24/08/2022
จากสภาพอากาศเลวร้ายแบบสุดขั้วที่กำลังเกิดขึ้นในโลก เริ่มส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตเมล็ดกาแฟในประเทศผู้ผลิตชั้นนำบางแห่งอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ ‘บราซิล’
ยิ่งไปกว่านั้น ผลกระทบสืบเนื่องจากผลผลิตกาแฟที่ลดลงในบราซิล ซึ่งเป็นผู้ปลูกที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงเป็นประเทศที่ส่งออก กาแฟมากที่สุดในโลก ก็อาจจะทำให้ราคากาแฟทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ภายหลังจากสภาพอากาศเลวร้ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว รวมถึงต้นทุนปุ๋ย และพลังงานที่ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้เมื่อปีที่แล้ว บราซิลประสบกับ ‘ภัยแล้ง’ และ ‘ปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง’ ส่งผลให้ปริมาณการผลิตกาแฟในประเทศรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา (ช่วงก.ค.64-65) อยู่ที่ 35.7 ล้านถุง น้อยกว่าในช่วงเดียวกันเมื่อสองปีที่แล้ว ที่ผลิตได้มากถึง 48.7 ล้านถุง
จากผลผลิตที่ลดลง กระทบต่อราคากาแฟที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีราคาอยู่ที่ 2.59 ดอลลาร์ต่อปอนด์ แพงกว่าปีที่แล้วถึง 18.06% แม้ราคาจะเริ่มลดลงมาบ้าง แต่ก็ยังอยู่ที่ค่าเฉลี่ยราว 2.23 ดอลลาร์ต่อปอนด์
อย่างไรก็ตามแนวโน้มที่ราคากาแฟจะพุ่งสูงขึ้นไปอีก หลังจากรายงานขององค์การกาแฟนานาชาติในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เผยว่า การบริโภคกาแฟทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นและแซงหน้าการผลิตภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งหากรวมกับปัจจัยด้านผลผลิตที่ลดลงด้วยแล้ว อาจทำให้ราคากาแฟทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อย่างไม่ยากเย็น
นอกจากบราซิลแล้ว การปลูกกาแฟในโคลัมเบีย ประเทศผู้ส่งออกกาแฟรายใหญ่อีกรายหนึ่งของโลก ก็ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ชื้นกว่าปกติเช่นกัน ทำให้มีการคาดการณ์ว่า ผลผลิตกาแฟในพื้นที่บางแห่งของโคลัมเบียในปีนี้จะลดลงถึง 50% อีกด้วย
ที่มา: https://www.topnews.co.th/news/405454
https://www.wsj.com/articles/coffee-could-get-even-pricier-as-brazils-harvest-falters-11661079602
https://abcnews.go.com/GMA/Food/coffee-prices-expected-rise-drought-frost-impact-plantations/story?id=88685122
Click on Clear >> https://thestatestimes.com/post/2022082315
------------------------------------------------
ติดตามผลงานอื่นๆ ของ THE STATES TIMES ได้ที่
TikTok > https://www.tiktok.com/
#วิกฤตราคากาแฟ
#บราซิล
#กาแฟแพง
#ภัยแล้ง
#ปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง