Beyond Cleanfood Beyond Cleanfood ( บียอนด์ คลีนฟู้ด )
อาหารคลีนส?

กินอะไรแล้วขาว มาดู 8 อาหารบำรุงผิว ช่วยคืนผิวสวยใสจากภายในสู่ภายนอก1. กินผักหรือผลไม้ให้ได้วันละ 400 กรัม          สาว ...
04/09/2021

กินอะไรแล้วขาว มาดู 8 อาหารบำรุงผิว ช่วยคืนผิวสวยใสจากภายในสู่ภายนอก

1. กินผักหรือผลไม้ให้ได้วันละ 400 กรัม

สาว ๆ คงรู้ดีอยู่แล้วว่าการกินผักและผลไม้สดดีต่อผิวพรรณเรามากเพียงใด ด้วยวิตามินและสารอาหารของผักผลไม้เหล่านั้นล้วนช่วยให้ผิวกระจ่างใสจากภายในสู่ภายนอก เพียงแต่ควรกินในปริมาณที่องก์การอนามัยโลกกำหนดไว้คือ 400 กรัมต่อวัน อีกทั้งต้องกินให้หลากหลายสี แค่นี้ผิวสวยขาวใสก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

2. นมถั่วเหลือง

นมถั่วเหลืองคือแหล่งโปรตีนชั้นดีที่สาว ๆ จะขาดไม่ได้ เพราะนอกจากจะมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอแล้ว นมถั่วเหลืองยังมีสารไอโซฟลาโวน ซึ่งเมื่อดื่มเข้าไปสารนี้จะเปลี่ยนเป็น ไฟโตรเอสโตรเจน มีลักษณะคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง จึงทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นมาได้ไม่ยากเลย

3. ปลาทะเล

ปลาทะเลน้ำลึก ฟังดูจากชื่อก็เหมือนจะหากินยาก แต่ความจริงแล้วมันคืออาหารที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรานี่เอง ไม่ว่าจะเป็น ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาแมกเคอเรล ปลาซาร์ดีนเป็นต้น ซึ่งสารอาหารในปลาเหล่านี้มีโอเมก้าและคอลลาเจนช่วยบำรุงผิวให้เต่งตึง สดใส แม้จะไม่ได้ทำให้ผิวขาวขึ้นแต่ก็ดูมีออร่าจากภายในแน่นอน



4. ไข่และเนื้ออกไก่

อีก 1 อาหารกินง่ายจนบางคนก็กินอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเมนูไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ต้ม ผัดกะเพราอกไก่ ในอาหารเหล่านี้แหละที่มีเซเลเนียมอยู่มาก แล้วร่างกายของเราก็ต้องการเซเลเนียมมาช่วยสร้างเอนไซม์ที่มีกลูตาไธโอน อันจะทำให้ผิวขาวจากภายในสู่ภายนอกนั่นเอง

5. กินอาหารที่ใส่เครื่องเทศ

ในเครื่องเทศบางชนิด เช่น ขมิ้น ยี่หร่า กระวาน หรืออบเชย มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูกลูต้าไธโอนของร่างกาย ที่นอกจากจะช่วยต้านอนุมูลอิสระแล้ว ยังทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นมาได้อีกด้วย ลองกินอาหารพวกแกงกระหรี่ที่มีส่วนผสมของขมิ้น หรือมัสมั่นอกไก่ที่มีส่วนผสมของยี่หร่า แค่นี้ก็ได้เครื่องเทศมาทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างง่ายดายแล้ว

6. ธัญพืชหลากชนิด

กินแค่ธัญพืชชนิดเดียวร่างกายคงได้วิตามินเพื่อบำรุงผิวขาวไม่เพียงพอนัก เนื่องจากธัญพืชบางชนิดก็เน้นหนักไปที่วิตามินอี บางชนิดก็เน้นหนักไปที่วิตามินบี ดังนั้นถ้าอยากกินอะไรให้ผิวขาวเร็ว ก็ต้องรวมธัญพืชหลากชนิดในจานเดียวนี่แหละดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น เมล็ดทานตะวัน ถั่วแดง ถั่วเขียว เมล็ดฟักทอง แล้วเราก็จะเข้าใกล้คำว่าผิวขาวได้อีก 1 ขั้นแล้ว

7. ดื่มน้ำมะเขือเทศ

มะเขือเทศ คือผลไม้ที่คนทั่วโลกนิยมกินกันมากที่สุด เนื่องจากมันอยู่ในส่วนผสมของอาหารหลากชนิด บางครั้งเลือกรับประทานกันสด ๆ เลยก็มี แต่เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ควรเอามะเขือเทศมาปั่นเป็นน้ำน่าจะกินสะดวกกว่า ทั้งใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่ายและไลโคปีนที่ช่วยเรื่องผิวพรรณจะได้มาทำให้เราสวยจากภายในอย่างเต็มที่


8. กินวิตามินเสริม

ด้วยวิถีชีวิตอันเร่งรีบ สาว ๆ หลายคนเลยไม่มีเวลากินอาหารที่มีประโยชน์เท่าที่ควร ถ้าอย่างนั้นก็ต้องหวังพึ่งพาวิตามินเสริมน่าจะดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี วิตามินอี สารสกัดจากมะเขือเทศ หรือคอลลาเจนกระชับผิวสวย ขอแค่กินในปริมาณที่พอเหมาะตามคำแนะนำของแพทย์แค่นี้ก็ขาวได้ไวแบบไม่มีอันตรายแล้ว

[ Thankyou 🤍 ]

6 อาหารแหล่งโปรตีนเน้นๆ กินเสริมกล้ามเนื้อร่างกายได้แบบเต็มๆ1.ทูน่าทูน่าประกอบไปด้วยสารอาหารประเภทโปรตีนสูงและกรดไขมันโอ...
02/09/2021

