Enrich chocolate ขีดสุดของเครื่องดื่มเพื่อความบันเ?

12/03/2026
ต้องเปลี่ยน รัฐธรรมนูญหลักเกณฑ์คุณสมบัติของรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี
15/01/2026

ต้องเปลี่ยน รัฐธรรมนูญหลักเกณฑ์คุณสมบัติของรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี

นี่คือโพสต์ที่แอดเคยเขียนลงพันทิปแล้วโดนแบนออโต้
เขียนเอาไว้หลายปีมากแล้ว ยาวด้วย แต่ตอนนั้นพอลงปุ๊ปโดนลบปั๊บแล้วไม่ได้เซฟไว้ เลยเซ็งไม่เขียนใหม่ วันนี้มีอารมณ์​ละ

แอดบอกว่าไม่ยุ่งการเมืองนะ แต่เรื่องเมืองก็ขอพูดหน่อยเหอะ
ยาวนะ เตือนก่อน

พวกแกเคยสังเกตความวิปริตของประเทศนี้มั้ย?
ถ้าอยากขับวินมอไซค์... ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ ต้องสอบประวัติ ต้องขึ้นทะเบียน
ถ้าแกอยากขายยา... แกต้องเป็นเภสัชฯ มีใบประกอบวิชาชีพ แขวนป้ายผิดโดนจับ ฝากเพื่อนขายก็งานเข้า
เป็นหมอ... แค่จบมาก็ไม่ได้ ต้องมีใบประกอบ การันตีว่ารักษาคนเป็น
ที่เจ็บใจสุดคือ... จะสอบเข้าราชการ สอบภาคก. ภาคข. สัมภาษณ์​กันหนักหน่วง แต่ตำแหน่งที่เข้าไปทำคือตัวจิ๋วในระบบราชการ (ถ้าเขาบรรจุอ่ะนะ)

สังคมกำลังบอกว่า "มันอันตราย ถ้าคนไม่รู้จริงมาทำ"

แต่พอเป็นระดับ "คนคุมประเทศ"
คนที่จะเซ็นอนุมัติงบแสนล้าน
คนที่จะกำหนดว่าลูกหลานเราต้องเรียนอะไร เรียนยังไง ทำกิจกรรมอะไร เกณฑ์​วัดคืออะไร
คนที่จะวางแผนว่าน้ำจะท่วมหรือไม่ท่วม
กลับกลายเป็นพื้นที่เดียวในประเทศ... ที่ "ไม่ต้องใช้วุฒิเหี้ยอะไรเลยก็ได้ที่ตรงสาย"
มันคือตลกร้ายที่... ขำไม่ออก
เรากำลังอยู่ในประเทศที่เล่น "เก้าอี้ดนตรี" กับชีวิตคน

สังเกตมั้ย?
วันนี้พี่คนนี้คุม "เกษตร" ...
อีกสองปี ย้ายไปคุม "สาธารณสุข" ...
อีกปีนึง ย้ายไปคุม "คมนาคม" ...
เดี๋ยวนะ... มึงเป็นอัจฉริยะมาจากไหนวะ?
เชี่ยวชาญมันทุกศาสตร์บนโลกใบนี้เลยเหรอ?
รู้เรื่องปลูกข้าว แล้วมารู้เรื่องวัคซีน แล้วไปรู้เรื่องสร้างรถไฟฟ้าได้เนี่ยนะ?
เปล่าเลย... ความจริงที่เจ็บปวดคือ
เขาไม่ได้ "รู้" หรอก เขาแค่ "ได้โควตา"
ในสายตาของระบบบ้านเรา
กระทรวงไม่ใช่ "สถานที่ทำงานเพื่อแก้ปัญหา"
แต่มันคือ "ขนมเค้ก"ที่เอาไว้แบ่งกันหลังจบงานเลี้ยงเลือกตั้ง
"เอ้า พรรคเอ็งช่วยข้าเยอะ เอาเกรด A ไป คุมคมนาคม งบก่อสร้างเยอะดี"
"พรรคเอ็งเสียงน้อย เอาเกรด B ไป คุมวัฒนธรรมละกัน เงียบๆ หน่อยแต่โก้ดี"
แล้วความรู้ ความเชี่ยวชาญล่ะ? ...ช่างแม่ง
เดี๋ยวไปถามข้าราชการเอา
เดี๋ยวจ้างที่ปรึกษาเอา (ซึ่งที่ปรึกษาก็...นะ รู้ๆ กันอยู่)
ผลลัพธ์มันเลยออกมาเป็นแบบที่เห็นไง

