาน เมื่อคุณทานอาหารได้ไม่เพียงพอ ร่างกายของคุณจะเริ่มมองหาแหล่งอื่นที่สามารถเผาผลาญได้:

ระยะแรก - หลังจากไม่ได้รับประทานอาหารประมาณแปดชั่วโมง ร่างกายของคุณจะเริ่มสลายกลูโคสที่สะสมอยู่ใน”ตับและกล้ามเนื้อ” (ไกลโคเจน) เพื่อกระตุ้นให้อวัยวะทำงาน

ระยะกลาง - หลังจากที่ร่างกายของคุณใช้ไกลโคเจนจนหมด ซึ่งโดยปกติคือ 24 ชั่วโมงหลังจากกระบวนการเริ่มต้น ไกลโคเจนจะเริ่มใช้ "ไขมันที่สะสม" อยู่ในร่างกายของคุณเพื่อเป็นพลังงาน ซึ่งเป็นช่วงที่ปัญหาสุขภาพเริ่มรุนแรงขึ้น รวมถึงการลดน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญและเป็นอันตราย การทำงานของสมองลดลง เวียนศีรษะและเหนื่อยล้า

ระยะสุดท้าย – อาจต้องใช้เวลา1-2 เดือนในการเผาผลาญไขมันทั้งหมดที่สะสมอยู่ในร่างกายของคุณ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของร่างกาย แต่เมื่อร่างกายของคุณใช้ไขมันจนหมดแล้ว เชื้อเพลิงที่เหลือเพียงแหล่งเดียวก็คือ "กล้ามเนื้อ" การอดอาหารในระยะสุดท้ายนี้จะทำให้กล้ามเนื้อเริ่มเหี่ยวเฉา ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อหัวใจ (ซึ่งก็คือกล้ามเนื้อ) และอวัยวะต่างๆ อย่างถาวรและไม่อาจรักษาให้หายได้ (การขาดสารอาหารที่สำคัญ เช่น วิตามินและเกลือแร่ จะทำให้ร่างกายไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ และอาจนำไปสู่ความตาย)

นอกจากนี้ การรับประทานอาหารหลังจากที่อดอาหารมานานต้องพึงระวัง “ภาวะรีฟีดดิ้ง ซินโดรม” (Refeeding Syndrome) เนื่องจากร่างกายเราไม่ได้รับสารอาหารนั้นเลย เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารโดยทันที จะทำให้เซลล์ทุกอย่างในร่างกายเริ่มซ่อมแซมส่วนที่ขาดหายพร้อมๆ กัน และดึงพลังงานนำไปใช้พร้อมกันหมด ทำให้ร่างกายของเรานั้นปรับตัวไม่ทัน สามารถทำให้เกิดอาการชา ตะคริว ชัก หรือเกร็งได้

Credit :
https://www.embracerelief.org/how-long-can-you-go-without-food/
https://chatgpt.com/
https://www.phyathai.com/th/article/2658-%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99_%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%AA
https://www.churchofjesuschrist.org/study/liahona/2022/10/09-why-we-fast?lang=tha

ลูกค้าขอสินค้าตัวอย่างสำหรับผลิตภัณฑ์ชงดื่มกาแฟ ทาง Coincidence เรานำเข้ามาจากหลายประเทศ หลายโปรไฟล์ให้ได้ลองเทส เป็นแบบ...
09/05/2024

ลูกค้าขอสินค้าตัวอย่างสำหรับผลิตภัณฑ์ชงดื่มกาแฟ ทาง Coincidence เรานำเข้ามาจากหลายประเทศ หลายโปรไฟล์ให้ได้ลองเทส เป็นแบบ Encapsulates ที่ทำให้กลิ่นของกาแฟนุ่ม ลึก หอม และที่สำคัญราคาดีมากด้วยน้าาา

สนใจนำสินค้าตัวอย่างไปลองเทสติดต่อ : 086-7875087 , 089-6777684

#นำเข้าวัตถุดิบอาหาร #ขายวัตถุดิบอาหารให้โรงงาน #จำหน่ายCoffeeencapsulates

Coincidence ส่งสินค้าถึงมือลูกค้าได้ไวกว่า5G สั่งปุ๊บส่งปั๊บ สั่งปั๊บส่งปุ๊บ สั่งปุ๊บปั๊บส่งปั๊บปุ๊บเลยคร๊าบบบบบ #นำเข้า...
07/05/2024