6 อาหารแหล่งโปรตีนเน้นๆ กินเสริมกล้ามเนื้อร่างกายได้แบบเต็มๆ

1.ทูน่า
ทูน่าประกอบไปด้วยสารอาหารประเภทโปรตีนสูงและกรดไขมันโอเมก้า3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ช่วยในการเบิร์นไขมันที่สะสมอยู่ที่บริเวณหน้าท้องได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ทูน่ายังมีสารดีเอชเอที่ช่วยในการชะลอการดูดซึมไขมันในร่างกายได้มากถึง 40-70% เลยทีเดียว ถือเป็นการช่วยลดพุงและช่วยให้สร้างกล้ามเนื้อได้ง่าย

2.อกไก่
อกไก่อุดมไปด้วยโปรตีนและจัดเป็นแหล่งกำเนิดชั้นดีของกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว อกไก่ 1 ชิ้น ให้โปรตีนแก่ร่างกายประมาณ 54 กรัม และให้กรดอะมิโนลิวซีนประมาณ 4 กรัม ซึ่งกรดชนิดนี้จะช่วยยับยั้งการสลายตัวของกล้ามเนื้อ และช่วยเร่งการย่อยอาหาร แถมยังช่วยเพิ่มพลังงานแก่ร่างกายอีกด้วย

3.แซลมอน
แซลมอนให้สารอาหารประเภทโปรตีนและกรดไขมันโอเมก้า3 ซึ่งสารอาหารทั้งสองชนิดนี้ช่วยเพิ่มความสตรองในการสร้างกล้ามเนื้อได้มากขึ้น และยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกายให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

4.เนื้อวัวไม่ติดมัน
สารอาหารที่ร่างกายจะได้รับจากการกินเนื้อวัวไม่ติดมันมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน หรือสารอาหารที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้ออย่างเช่น สารครีเอทีน สังกะสี หรือแร่ธาตุ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้ร่างกายสร้างกล้ามเนื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมทั้งกรดอะมิโน 9 ชนิด เช่น วาลีน ทริปโตฟาน อะลานีน เมไทโอนีน ไอโซลิวซีน ไลซีน ลิวซีน ฟีนิล และทรีโอนีน

5.ไข่
ไข่อุดมไปด้วยโปรตีนชนิดที่ร่างกายสามารถย่อยได้ง่าย อีกทั้งยังมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญได้ดี นอกจากนี้สาวๆ ยังสามารถกินไข่ต้มเป็นมื้อเช้าแทนการกินอาหารประเภทขนมปังหรือแป้งขัดขาว จะช่วยในการเบิร์นไขมันให้กล้ามเนื้อมองเห็นได้ชัดอีกด้วย

6.อัลมอนด์
อัลมอนด์อุดมไปด้วยโปรตีนสูง ซึ่งปริมาณอัลมอนด์ 100 กรัม ให้โปรตีนแก่ร่างกายมากถึง 21 กรัมเลยทีเดียว อีกทั้งยังจัดเป็นอาหารที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อและช่วยลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย แถมยังช่วยบำรุงหัวใจได้เป็นอย่างดี

การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ จะทำให้ร่างกายแข็งแรงและส่งผลดีในอนาคต ในทางตรงกันข้ามถ้าเลือกกินตามใจ ก็อา...
31/08/2021

การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ จะทำให้ร่างกายแข็งแรงและส่งผลดีในอนาคต ในทางตรงกันข้ามถ้าเลือกกินตามใจ ก็อาจเสี่ยงกับโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง และโรคอื่นอีกมากมาย

1. เลือกประเภทของผักให้หลากหลาย
เลือกผักที่ปลอดภัยและล้างให้สะอาดก่อนรับประทาน

2. การปรุงอาหาร ควรเลือกวิธีการนึ่ง ยำ อบ ลวก ต้ม ตุ๋น พยายามลดหรือหลีกเลี่ยงการปรุงประกอบอาหารที่ใช้กะทิหรือน้ำมัน นั่นคือ ไม่ผัด ไม่ทอด ไม่มัน

3. ควรลดการปรุงอาหารรสชาติจัด เพื่อเลี่ยงความหวาน มัน และเค็ม

4. ปริมาณที่ควรรับประทาน คือหนึ่งมื้อ หนึ่งจาน หรือชาม

5. ควรรับประทานผลไม้เป็นอาหารว่าง 1-2 มื้อต่อวัน โดยเลือกผลไม้หวานน้อย

6. ควรดื่มนม โดยเป็นนมพร่องมันเนย หรือนมขาดมันเนย โยเกิร์ตพร่องมันเนย และขาดมันเนยรสธรรมชาติ หรือนมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม ชนิดไม่ใส่น้ำตาล

7. ควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย

[ Thank you ]

Cr. www.thaihealth.or.th

ของหวานกับสาวๆ ถือเป็นของคู่กันอย่างมาก ถึงแม้จะรู้ตัวว่ากินแล้วอ้วน แต่ก็ไม่ยอมเลิกกินเป็นอันขาด แต่พอกินไปทีไรก็มานั่ง...
30/08/2021

ของหวานกับสาวๆ ถือเป็นของคู่กันอย่างมาก ถึงแม้จะรู้ตัวว่ากินแล้วอ้วน แต่ก็ไม่ยอมเลิกกินเป็นอันขาด แต่พอกินไปทีไรก็มานั่งรู้สึกผิดต่อร่างกายทุกที อีกทั้งยังกลัวว่าหุ่นดีๆ จะพังเพราะน้ำตาลอีกด้วย ดังนั้นสาวๆ คนไหนที่ไม่อยากลาขาดจากของหวาน เรามี 5 ทริคดีๆ ที่จะทำให้คุณกินของหวานแบบไม่อ้วนมาบอกกันดังนี้ค่ะ

1.กินในปริมาณที่เหมาะสม
สาวๆ บางคนเกิดอยากกินของหวาน แต่ไม่ได้แปลว่าอยากกินคนเดียวทั้งชิ้น ดังนั้นหากคุณไปร้านขนมหวาน ให้แบ่งกันกินกับเพื่อนๆ เช่น เค้ก 1 ก้อน คุณอาจแบ่งกินกับเพื่อนคนละ 2-3 คำ จะช่วยให้คุณได้กินของหวานในปริมาณที่พอดี ไม่มากจนเกินไป