การศึกษาพังพินาศ
เพราะคนคุมนโยบายไม่เคยเข้าใจหน้างานครู ไม่เคยรู้ว่าโลกหมุนไปถึง AI แล้ว แต่ยังสั่งให้เด็กท่องอาขยานเพื่อความเป็นไทย (ที่กินไม่ได้) ส่วนครูก็ไม่ได้เป็นครูเต็มที่ เป็นได้คือไม้บรรทัดที่"ทั้งวัดและถูกวัดในเวลาเดียวกัน"

ผังเมืองและถนนหนทางวิบัติ
สร้างๆ ขุดๆ ถมๆ ทุบๆ เพราะคนเซ็นอนุมัติไม่ได้มอง "ภาพรวม" แต่มองแค่ "โครงการนี้ใครได้งาน"

เศรษฐกิจรากหญ้าตายเรียบ
ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดูดีบน PowerPoint แต่คนขายของตลาดนัดมองตาปริบๆ เพราะมันไม่ตอบโจทย์คนหาเช้ากินค่ำจริงๆ เพราะคนคิดนโยบาย... ไม่เคยจน

เรากำลังถูกปกครองด้วยระบบ "Trial & Error" (ลองผิดลองถูก) โดยใช้ทรัพยากรของชาติ และ"เวลาชีวิต" ของพวกเรา เป็น หนูทดลอง...
ลองนโยบายนี้ซิ... อ้าว เจ๊งเหรอ? โทษทีๆ เดี๋ยวลองใหม่
อ้าว งบหมดเหรอ? กู้เพิ่มดิ
อ้าว คนด่าเหรอ? ย้ายกระทรวงหนีแม่งเลย
ไม่มีใครรับผิดชอบ
ไม่มีใครลาออกเพราะบริหารห่วยแตก
เพราะระบบมันไม่ได้คัดคนจาก "ความสามารถ" ตั้งแต่แรก
มันคัดจาก "คอนเนคชั่น" และ "ความจงรักภักดีต่อนาย"

ในบริษัทเอกชน ถ้าคุณจ้าง Sale มาคุมบัญชี... บริษัทเจ๊ง เจ้าของไล่ออกได้ แต่ในประเทศไทย... เขาแค่สลับเก้าอี้กันนั่ง แล้วบอกว่า "เสียสละเพื่อชาติ"
คำถามคือ... เราจะยอมเป็น "หนูทดลอง" ในห้องแล็บที่นักวิทยาศาสตร์แม่งอ่านฉลากยาไม่ออกแบบนี้... ไปอีกนานแค่ไหน?

หรือจริงๆ แล้ว
เราชินชากับความ "ห่วย" จนลืมไปแล้วว่า
"มืออาชีพ" หน้าตามันเป็นยังไง?

อ่ะบ่นมาเยอะละ ขอเสนอไอเดียดูบ้าง จะได้คุยวิพากษ์วิจารณ์​กัน แชร์ไอเดียกันหน่อย

แอดรวมตัวอย่างไอเดียจากประเทศที่เขา "ไม่ยอมให้คนโง่มาคุมประเทศ" เลยขอเสนอทางออก (Solution) แบบรูปธรรม
เอาแบบที่ประเทศอื่นเขาทำแล้วเวิร์ค
และเราควรจะเริ่มเรียกร้องให้มันเกิดขึ้นในไทย
ไม่ใช่แค่ด่า ด้อยค่า แต่คือการถามหา "มาตรฐานในการบริหารประเทศ"

ไอเดียที่1. เชื่อป่ะ... ประเทศเล็กๆ อย่าง ภูฏาน
เขามีกฎเหล็กที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเลยนะ
ว่าคนที่จะลงสมัคร ส.ส. หรือเป็นรัฐมนตรีได้
"ต้องจบปริญญาตรีเป็นขั้นต่ำ"
เฮ้ย! นี่คือภูฏานนะเว้ย
เขาบอกชัดเจนว่า คุณจะมาบริหารกฎหมาย บริหารงบประมาณ
ถ้าคุณไม่มีพื้นฐานความรู้เลย คุณจะอ่านกฎหมายรู้เรื่องได้ไง?