Coincidence ส่งสินค้าถึงมือลูกค้าได้ไวกว่า5G สั่งปุ๊บส่งปั๊บ สั่งปั๊บส่งปุ๊บ สั่งปุ๊บปั๊บส่งปั๊บปุ๊บเลยคร๊าบบบบบ

#นำเข้าวัตถุดิบอาหาร #ขายวัตถุดิบอาหารให้โรงงาน #จำหน่ายLycopeneExtract

เคยได้ยินคำพูดที่ว่า "You are what you eat" ไหมครับแอดไปเจอบทความหนึ่ง ไม่เพียงแค่เหมาะสำหรับผู้สูงวัย แต่ทุกเพศ ทุกวัยก...
02/05/2024

เคยได้ยินคำพูดที่ว่า "You are what you eat" ไหมครับ

แอดไปเจอบทความหนึ่ง ไม่เพียงแค่เหมาะสำหรับผู้สูงวัย แต่ทุกเพศ ทุกวัยก็สามารถนำไปใช้ด้วยเช่นกันครับ เนื้อหาของบทความนี้เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา และส่งผลต่อสุขภาพให้ดีขึ้นอย่างแน่นอนจ้า

กินอย่างไรให้อายุยืน ดูอ่อนกว่าวัย และลดเสี่ยงโรค !?
1. กินน้อยแก่ช้า กินมากแก่ไว เมื่ออายุมากขึ้น การใช้พลังงานของร่างกายจะไม่ได้ต้องการอาหารเยอะมาก แต่ก็ต้องมีพลังงานเพียงพอ สังเกตได้จากผู้สูงอายุที่อายุยืนเป็นร้อยปีขึ้นไป มักจะมีรูปร่างไม่ใหญ่ น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่อ้วน และถ้าหากเรากินให้น้อยลง หรือทำ IF (Intermittent Fasting) ก็จะทำให้ร่างกายเกิดกระบวนการ Autophagy คือเกิดการเก็บกินเซลล์ที่ตายแล้ว เซลล์ที่ไม่ดี (Cell Death) ซึ่งจะทำให้สุขภาพดี มีอายุยืนยาวขึ้นได้

2. น้ำตาลคือยาพิษ ยิ่งกินยิ่งแก่ เป็นคำเปรียบเปรยให้เข้าใจง่าย ซึ่งตามหลักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์นั้น เมื่อมีน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ในปริมาณที่มากเกินพอดี จะเกิดกระบวนการ Advance Glycation End Products (AGEs) นั่นก็คือ น้ำตาลโมเลกุลเหนียวจะไปเกาะตามเซลล์ต่างๆ ไปเกาะโปรตีนที่สำคัญต่อร่างกาย หรือเกาะคอลลาเจน ทำให้ผิวเหี่ยวง่าย และสามารถเกาะโปรตีนสำคัญของสมอง เป็นการเพิ่มความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ได้

3. เลือกกินแป้ง แป้งที่ดี คือแป้งไม่ขัดใย และข้าวไม่ขัดสี ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี มัน เผือก ฟักทอง ธัญพืชต่างๆ แครอท ซึ่งอาหารกลุ่มนี้คือคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (Complex Carbohydrate) ที่จะค่อยๆ ปล่อยพลังงานอย่างช้าๆ ในระหว่างวัน ทำให้รู้สึกอยู่ท้อง อิ่มนาน

4. หลีกเลี่ยงผลไม้น้ำตาลสูง แม้ผลไม้จะมีวิตามินและแร่ธาตุก็จริง แต่ควรเลือกผลไม้ที่ไม่หวานเกินไป เพราะผลไม้ที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง (High Glycemic index) เช่น อินทผลัม (GI 103) แตงโม สับปะรด (GI 66) มะม่วง (GI 56) จะส่งผลให้มีภาวะการอักเสบในร่างกาย (Inflammation) ควรเลือกผลไม้ชนิดที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ไม่หวานมาก (Low Glycemic Index) เช่น อะโวคาโด (GI 15) เชอร์รี (GI 22) แอปเปิล (GI 38) สตรอว์เบอร์รี (GI 40)