2.กินขนมหวานแบบ Low-Fat
ถ้าหลีกเลี่ยงขนมหวานไม่ได้ แนะนำให้สั่งเมนูขนมที่ใช้ส่วนผสมแบบ Low-Fat หรือที่มีส่วนผสมของไขมันต่ำ จะช่วยให้คุณกินเค้กได้อย่างดีต่อสุขภาพ รวมไปถึงเครื่องดื่มก็ควรเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มสมูทตี้ ที่ดีต่อสุขภาพ และดีต่อหุ่นของคุณจะดีที่สุด

3.ชาเขียวร้อนดีต่อหุ่น
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจตะลุยขนมหวานจนอิ่มท้องเรียบร้อย ให้คุณสั่งเครื่องดื่ม อย่างชาเขียวร้อนมาหนึ่งแก้ว แล้วจิบหลังมื้อขนมหวาน หรือมื้อว่างระหว่างวัน ชาเขียวจะช่วยเผาผลาญไขมันและช่วยลดคอเรสเตอรอลในร่างกายได้อย่างดี อีกทั้งยังช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย และสบายท้องอีกด้วย

4.กินให้ถูกเวลา
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การกินขนมหวานมากที่สุด คือช่วงเช้าถึงบ่าย 2 โมง เพราะร่างกายจะสามารถเผาผลาญไขมัน มาใช้เป็นพลังงานระหว่างวันได้ แต่ถ้าหากคุณชอบกินเป็นมื้อดึก รับรองหุ่นของคุณจะพังทลายอย่างแน่นอน เพราะเจ้าขนมหวานจะทำให้คุณได้รับไขมันไปแบบเต็มๆ

5.ออกกำลังกายด้วย
เมื่อคุณรู้สึกผิดต่อร่างกาย หลังจากที่ได้กินขนมหวานไป ให้คุณตัดสินใจลุกขึ้นมาออกกำลังกายโดยด่วน ครั้งละ 30-45 นาที เพื่อช่วยเบิร์นไขมันที่คุณได้กินไปในระหว่างวัน โดยกิจกรรมที่คุณควรทำ คือออกไปเล่นกีฬา เต้นแอโรบิค หรือปั่นจักรยาน เพื่อช่วยให้ร่างกายของคุณได้เกิดการเผาผลาญ และยังช่วยทำให้คุณกลับมามีรูปร่างที่สมส่วน มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงอีกด้วย

สาวๆ คนไหนที่รู้ตัวว่าขาดของหวานไม่ได้ ก็ลองนำ 5 ทริคของเราไปปรับใช้กันดู รับรองเลยว่าของหวานจะไม่ทำร้ายหุ่นคุณอย่างแน่นอน แต่ที่สำคัญควรกินในปริมาณที่พอดี และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้รูปร่างของคุณสวยเป๊ะอย่างแน่นอน

Cr.www.sanook.com

รู้จักผัก 5 สีต้านโรค ผักผลไม้ชนิดไหนควรกินเป็นพิเศษ? เป็นเหมือนกันมั้ยที่ไม่ได้ชอบทานผักผลไม้ครบทุกสี หรือผักผลไม้ทุกชน...
28/08/2021

รู้จักผัก 5 สีต้านโรค ผักผลไม้ชนิดไหนควรกินเป็นพิเศษ?

เป็นเหมือนกันมั้ยที่ไม่ได้ชอบทานผักผลไม้ครบทุกสี หรือผักผลไม้ทุกชนิดอ่ะ จริงๆ ก็กินไม่กี่อย่างเอง วันนี้ ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ จะพาไปรู้จักผักผลไม้ 5 สีต้านโรค กินแล้วช่วยในเรื่องอะไรบ้าง? หรือสีไหนควรกินมากเป็นพิเศษ ที่มันเหมาะกับตัวเราวันนี้ เรามีมาบอกจ้า...

1. สีแดง 🔴

บำรุงผิวให้เปล่งปลั่ง ลดการเกิดสิว ป้องกันมะเร็งได้ ผักผลไม้ที่มีสีแดง อาทิ มะเขือเทศ, หอมแดง,แอปเปิลสีแดง, สตรอว์เบอร์รี่, เชอรี่, ส้มโอสีชมพู, ทับทิม, องุ่นแดง, แตงโม

2. สีเขียว 🟢

ต้านโรคมะเร็ง ต้านริ้วรอย ช่วยในการขับถ่าย ผักผลไม้ที่มีสีเขียว อาทิ กะหล่ำปลีสีเขียว, คะน้า, อะโวคาโด, แตงกวา, ผักโขม, ถั่วลันเตา, แอปเปิลสีเขียว, องุ่นเขียว ใครชอบแบบไหนเลือกทานตามใจชอบ

3. สีส้ม 🟠

ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม ลดไขมันในเลือด ผักผลไม้ที่มีสีส้ม อาทิ แครอท, ฟักทอง, ข้าวโพด, มันฝรั่งหวาน, พริกสีเหลือง, ส้ม, เสาวรส, มะม่วง, แคนตาลูป, มะละกอ

4. สีม่วง 🟣

ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ ช่วยให้เส้นผมเงางาม ผักผลไม้ที่มีสีม่วง อาทิ มะเขือม่วง, กะหล่ำปลีสีม่วง, มันสีม่วง, เผือก, ข้าวนิล

5. สีขาว ⚪

ลดการอักเสบ รักษาระดับน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในเลือด ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดอาการปวดข้อเข่า ผักผลไม้ที่มีสีสีขาว (เนื้อผลไม้) เช่น ฝรั่ง, แอปเปิล, กล้วย, เงาะ, ลางสาด, ลองกอง, ลิ้นจี่, พุทรา กินเถอะดีต่อตัวเอง

เอาเป็นว่าถ้าเราไม่เลือกกิน อย่างน้อยๆ เราก็ควรจะกินอาหารพืชผักผลไม้ให้ครบทุกสี เราว่าไม่ใช่เรื่องยากเลย...ลองดูกันนะคะ แล้วชีวิตคุณอาจจะเปลี่ยนไปเลย.