ส่วนตัวแอดไม่ได้อยากจำกัดว่าต้องจบสูงแค่ไหน แต่อย่างน้อยต้องมีความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์​ที่เกี่ยวข้อง ระดับการศึกษา​อาจไม่ได้จำกัดความเก่งได้เสมอไป

ตัดภาพมาที่ไทย:
ใครก็ได้ จบอะไรมาก็ได้ ไม่เคยทำงานด้านนั้นๆมาก่อนก็ได้ หรือบางทีวุฒิปลอมก็ยังมี... เห้ออ
เราควรมีกฎหมาย "Ministerial Qualification Act" ได้แล้ว
จะคุมกระทรวงการคลัง... มึงต้องมีความรู้การเงิน!
จะคุมคมนาคม... มึงต้องเข้าใจโลจิสติกส์!
ไม่ใช่จับฉลากได้กระทรวงไหนก็ไปนั่งยิ้มที่กระทรวงนั้น..เจ้าของร้านตัดขนหมาก็ยังต้องรู้พื้นฐานการตัดซักหน่อยก่อนมั้ยวะ ไม่ต้องตัดเก่ง แค่รู้ว่าอะไรที่มันจำเป็นและควรมี

ไอเดียที่2. ต้องผ่าน "ด่านอรหันต์" ไม่ใช่แค่ยกมือ (The US Senate Confirmation)
ดูอเมริกา (ถึงมันจะการเมืองจ๋าๆ ก็เถอะ)
แต่ก่อนรัฐมนตรีจะรับตำแหน่ง เขาต้องผ่าน "Confirmation Hearing" ซะก่อน
คือการเอาคนที่จะเป็น รมต. มานั่งเก้าอี้ตัวเดียวกลางห้อง
แล้วให้ ส.ว. รุมซักฟอก "ถ่ายทอดสดให้คนทั้งโลกดู" ซักประวัติยันเงาซักความรู้ในงานที่จะทำ ซักวิสัยทัศน์ว่าจะแก้ปัญหายังไง... ถ้าตอบไม่ได้? ถ้าอึกอัก? ถ้าโชว์โง่?..จบครับ ไม่ได้ไปต่อ สื่อขยี้เละ

ตัดภาพมาที่ไทย:
รัฐมนตรีแต่งตั้งเสร็จแล้ว... ค่อยมาแถลงนโยบาย
แถมตอนแถลง ก็อ่านตามโพยที่ข้าราชการเขียนให้
ไม่มีการทดสอบสด ไม่มีการวัดกึ๋นก่อนรับงาน
มันเหมือนรับพนักงานเข้ามาทำงาน โดยไม่สัมภาษณ์เลยซักคำ รู้ตัวอีกที... อ้าว! ทำเหี้ยไรไม่เป็นเลยนี่หว่า!

ไอเดียที่3. ต้องไต่ระดับ "Level 1" ก่อนไปตีบอส (The Meritocracy Ladder)
อันนี้ขอยกโมเดลที่โหดจริงอย่าง จีน หรือ สิงคโปร์
(ตัดเรื่องระบอบการปกครองทิ้งไปก่อนนะ เอาแค่วิธีคัดคน)
ที่จีน... คุณจะเป็น "ผู้นำระดับชาติ" ได้ คุณต้องเคยบริหาร "หมู่บ้าน" จนรอด ขยับไปบริหาร "เมือง" จน GDP โต
ขยับไปบริหาร "มณฑล" จนไม่มีจลาจล
คือต้อง "มีผลงานเชิงประจักษ์ (Track Record)" ว่าทำของเล็กสำเร็จ ถึงจะให้ไปทำของใหญ่

ไม่ใช่แบบบ้านเรา...
เมื่อวานเป็นนักเลงคุมบ่อน วันนี้เป็นรัฐมนตรี
เมื่อวานเป็นลูกเจ้าสัว วันนี้มาคุมกระทรวงพาณิชย์
ประสบการณ์ = 0
บารมีพ่อ = 100
แบบนี้ประเทศจะรอดได้ไงวะ?