5. เลือกกินผักผลไม้หลากสี เพราะผลไม้ต่างสีกันจะได้สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) และวิตามินที่แตกต่างกัน เช่น มะเขือม่วง สีม่วงจะให้สาร Anthocyanin เป็นตัวปกป้องเม็ดสีผิว ผิวจะแข็งแรง สีแดงจากมะเขือเทศจะได้ Lycopene โดยมะเขือเทศต้องผ่านความร้อนถึงจะมี Lycopene ออกมา ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย อีกทั้ง Carotenoid ได้จาก ผักสีเหลือง แครอท ฟักทอง และ Alpha-carotene ได้จากผักสีเขียว

6. โปรตีนที่ดี คือ โปรตีนจากปลา ไข่ ถั่ว เห็ด สาหร่าย สำหรับไข่ไก่ หากรับประทานให้ถูกวิธีเป็นต้ม นึ่ง ลวก ไม่ทอด ไม่ผัดน้ำมันเยอะ ก็จะไม่ส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายสูงขึ้น

7. ไม่ควรกินอาหารซ้ำๆ เพราะเราจะได้ Nutrient หรือสารอาหารเดิมๆ ได้วิตามินซ้ำๆ สารอาหารไม่พอเพียง ขาดวิตามินที่จำเป็นอื่นๆ

8. เลือกกินไขมันดี เช่น อะโวคาโด Olive oil และถั่วต่างๆ

9. กินอาหารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง เพื่อให้เซลล์ทำงานได้ง่ายขึ้น เช่น ผักใบเขียว

10. เลี่ยงอาหารแปรรูป ฮอตดอก ไส้กรอก เบคอน อาหารในกลุ่ม Ultra-Process Food นี้ รวมถึงสารทดแทนความหวาน เพราะจะไปเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าและวิตกกังวลได้ถึง 49%

แหล่งอ้างอิง : https://www.phyathai.com/th/article/food-for-anti-aging-pyt2

#นำเข้าวัตถุดิบอาหาร #ขายวัตถุดิบอาหารให้โรงงาน #จำหน่ายสารสกัดจากธรรมชาติ

รู้หรือไม่!? ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างไลโคปีนได้การรับประทานไลโคปีน 10 มิลลิกรัม เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ทำให้ระดับไลโ...
29/04/2024

รู้หรือไม่!? ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างไลโคปีนได้

การรับประทานไลโคปีน 10 มิลลิกรัม เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ทำให้ระดับไลโคปีนในเลือดเพิ่มสูงขึ้น และช่วยเพิ่มระดับแคโรทีนอยด์ในผิวหนัง ซึ่งช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่ถูกสร้างขึ้นหลังจากผิวได้รับแสงแดด ส่วนมากมาจากผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ

วิธีที่ดีที่สุดในการทานมะเขือเทศ : ควรนำมะเขือเทศมาทำให้สุกก่อนรับประทาน เพราะมะเขือเทศที่ผ่านความร้อนแล้วจะทำให้โครงสร้างของไลโคปีนเปลี่ยนจาก Trans isomers เป็น Cis isomers ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมไลโคปีนได้ดีกว่ารับประทานแบบสดๆ นอกจากนี้ควรรับประทานร่วมกับอาหารที่มีไขมันดี เพราะไขมันในอาหารจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้มากกว่าปกติ 4 เท่า

เกร็ดความรู้ : มะเขือเทศเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ด้วยปริมาณการผลิตทั่วโลกประมาณ 182 ล้านตันในปี 2560 คิดเป็น 17% ของผักทั้งหมดที่ผลิต แซงหน้าหัวหอมที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับถัดไปซึ่งมีอยู่ที่ 9%

แหล่งอ้างอิง :
https://www.gainhealth.org/resources/reports-and-publications/tomatoes-worlds-most-popular-vegetable

https://www.frontiersin.org/articles/10.3389/fvets.2024.1364589/full

https://www.opsmoac.go.th/surin-local_wisdom-preview-422891791839

#นำเข้าวัตถุดิบอาหาร #ขายวัตถุดิบอาหารให้โรงงาน #จำหน่ายLycopeneExtract

26/04/2024

Wow!! "ชาไทย" ได้รับโหวตให้เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมอันดับ 6 ของโลก

เว็บไซต์อาหารดัง Taste Atlas มีการจัด 100 อันดับเครื่องดื่มประเภทที่ไม่มีแอลกอฮอล์ โดยได้มีการบรรยายชาไทยบ้านเราได้ว่า "ชาไทย คือการผสมผสานระหว่างชาดำเข้มข้น นมข้นหรือน้ำตาล และเครื่องเทศที่เสิร์ฟบนน้ำแข็งบด โดยปกติแล้ว ชาเย็นแบบไทยจะทำด้วยชาใบดำ เช่น ชาอัสสัม ชาซีลอน หรือชาดำฉีเหมิน ซึ่งอาจจะมีการเติมมะขามคั่ว โป๊ยกั๊ก หรือกระวานลงไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ชาไทยตามท้องถนนและร้านอาหารในปัจจุบัน มักใช้ร่วมกับชาไทยสำเร็จรูปที่มีสีผสมอาหาร ซึ่งทำให้ชามีโทนสีส้มที่โดดเด่นและไม่เป็นธรรมชาติ หากเป็นแบบต้นตำรับดั้งเดิมควรมีสีเหลืองอำพันเข้ม โดยปกติชาจะแช่เย็นก่อนที่จะผสมกับน้ำแข็ง"

แหล่งที่มา : https://www.tasteatlas.com/best-rated-non-alcoholic-beverages-in-the-world?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAAR10UfqjWX2Pp8GhErvB933J7VG9U4s7LxsvAGbCEycM9giQuir4XYqZOgw_aem_AdNYevoF6s95nenYsnhG9rJXT62Pp8Ax3JQiBoH8MkSL5wBxOj0UA0VrC2qub5gXoAk3KnaHQUD0MeaS2TjiGSlX

สนใจติดต่อ 086-7875087

#นำเข้าวัตถุดิบอาหาร #ขายวัตถุดิบอาหารให้โรงงาน

ทำไมต้องใส่กลิ่นกาแฟ ลงในผลิตภัณฑ์กาแฟ?วันนี้ Coincidence เราจะเล่าแบบสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายค่ะการเพิ่มรสชาติกาแฟในผลิต...
17/04/2024

ทำไมต้องใส่กลิ่นกาแฟ ลงในผลิตภัณฑ์กาแฟ?

วันนี้ Coincidence เราจะเล่าแบบสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายค่ะ

การเพิ่มรสชาติกาแฟในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น

รสชาติที่เพิ่มมากขึ้น: รสชาติกาแฟสามารถเพิ่มรสชาติที่หลากหลายและสนุกสนานให้กับอาหารและเครื่องดื่ม ทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับคนที่ชื่นชอบกาแฟ

กลิ่นหอม: กลิ่นของกาแฟมักเป็นกลิ่นที่ทำให้รู้สึกสบายใจและมีชีวิตชีวา เพิ่มรสชาติกาแฟจะทำให้ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นหอมน่าติดตาม ปรับปรุงประสบการณ์ทานทั้งหมดได้อย่างเต็มที่

ความหลากหลาย: รสชาติกาแฟมีความหลากหลายและสามารถใช้ได้กับผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น ของหวาน ขนมปัง ไอศกรีม คอกเทล และอื่น ๆ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความหลากหลายในรสชาติ

ความน่าสนใจของผู้บริโภค: มีผู้บริโภคหลายคนชื่นชอบรสชาติและกลิ่นของกาแฟ ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติกาแฟเป็นที่นิยมและมีศักยภาพในการตลาด

นวัตกรรม: การเพิ่มรสชาติกาแฟช่วยสร้างความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติกาแฟอาจมีส่วนที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ในตลาด

ประโยชน์ต่อสุขภาพ: กาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ การเพิ่มรสชาติกาแฟอาจช่วยให้ผลิตภัณฑ์ได้รับประโยชน์นี้บางส่วนตามสูตรและส่วนผสมที่ใช้