เสิร์ฟความอร่อยแบบคลีนๆ กับ Beyond cleanfood✨ อร่อยถูกปาก คุ้มค่า คุ้มราคา ✨ทำสดใหม่ทุกวัน วัตถุดิบคุณภาพดีใครที่ชอบออกก...
27/08/2021

เสิร์ฟความอร่อยแบบคลีนๆ กับ Beyond cleanfood
✨ อร่อยถูกปาก คุ้มค่า คุ้มราคา ✨
ทำสดใหม่ทุกวัน วัตถุดิบคุณภาพดี
ใครที่ชอบออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก ⚡
และชอบทานอาหารคลีน ต้องแนะนำเลย

✅ ข้าวกะเพราไก่ [ 79 บาท ]
✅ ข้าวกะเพรากุ้ง [ 79 บาท ]
✅ ข้าวอกไก่คั้วตะไคร้ [ 79 บาท ]
✅ ข้าวอกไก่ผัดพริกแกง [ 79 บาท ]
✅ ข้าวอกไก่ผัดพริกสามสี [ 79 บาท ]
✅ ข้าวปลาปลาดอลลี่ซอสแจ่ว [ 79 บาท ]

[ ใช้เครื่องปรุงที่ดีต่อสุขภาพ ]
[ ข้าวกล้องคุณภาพดี ]
[ ผักสดใหม่ ]
[ เนื้อสัตว์ Hight protein ]

ส่งตรงถึงบ้าน
🟢 Lineman : Beyond Cleanfood
🔴 โทร 064-6406986

[ ปรับมุมมอง เปลี่ยนmindset เพื่อสุขภาพที่ดี ] การมีสุขภาพที่ดี ในสมัยนี้เป็นเรื่องที่ไม่ยาก และ ไม่ง่ายเลยนะครับ แต่ผมม...
26/08/2021

[ ปรับมุมมอง เปลี่ยนmindset เพื่อสุขภาพที่ดี ]

การมีสุขภาพที่ดี ในสมัยนี้เป็นเรื่องที่ไม่ยาก และ ไม่ง่ายเลยนะครับ แต่ผมมีวิธีที่ทำให้การมีสุขภาพที่ดีเป็นเรื่องที่ง่าย ทำได้สบายๆ แค่ปรับมุมมอง เปลี่ยนความคิด

[ ทัศนคติของการมีสุขภาพที่ดี ]

การมีทัศนะคติที่ดีนั้น ส่งผลต่อสุขภาพของเรามาก ทั้งเรื่องร่างกาย และ จิตใจเลยครับ หรือที่เขาเรียกกันว่า พฤติกรรมสุขภาพ คือ พฤติกรรมที่กระทำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเจ็บป่วย การป้องกันโรค หรือปัญหาสุขภาพ การดูแลตัวเองให้สุขภาพอนามัยที่แข็งแรงครับ เรามักจะมองว่า ทำไมการที่เราจะลดน้ำหนักในแต่ละครั้ง มันยากจัง ต้องทำนู้นนี่มากมาย ทำไม่ได้หรอก หลายคนเป็นแบบนี้ครับ แค่ความคิดของคุณเป็นแบบนี้สุขภาพของคุณก็แย่แล้วครับ การที่ผมบอกว่าให้เปลี่ยนมุมมอง เราลองมองในอีกมุมนะครับว่า ถ้าเรารับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ ออกกำลังกายวันละนิด มีความสุขในทุกวัน พยายามคิดบวก เราจะได้สุขภาพที่ดีแล้วครับ แล้วผลพลอยได้ของมันคือ น้ำหนักเราจะลดลง เราจะดูดีขึ้น เห็นไหมครับ ว่าทัศนคติ มันสำคัญยังไง ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่มุมมองของเรา

[ สุขภาพที่ดี คืออะไร ??? ]

หลายคนเข้าใจว่าสุขภาพที่ดี คือการไม่อ้วน หรือมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ มาตรฐาน แต่ความจริงแล้ว คำว่า “สุขภาพที่ดี” หมายถึงการที่เราดูแลตัวเอง ออกกำลังกาย การพักผ่อน รวมถึงลดหรือเลิกสิ่งที่บั่นทอนต่อสุขภาพครับ เพราะการที่เรามีพฤติกรรมที่ไม่ดี มันส่งผลต่อสุขภาพของเรามากๆเลยครับ

[ Thank you ]

Cr. www .craziebike.com

ออกกำลังกายช่วงไหน ดีที่สุด ??? ออกกําลังกายตอนไหนดีที่สุด มาคลายข้อสงสัยกันว่าควรออกกำลังกายเวลาไหน อย่ารอช้า รีบไปดูคำ...
26/08/2021

ออกกำลังกายช่วงไหน ดีที่สุด ???

ออกกําลังกายตอนไหนดีที่สุด มาคลายข้อสงสัยกันว่าควรออกกำลังกายเวลาไหน อย่ารอช้า รีบไปดูคำตอบกันว่าออกกําลังกายเวลาไหนดีที่สุด

ออกกำลังกายตอนเช้า

ช่วงเวลาเช้าหรือหลังตื่นนอนเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังฟื้นตัวจากการพักผ่อนในช่วงเวลากลางคืน และหลายคนก็เลือกออกกำลังกายในช่วงเช้า เพราะสามารถทำเป็นกิจวัตรประจำวันได้ ซึ่งการออกกำลังกายในช่วงเช้ามีประโยชน์ดังนี้

ข้อดี
- ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญของร่างกายให้
มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญแคลอรี่
เพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปได้ทั้งวัน

- ช่วยกระตุ้นระบบการทำงานของหัวใจ ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น

- ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น และตื่นตัวพร้อมสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ เนื่องจากการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ดีขึ้น แถมยังช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นนั่นเอง

- อากาศในช่วงเช้าจะสดชื่นและมีมลพิษน้อยกว่าในช่วงอื่นของวัน ทำให้ในการออกกำลังกายจะรับอากาศที่บริสุทธิ์กว่า อีกทั้งแสงแดดในตอนเช้ายังมีประโยชน์กับร่างกายอีกด้วย

- มีสมาธิในการออกกำลังกายมากกว่าเพราะมีสิ่งรบกวนน้อย

- สามารถออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอเมื่อเลือกเวลาเช้าเป็นเวลาออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายจะเป็นสิ่งแรกที่ทำในแต่ละวัน แตกต่างจากช่วงเวลาอื่นที่อาจจะมีกิจกรรมอื่น ๆ มาแทรกทำให้ไม่ออกกำลังกายได้

ข้อเสีย

- ในการออกกำลังกายตอนเช้าหากพักผ่อนไม่เพียงพอก็จะทำให้ยิ่งอ่อนเพลียยิ่งกว่าเดิม หรือไม่ก็จะทำให้การออกกำลังกายไม่ได้ประสิทธิภาพ เพราะออกกำลังกายเบาเกินไปเนื่องจากไม่มีแรง

- ทำให้ตับทำงานอย่างหนักเพราะในช่วงการนอนหลับ ตับก็ยังคงทำงานอยู่ ทำให้เมื่อตื่นนอนเราจะไม่มีพลังงานเหลืออยู่ในหลอดเลือดเพียงพอสำหรับการออกกำลังกาย และตับก็จะต้องดึงสารอาหารที่เก็บสะสมไว้ออกมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้ตับทำงานตลอดเวลาไม่มีการหยุดพัก

- ในช่วงเช้า ร่างกายจะมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่าปกติ ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดน้อย ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถออกกำลังกายได้เต็มที่

- มีโอกาสบาดเจ็บได้มากกว่า เพราะในช่วงเช้าเป็นช่วงที่อุณหภูมิจะต่ำกว่าช่วงอื่นของวัน ทำให้อาจจะเกิดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อในขณะที่ออกกำลังกายได้

ข้อควรปฏิบัติในการออกกำลังกายตอนเช้า ☀

หากต้องการออกกำลังกายในช่วงเวลาเช้า ควรจะรับประทานอาหารก่อนออกกำลังกายอย่างน้อย 2 - 3 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอต่อการออกกำลังกาย และควรอบอุ่นร่างกายให้นานกว่าการออกกำลังกายในช่วงเวลาอื่น ๆ อย่างน้อย 10 - 15 นาที เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นมากพอสำหรับการออกกำลังกาย ที่สำคัญไม่ควรจะรีบรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำทันทีหลังจากออกกำลังกายหนัก เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการหายใจไม่ทัน หรือจุกได้ นอกจากนี้ยังควรพักผ่อนให้เพียงพออีกด้วยค่ะ ในกรณีที่ป่วย ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายเพราะอาจจะทำให้หมดแรงได้ค่ะ

ออกกำลังกายตอนกลางวันถึงบ่าย

ช่วงกลางวันและช่วงบ่ายเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายทำงานอย่างเต็มที่ และอุณหภูมิในร่างกายจะเป็นปกติ การทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายฟื้นตัวจากการพักผ่อนเรียบร้อยแล้ว แต่ข้อดีและข้อเสียของการออกกำลังกายมีอะไรบ้าง ไปดูกันค่ะ

ข้อดี

- ร่างกายมีระดับฮอร์โมนและการไหลเวียนที่สูงกว่าในช่วงเช้าและอยู่ในระดับปกติ ทำให้สามารถออกกำลังกายได้มาก

- ช่วยลดความอยากอาหารในมื้อกลางวันและมื้อเย็นได้ นอกจากนี้ยังไม่ทำให้กินจุบจิบอีกด้วย

- ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นหลังจากการทำงานในช่วงเช้า ลดอาการง่วงเหงาหาวนอนในช่วงบ่ายได้ดี

- ช่วยผ่อนคลายความเครียด

- มีการศึกษาพบว่า ระบบการหายใจในช่วงบ่ายจะทำงานได้ดีกว่าในช่วงอื่น ๆ ของวัน

- สามารถออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องอบอุ่นร่างกายมาก เนื่องจากอุณหภูมิร่างกายอบอุ่นเพียงพอ และ ด็อกเตอร์ David W. Hill ได้เปิดเผยในบทความหนึ่งในวารสาร Ergonomics เมื่อปี 2007 ว่าในช่วงบ่ายของวัน ร่างกายจะมีความแข็งแรงและยืดมากขึ้นกว่าในช่วงเวลาอื่น 5% ทำให้เหมาะกับการออกกำลังกาย

ข้อเสีย

- ถึงแม้ว่าในช่วงบ่ายระบบการหายใจจะดีกว่าช่วงอื่น แต่ในช่วงเที่ยง ระบบการหายใจจะทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจจะทำให้ประสิทธิภาพในการออกกำลังกายลดลง 15 - 20 %

- ในช่วงเที่ยงที่มีเวลาจำกัดจึงทำให้ออกกำลังกายได้ไม่เต็มที่ และในช่วงบ่ายอาจจะมีภารกิจที่เข้ามาแทรกทำให้การออกกำลังกายน้อยเกินกว่าที่ควรจะเป็น

ข้อควรปฏิบัติในการออกกำลังกายตอนกลางวันถึงบ่าย

หากต้องการจะออกกกำลังกายในช่วงนี้ควรจะจัดสรรเวลาให้ดีและมีเวลาการออกกำลังกายอย่างน้อย 1 - 2 ชั่วโมงเผื่อการอบอุ่นร่างกาย และควรควบคุมการรับประทานอาหารหลังจากออกกำลังกายให้ดีเพื่อไม่ให้ทานเยอะจนเกินไป

การออกกำลังกายตอนเย็นถึงค่ำ

การออกกำลังกายช่วงเวลาเย็นถึงค่ำ เป็นช่วงเวลายอดนิยมของคนทำงาน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาหลังจากการทำงาน ทำให้สามารถใช้เวลากับการออกกำลังกายได้เต็มที่ แต่การออกกำลังกายในช่วงเวลานี้ก็มีข้อดี ข้อเสียเช่นกัน

ข้อดี

- โดยทั่วไปแล้วคนเราจะมีอุณหภูมิและฮอร์โมนในร่างกายสูงที่สุดก็ในช่วง 18.00 น เป็นต้นไป ทำให้สามารถออกกำลังกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