ขอเรียกร้องระบบ "ใบอนุญาตนักปกครอง"
-​Validity Check: กำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำให้ตรงสายงานที่จะคุม ไม่ใช่จับยัด
-​Public Vetting: ก่อนรับตำแหน่ง หรือก่อนเลือกตั้ง ต้องมานั่งดีเบตวิสัยทัศน์สดๆ ให้ประชาชนดู ห้ามใช้โพย วัดกึ๋นกันไปเลย ว่ามีการเตรียมตัวมาแค่ไหน ความคิดแบบไหน
-​Probation Period: รัฐมนตรีต้องมี "โปรทดลองงาน 6 เดือน" ถ้า KPI ไม่ผ่าน... เชิญออก! ไม่ใช่ให้อยู่จนครบวาระเพื่อถอนทุนคืน

เลิกอ้างคำว่า "มาจากการเลือกตั้งแล้ว จะทำอะไรก็ได้"
การเลือกตั้งคือการ "ให้โอกาส" เข้ามาทำงาน
ไม่ใช่การ "มอบมรดก" ให้เข้ามาปู้ยี่ปู้ยำประเทศ
ถ้าหมอต้องสอบใบประกอบวิชาชีพเพื่อรักษาคน
พวกคุณ... ที่อาสา(???)​เข้ามารักษาประเทศ
ก็ควรต้องสอบใบประกอบวิชาชีพเหมือนกัน!

ปล. อยากให้ลองมองมุมของประเทศเป็นที่ตั้งในใจ ไม่ต้องอ้าง ไม่ต้องแซะพรรคการเมืองหรือบุคคลใด กรุณาวิพากษ์วิจารณ์​ด้วยความมีวุฒิ​ภาวะ ถกเถียงเสนอแนะไอเดีย จะผิดจะถูกอย่างไรก็จะได้ศึกษา​กันครับ

Food truck 🚒 Extreme Beverage
06/01/2026

Food truck 🚒 Extreme Beverage

22/12/2025
22/12/2025

ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสมทบทุน "จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์" ส่งท้ายปี 2568💌

✨ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ สามารถลดหย่อนภาษีเงินได้ 2 เท่า
เพื่อร่วมกันจัดซื้อเครื่องมือผ่าตัดต้อกระจก เตียงผู้ป่วย และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นภายในโรงพยาบาล เพื่อเสริมศักยภาพการดูแลผู้ป่วย และสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์

📍ร่วมบริจาคได้ที่
บัญชี "โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร"
เลขบัญชี 693-0-43185-0 ธนาคารกรุงไทย
หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
🔸 Line :
🔸 โทร : 02-329-1201 หรือ 1448

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการแพทย์ของไทยให้ก้าวหน้า เพราะ “การให้” คือ พลังที่ต่อชีวิต 💙

#สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทมหารลาดกระบัง #โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร #ร่วมสมทบทุน #จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ #หมอพระจอม

งานฝีมือล้วนๆครับนักขับมืออาชีพเท่านั้นถึงจะขึ้นได้😉food truck extreme beverage นักขับนักขายมืออาชีพ😁
22/12/2025

งานฝีมือล้วนๆครับ
นักขับมืออาชีพเท่านั้นถึงจะขึ้นได้😉
food truck extreme beverage
นักขับนักขายมืออาชีพ😁

Sunny 🌞🌞🌞
21/12/2025

Sunny 🌞🌞🌞

17/12/2025

ก้าวเข้าสู่เช้าวันที่ 5 ยอดบริจาคได้ 25.7 ล้านบาท ได้ระบบแอนตี้โดรนเพื่อเซฟชีวิตทหารจากโดรนพุ่งพลีชีพจากฝั่งกัมพูชาได้ 12 ระบบแล้ว ยังขาดอีก 33 ระบบ (70.6 ล้านบาท)

ตามที่มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินได้เคยมอบ แอนตี้โดรน หรือระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับให้กับกองทัพภาคที่ 2 ไปแล้วจนครบ 51 ระบบเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 มูลค่าประมาณ 109 ล้านบาท

ซึ่งในเวลาต่อมาทางกองทัพภาคที่ 2 ได้รายงานมายังมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินว่า ได้แจกจ่ายไปยังหน่วยต่างๆแล้ว รายงานว่าระบบแอนตี้โดรนของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ถูกใช้ รบกวน ขัดขวาง โดรนพุ่งชนพลีชีพของกัมพูชาได้อย่างดีเป็นผลสำเร็จ จึงแจ้งความต้องการใช้จริงอีก 45 ระบบ ด่วน มูลค่า 96.3 ล้านบาท

จึงเป็นข่าวดีที่น่ายินดีมาก ที่ได้รับรายงานว่า แอนตี้โดรนฝีมือคนไทย สามารถรับมือกับโดรนพุ่งพลีชีพของฝั่งกัมพูชาได้สำเร็จ แม้จะมีผู้อยู่เบื้องหลังเป็นผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศก็ตาม แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ กองทัพภาคที่ 2 ยังมีไม่มากพอสำหรับการป้องกันชีวิตทหารทั้งหมดได้

อย่างไรก็ตามภายหลังจากการที่มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินได้เปิดรับบริจาคตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 17:00 น. จนถึงวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 8.25 น. มีพึ่น้องประชาชน มาร่วมบริจาคเพื่อเซฟชีวิตทหารได้แล้วประมาณ 25.7 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถทำให้ผลิตระบบแอนตี้โดรน ได้เพิ่มขึ้นได้ 12 ระบบแล้ว (อยู่ระหว่างการเร่งผลิตเพื่อสงมอบ) และยังขาดอีก 33 ระบบ ทำให้ยังขาดงบประมาณอีก70.6 ล้านบาทจึงจะครบจำนวน

ทั้งนี้มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่จะมีส่วนร่วมในโครงการนี้เพื่อรักษาชีวิตและเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทหารที่มีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีโดยโดรนทิ้งระเบิดและโดรนพลีชีพจากฝั่งตรงกันข้ามมากขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แม้กองทัพภายใต้กระทรวงกลาโหมจะมีงบประมาณจำนวนมาก หรือมีงบกลางที่แม้จะใช้วิธีพิเศษในการเร่งรัดแล้วก็ตาม ก็ยังต้องมีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภายใต้ระเบียบของทางราชการที่ต้องใช้เวลา 3-6 เดือนขึ้นไป กว่าจะได้อุปกรณ์ที่ต้องการ ซึ่งอาจจะไม่ทันต่อสถานการณ์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตลอดเวลาระหว่างไทย-กัมพูชา

โดยท่านใดที่ประสงค์จะสนับสนุนงบประมาณสำหรับการจัดหาโดรน และแอนตี้โดรน ตลอดจนสิ่งอันจำเป็นของกองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 และกองทัพไทย(หากมีการประสานเพิ่ม) ได้ที่บัญชีออมทรัพย์ มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 008-2-18199-9 (โปรดระวังมิจฉาชีพ ไม่มีสแกนคิวอาร์โค้ท หรือกดลิงค์บัญชีใดๆเด็ดขาด)

โดยเงินทุกบาทของทุกท่านจะเปิดเผย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพจริงในการใช้งานเหมือนกับช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยไม่เคยหักค่าใช้จ่ายใดๆในการดำเนินงานของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เหตุการณ์ครั้งนี้ย่อมจะเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประชาชนที่สนับสนุนกองทัพกองทัพในการปกป้องอธิปไตย และทำให้ทหารมีความปลอดภัย อย่างน่าภาคภูมิใจสืบไป

ด้วยจิตคารวะและกราบขอบพระคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต
ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน
17 ธันวาคม 2568

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1389238149236548&id=100044511276276

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66919834217

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Enrich chocolateผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Enrich chocolate:

แชร์