โดยรวมการเพิ่มรสชาติกาแฟสามารถนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่อร่อย หอม และมีศักยภาพในการตลาดที่กว้างขวางได้สำเร็จมากขึ้นนั้นเองค่ะ

#นำเข้าวัตถุดิบอาหาร #ขายวัตถุดิบอาหารให้โรงงาน

บริษัท โคอินซีเดนซ์ จำกัด เชิญชวนผู้ขับขี่สงกรานต์เมาไม่ขับ เข็นกลับเอานะครับสวัสดีปีใหม่ไทย 2567  #ขายวัตถุดิบอาหารให้โ...
13/04/2024

บริษัท โคอินซีเดนซ์ จำกัด

เชิญชวนผู้ขับขี่สงกรานต์เมาไม่ขับ เข็นกลับเอานะครับ

สวัสดีปีใหม่ไทย 2567
#ขายวัตถุดิบอาหารให้โรงงาน

Coincidence มาแชร์สาระความรู้และคุณประโยชน์ของ"สารสกัดไลโคปิน" กันจ้าาสารสกัดไลโคปีนคือสารที่มาจากพืช โดยเฉพาะจากผลไม้แล...
12/04/2024

Coincidence มาแชร์สาระความรู้และคุณประโยชน์ของ"สารสกัดไลโคปิน" กันจ้าา

สารสกัดไลโคปีนคือสารที่มาจากพืช โดยเฉพาะจากผลไม้และพืชเช่น มะเขือเทศ แตงโม ส้มโอชมพู และมะละกอ เป็นสีแดงสดและเป็นชนิดของคารอทีนอยด์ซึ่งเป็นสารสกัดธรรมชาติที่พบในพืชที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ

ไลโคปีนเป็นที่รู้จักด้วยคุณสมบัติที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยมีส่วนในการต้านอนุมูลอิสระ สารต้านอนุมูลอิสระช่วยกันทำลายอนุมูลอิสระในร่างกายซึ่งเป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียรที่สามารถทำความเสียหายต่อเซลล์และเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น การอักเสบและโรคเรื้อรัง

การวิจัยชี้ให้เห็นว่าไลโคปีนอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ เช่น

สุขภาพหัวใจ: ไลโคปีนเชื่อว่าช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจโดยการช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LDL (คอเลสเตอรอล "ที่ไม่ดี") และลดความเครียดออกซิเดชัน

การป้องกันโรคมะเร็ง: การวิจัยบางส่วนชี้ให้เห็นว่าไลโคปีนอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งบางประเภท เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งท่ออาหาร แม้กระนั้นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลลัพธ์นี้

สุขภาพตา: ไลโคปีนเชื่อว่าสนับสนุนสุขภาพตาโดยการปกป้องต่อการสวนทางมากาศอย่างผิดปกติตามอายุ (AMD) และต้อหิน 2 โรคตาที่พบบ่อยที่สามารถทำให้สูญเสียการมองเห็นได้

การปกป้องผิวพรรณ: เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระ ไลโคปีนสามารถช่วยปกป้องผิวหนังจากความเสียหายจากแสง UV ที่มาจากการสัมผัสกับแสงแดด และยังมีส่วนช่วยสุขภาพผิวและลักษณะเด่นเป็นพิเศษ

ผลกระทบต่อการอักเสบ: ไลโคปีนแสดงผลต้านอักเสบในบางวิจัย ซึ่งอาจมีประโยชน์สำหรับอาการที่มีการอักเสบ เช่น โรคข้อเสื่อม

สารสกัดไลโคปีนมีให้เลือกใช้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เป็นอาหารเสริม แต่มันก็เป็นสารธรรมชาติที่พบในอาหารหลายชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลไม้ที่มีสีแดงหรือชมพู อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับอาหารเสริมใด ๆ การใช้สารสกัดไลโคปีนควรกระทำอย่างระมัดระวังและควรปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพโดยเฉพาะหากมีภาวะสุขภาพร้ายและกำลังรับประทานยาอื่น ๆ ด้วยล่ะครับ

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Coincidence co.,ltdผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์