- ความเสี่ยงในการเกิดการบาดเจ็บน้อย เนื่องจากอุณหภูมิในร่างกายเป็นปกติ

- มีพลังงานในการออกกำลังกายมากกว่าช่วงอื่น ๆ เนื่องจากในช่วงเวลาระหว่างวัน เราได้รับประทานอาหารเข้าไปอย่างเพียงพอแล้ว

- ช่วยผ่อนคลายความเครียด และลดอาการเมื่อยล้าจากการทำงาน เพราะการออกกำลังกายในช่วงเย็นจะช่วยกระตุ้นการทำงานของร่างกาย จึงจะทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้นหลังจากออกกำลังกาย

- ช่วยลดความอยากอาหารในมื้อเย็นได้ ทำให้ไม่รับประทานมากจนเกินไปในช่วงเย็น

ข้อเสีย

- การออกกำลังกายในช่วงนี้จะทำให้ร่างกายตื่นตัวและทำให้นอนหลับได้ยาก และนอนหลับได้ไม่สนิทหากนอนทันทีหลังจากออกกำลังกาย ส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนและนาฬิกาชีวิต

- หากออกกกำลังกายในช่วงค่ำ สถานที่ในการออกกำลังจะจำกัดลง และอาจจะต้องออกกำลังกายในร่มแทน เพราะหากออกกำลังกายนอกสถานที่จะเสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงได้

- ร่างกายจะเผาผลาญไขมันสะสมได้ช้า เพราะพลังงานทั้งหมดที่จะต้องใช้ในการเผาผลาญไขมันจะถูกใช้ไปกับการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายจะต้องใช้เวลานานขึ้นในการเผาผลาญให้ถึงระดับของไขมันสะสม

ข้อควรปฏิบัติในการออกกำลังกายตอนเย็นถึงค่ำ

เพื่อให้การออกกำลังกายในช่วงเย็นถึงค่ำได้ผลดียิ่งขึ้น ในขณะออกกำลังกายและหลังจากออกกำลังกายควรดื่มน้ำอุณหภูมิห้องเพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกายเป็นปกติ เพราะถ้าหากดื่มน้ำเย็นอุณหภูมิร่างกายจะปรับลดเร็วจนเกินไป ทำให้ร่างกายทำงานหนัก และเสียเหงื่อมาก อาจทำให้เป็นไข้ได้ และไม่ควรรับประทานอาหารก่อนออกกำลังกาย แต่ถ้าหากกลัวหมดแรงก็ควรรับประทานรับประทานเป็นผลไม้แทน นอกจากนี้หลังจากออกกำลังกายแล้ว ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 4 - 6 ชั่วโมง ก่อนเข้านอน เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุลได้ และจะทำให้หลับได้สนิทมากขึ้น ส่งผลให้ตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นอย่างสดชื่นค่ะ

แล้วออกกำลังกายเวลาไหนดีที่สุดล่ะ ?

ในการออกกำลังกายแต่ละช่วงเวลาก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป แต่ไม่ว่าจะออกกำลังกายเวลาไหนก็มีประโยชน์ทั้งนั้น เพราะแค่เพียงเราออกกำลังกายก็ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงได้แล้ว

หายสงสัยกันแล้วใช่ไหมล่ะว่าออกกำลังกายช่วงไหนดีที่สุด ดังนั้นสิ่งต่อไปก็คือต้องเริ่มออกกำลังกายกันได้แล้วนะคะ อย่ามัวแต่เกี่ยงเลยว่าจะต้องออกกำลังกายช่วงไหน เพราะหากคุณเริ่มออกกำลังกายเร็ว ร่างกายก็ยิ่งแข็งแรง อย่าปล่อยให้เวลาเลยผ่านไปพร้อมกับร่างกายที่โรยราดีกว่าค่ะ

อาหารเสริม คือ สารอาหารที่ใช้รับประทานเพิ่มเติมจากมื้ออาหารหลัก อาจใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หรือเพื่อบำรุงสุขภาพต...
25/08/2021

อาหารเสริม คือ สารอาหารที่ใช้รับประทานเพิ่มเติมจากมื้ออาหารหลัก อาจใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หรือเพื่อบำรุงสุขภาพตามความเชื่อของบางบุคคล ส่วนสารอาหารที่มักถูกนำมาทำเป็นอาหารเสริม ได้แก่ วิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน พืช ผัก สมุนไพรต่าง ๆ เป็นต้น

ทำไมต้องรับประทานอาหารเสริม
ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริมเพิ่มเติมจากสารอาหารที่ได้รับจากมื้ออาหาร เพราะสารอาหารที่จำเป็นต่อกระบวนการเจริญเติบโตของร่างกายหรือการมีสุขภาพดีโดยส่วนใหญ่ สามารถหาได้จากการรับประทานอาหารให้ครบโภชนาการทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม

ส่วนผู้ที่อาจมีความจำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริม ได้แก่ ผู้ที่กำลังป่วยด้วยภาวะต่าง ๆ ผู้ที่แพทย์วินิจฉัยแล้วว่าร่างกายมีภาวะขาดสารอาหารชนิดใด ๆ ก็ตาม ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนมีบุตร และผู้ที่ไม่สามารถบริโภคสารอาหารเหล่านั้นได้ในปริมาณที่ร่างกายสมควรได้รับ เป็นต้น ทั้งนี่

อาจปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร พร้อมศึกษาข้อมูลการบริโภคอาหารเสริมแต่ละชนิดให้ถี่ถ้วนก่อนเสมอ เพราะการรับสารอาหารชนิดใดเข้าสู่ร่างกายจนมากเกินพอดี อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เช่นกัน

อาหารเสริม ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่ ?

ไม่ใช่อาหารเสริมทุกตัวที่ได้รับการรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย แม้อาหารเสริมบางชนิดจะผ่านการทดลองในห้องปฏิบัติการมาแล้วก็ตาม แต่อาหารเสริมและส่วนประกอบในอาหารเสริมเหล่านั้น อาจยังไม่ได้รับการพิสูจน์ถึงประสิทธิผลและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเสมอไป ยิ่งไปกว่านั้น การบริโภคอาหารเสริมอย่างผิดวิธี หรือเกินปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของผู้บริโภคได้

ดังนั้น การรับประทานอาหารเสริมแต่ละชนิด จะปลอดภัยก็ต่อเมื่อผู้บริโภคใช้อาหารเสริมตัวนั้นอย่างถูกวิธีในปริมาณที่ถูกต้องเหมาะสม ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

แนวทางการบริโภคอาหารเสริมอย่างปลอดภัย

ก่อนรับประทานอาหารเสริมชนิดใด ควรพิจารณาและขอคำปรึกษาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญในประเด็นต่าง ๆ เช่น ประโยชน์ต่อสุขภาพทั่วไปจากการบริโภคอาหารเสริมชนิดนั้น ประโยชน์และความเหมาะสมต่อสภาพร่างกายของผู้ที่ต้องการบริโภค ความปลอดภัยและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ วิธีการ ปริมาณ และระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการบริโภค เป็นต้น

** ศึกษาข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนการบริโภค อย่างวิธีการบริโภคและผลข้างเคียงที่เคยเกิดขึ้นกับผู้บริโภคอื่น ๆ

** ไม่บริโภคอาหารเสริมเพื่อรักษาอาการป่วยที่ตนสงสัย แต่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยและคำแนะนำจากแพทย์ว่าควรบริโภคอาหารเสริมชนิดนั้น

** ไม่บริโภคอาหารเสริมแทนการใช้ยารักษา หรือบริโภคร่วมกับยารักษาชนิดใด หากไม่มีคำสั่งจากแพทย์

** หากต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือเข้ารับการรักษาใด ๆ ให้แจ้งกับแพทย์ผู้ดูแลก่อนทุกครั้งว่ากำลังรับประทานอาหารเสริมชนิดใดอยู่

** ผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ต้องระมัดระวังในการใช้อาหารเสริมใด ๆ เป็นอย่างยิ่ง เพราะสารเคมีที่ร่างกายได้รับ อาจส่งต่อไปยังบุตร และทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อทารกได้ จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ และบริโภคอาหารเสริมตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสารสกัดมาจากธรรมชาติ แต่ส่วนประกอบต่าง ๆ ในอาหารเสริมก็ไม่ได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัดว่าจะมีผลลัพธ์ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคเสมอไป ทั้งนี้ อาหารเสริมอาจมีส่วนประกอบของสารเคมีที่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภคได้หากบริโภคอย่างผิดวิธี หรืออาจส่งผลข้างเคียงต่อผู้บริโภคบางรายที่มีอาการแพ้ยาหรือสารใด ๆ ได้เช่นเดียวกัน

หลังบริโภคอาหารเสริม หากพบผลข้างเคียงเป็นอาการเจ็บป่วยใด ๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาทันที และแจ้งให้แพทย์ทราบว่ากำลังบริโภคอาหารเสริมชนิดใดอยู่

ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสริม เพราะอาจจะทำให้อาการของโรคแย่ลง หรือมีผลข้างเคียงต่อยาที่ใช้ในปัจจุบัน
- thank you 🤍 -

Cr. www.pobpad.com

นอนดึกตื่นเช้า เรื่องธรรมดาของใครหลายคน ทั้งทำงานดึก ติดเกม ปาร์ตี้ยันเช้า ทำให้นอนไม่พอ เลยหนีไม่พ้นง่วงในเวลาทำงาน ก็ท...
25/08/2021

นอนดึกตื่นเช้า เรื่องธรรมดาของใครหลายคน ทั้งทำงานดึก ติดเกม ปาร์ตี้ยันเช้า ทำให้นอนไม่พอ เลยหนีไม่พ้นง่วงในเวลาทำงาน ก็ทำไงได้อ่ะเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ งั้นมาเรียนรู้ทริคการหลับแบบให้ตื่นมาไม่ง่วงกันเถอะ! รับรองไม่ว่าจะนอนตอนไหนไหน ก็ตื่นมาสดชื่นแน่นอน

กฎการนอน 90

✅ ระยะที่ 1 คือ ช่วงเริ่มหลับ หรือช่วงที่เพิ่งหัวถึงหมอน ถ้ามีใครปลุกหรือเรียกในช่วงนี้ จะยังรู้สึกตัวอยู่ระยะที่เปลี่ยนจากช่วงตื่นเป็นนอนหลับ จะใช้เวลาราว 5-10 นาทีกว่าคนเราจะเริ่มหลับไปจริงๆ

✅ ระยะที่ 2 คือ ช่วงหลับตื้น เป็นระยะแรกที่มีการหลับอย่างจริงจัง ยังสามารถปลุกให้ตื่นได้ แต่ความดัน การหายใจ หัวใจเต้น จะช้าลงหมด

✅ ระยะที่ 3 ช่วงหลับลึก เป็นระยะที่คนเราจะหลับลึกที่สุด หากถูกปลุกให้ตื่นในช่วงนี้จะรู้สึกตื่นยากกว่าระยะอื่นๆ เป็นช่วงที่หลับสนิทที่สุดของการนอน ถ้านอนหลับไม่ถึงขั้นนี้ ร่างกายเราจะไม่ได้รับการซ่อมแซมอย่างเต็มที่ เพราะ Growth Hormone ก็จะมาหลั่งในช่วงนี้ด้วย ซึ่งมีผลต่อการนอน เพียงแค่นอนให้ครบรอบ 90 นาที กี่รอบก็ได้ ซึ่งแนะนำว่า 5 รอบ ก็ตื่นมาสดชื่นตลอดวันแล้ว
- หวังว่าอ่านบทความนี่เเล้วคุณจะตื่นมา
สดใสกว่าเดิมนะครับ -
- Thank you - 🤍

Cr. www.health.kapook.com

 # # # เคล็ดไม่ลับ กินอย่างไร ให้กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น 💪1. เลือกรับประทานแต่โปรตีนชั้นดี ดูดซึมง่ายโปรตีนชั้นดีคือโปรตีนที...
23/08/2021

# # # เคล็ดไม่ลับ กินอย่างไร ให้กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น 💪

1. เลือกรับประทานแต่โปรตีนชั้นดี ดูดซึมง่าย
โปรตีนชั้นดีคือโปรตีนที่มีกรดอะมิโนครบถ้วนโดยไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ในเนื้อสัตว์เสมอไป แหล่งโปรตีนชั้นดีมีอยู่ทั่วไปทั้งในพืช เนื้อสัตว์ และเมล็ดธัญพืชทั้งหลาย ดังนั้นแหล่งโปรตีนที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนทานเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้แก่ เนื้อบด ไข่ เนื้อปลา ชีส นม เป็นต้น ส่วนโปรตีนที่อยู่ในเมล็ดธัญพืชที่เราอยากแนะนำ เช่น เมล็ดกัญชง ถั่ว ข้าวบัควีต ควินัว และถั่วชนิดต่างๆ นั่นเอง

2. ทานโปรตีนให้เพียงพอในแต่ละวัน
กฎเหล็กสำหรับคนที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อจะต้องเคร่งครัดก็คือหลัก "1.5" ซึ่งหมายความว่าหากคุณมีน้ำหนักตัว 120 ปอนด์ คุณจะทานโปรตีนให้ได้วันละ 1.5 x 120 กรัม หรือ 180 กรัม จึงจะมีกล้ามเนื้อสวยงามที่คนทั่วไปต้องการ แต่หากคุณอยากมีกล้ามใหญ่ๆ เหมือนนักเพาะกาย หรือ ดาราฮอลลีวูดกล้ามโตทั้งหลายจะต้องทานโปรตีนโดยเปลี่ยนจากคูณ 1.5 ไปเป็นคูณ 2-3

3. เวย์โปรตีน ตัวช่วยเสริมอีกทางหนึ่ง
เพราะแหล่งโปรตีนทั่วไปอาจมีกรดอะมิโนสำหรับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อไม่ครบ โดยกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อนั้นมีอยู่ 6 ตัวด้วยกัน รวมๆ แล้วเรียกว่า PDCAAS ซึ่งจะมีครบถ้วนทุกชนิดในเวย์โปรตีนสำเร็จรูป ที่สำคัญคือเวย์โปรตีนนั้นย่อยง่ายทำให้กล้ามเนื้อสามารถดึงไปใช้เสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อได้ทันทีที่ต้องการ

4. ควบคุมเกลือแร่ให้เหมาะสม
แม้ว่าการรับโซเดียมเข้าสู่ร่างกายมากเกินไป จะทำให้เสีย เเต่คุณต้องไม่ลืมว่า โซเดียมนั้นเป็นแร่ธาตุจำเป็นที่ร่างกายใช้สำหรับควบคุมการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ และยังช่วยป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อเป็นตะคริว

5. อย่าลืมทานอาหารที่มีเส้นใย และ ไฟเบอร์
สำหรับคนที่กำลังเสริมสร้างกล้ามเนื้อนั้น อาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์คุณภาพสูงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย เพราะร่างกายคุณในตอนนี้ ต้องการระบบดูดซึมสารอาหารที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นลำไส้คุณมีประสิทธิภาพระดับสูงเพื่อในการดูดซึมโปรตีนและสารอาหารที่มีประโยชน์ไปใช้เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และ ตัวที่จะช่วยได้ดีที่สุดก็คือไฟเบอร์คุณภาพสูงที่สามารถพบได้ในอาหารพวกผัก ผลไม้ และธัญพืช

6. ห้ามงดคาร์โบไฮเดรต
หลายคนที่กำลังปั้นกล้ามเนื้ออยู่ มักมีความเข้าใจผิดว่าจะต้องงดทานคาร์โบไฮเดรต เพราะกลัวว่ามันจะกลายเป็นไขมันแล้วทำให้อ้วน แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น คาร์โบไฮเดรตที่ทานเข้าไปจะสะสมอยู่ในรูปของ "ไกลโคเจน" ภายในกล้ามเนื้อ ซึ่งมันจะถูกดึงออกมาสร้างพลังงานให้กับกล้ามเนื้อของเราเวลาออกกำลังกาย หากคุณมีปริมาณไกลโคเจนไม่เพียงพอ กล้ามเนื้อก็จะไม่มีแรง จึงจำเป็นต้องดึงพลังงานจากโปรตีนมาใช้แทน ผลก็คือกล้ามเนื้อของคุณจะฝ่อและเหี่ยวแห้งทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว นักโภชนาการจึงแนะนำผู้ที่กำลังเสริมสร้างกล้ามเนื้อว่าให้ทานคาร์โบไฮเดรตให้ได้พลังงานทั้งหมดประมาณ 1,500 แคลอรี่ต่อวันจึงจะเหมาะสม

7. ทานไขมันดี หลีกเลี่ยงไขมันเลว
นักโภชนาการให้คำแนะนำต่อผู้เสริมสร้างกล้ามเนื้อทุกคนว่า ร่างกายควรได้รับพลังงานจากไขมันประมาณวันละ 20-35% ของพลังงานที่ร่างกายควรได้รับทั้งหมดในแต่ละวัน ที่สำคัญคือร่างกายควรได้รับแต่ไขมันที่ดี ซึ่งก็คือไขมันแบบไม่อิ่มตัว จากน้ำมันมะกอก น้ำมันจากถั่ว น้ำมันทานตะวัน น้ำมันคาโนลา และน้ำมันอะโวคาโด ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงไขมันเลว โดยเฉพาะไขมันทรานซึ่งมีอยู่มากในอาหารขยะอย่าง ฟาสต์ฟู้ด และขนมเบเกอรี่ต่างๆ แต่หากเลี่ยงไม่ได้ก็ไม่ควรทานเกิน 10 % ของปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับในแต่ละวัน เพราะไขมันเลวเหล่านี้จะไปสะสมตามร่างกายอย่างรวดเร็ว และเอาออกได้ยาก

- หวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จาการอ่านบทความนี้ -

- Thank you 🤍 -

Cr. www.sanook.com

ที่อยู่

Bang Kapi
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 11:00 - 17:00
อังคาร 11:00 - 17:00
พุธ 11:00 - 17:00
พฤหัสบดี 11:00 - 17:00
ศุกร์ 11:00 - 17:00
เสาร์ 11:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66646406986

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Beyond Cleanfoodผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท