Blessed Coffee กาแฟ เครื่องดื่ม ขนม ของหวาน

ประวัติความเป็นมาของกาแฟ          ตามตำนานเก่าแก่ที่นับย้อนกลับไปในอดีตกว่าหนึ่งพันปี เชื่อกันว่าต้นกาแฟมีจุดกำเนิดจากเม...
23/09/2016

ประวัติความเป็นมาของกาแฟ

ตามตำนานเก่าแก่ที่นับย้อนกลับไปในอดีตกว่าหนึ่งพันปี เชื่อกันว่าต้นกาแฟมีจุดกำเนิดจากเมืองแคฟฟาซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเอธิโอเปียและเกี่ยวข้องกับเรื่องราวอันโด่งดังของแพะเต้นระบำ อยู่มาวันหนึ่ง คาลดี ซึ่งเป็นคนเลี้ยงแพะชาวอาเรเบียนหรือเอธิโอเปียนพบว่าแพะของเขาดูกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวาผิดปรกติพร้อมลุกขึ้นมากระโดดโลดเต้นจนล่วงเลยถึงยามค่ำคืน หลังจากได้กินผลเชอร์รี่สีแดงสดจากพุ่มไม้ที่มีใบสีเขียวเข้ม มื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับแพะของเขา ชายหนุ่มจึงตัดสินใจทดลองด้วยตนเองและค้นพบถึงสรรพคุณในการกระตุ้นให้ตื่นตัว เมื่ออิหม่ามจากอารามที่อยู่ใกล้ๆทราบเรื่องของพันธุ์ไม้ดังกล่าว จึงนำผลเชอร์รี่มาต้มและดื่มน้ำที่ได้จากการเคี่ยวผลไม้นั้น ขาพบว่าตนเองสามารถตื่นอยู่ได้จนกระทั่งล่วงเข้ายามดึก ทำให้สามารถดำเนินพิธีทางศาสนาได้ตลอดคืน ไม่นานความมหัศจรรย์ของไม้พันธุ์นี้ก็ถูกกระจายจากปากต่อปากและแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว และกาแฟก็กลายมาเป็นที่รู้จักและคุ้นเคยของผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ชาวเปอร์เซียนำกาแฟมายังท่าเรือเมืองม็อคคาในประเทศตุรกีในศตวรรษที่ 16 ต่อมาในศตวรรษที่ 17 เมล็ดกาแฟได้กลายมาเป็นสินค้าส่งออกจากม็อคคาไปยังยุโรป และในปี 1690 ชาวดัตช์เริ่มทดลองปลูกกาละแฟในชวา ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ก็เริ่มมีการเพาะปลูกต้นกาแฟในเรือนกระจกทั้งในอัมสเตอร์ดัมและปารีส และการปลูกกาแฟยังขยายไปยังไร่ต่างๆในแถบประเทศอเมริกาใต้อีกด้วย พันธุ์กาแฟหลักที่มีความสำคัญในเชิงพาณิชย์มีอยู่ด้วยกันสองพันธุ์ ได้แก่ Coffea Arabica หรือ อาราบิกา (Arabica)และ Coffea Canaphora หรือ โรบัสตา (Robusta) สำหรับพันธุ์ อาราบิกานั้นถือเป็นพันธุ์กาแฟที่เก่าแก่ที่สุดที่มนุษย์รู้จัก โดยจะปลูกอยู่ในระดับความสูงที่ค่อนข้างสูง ระหว่าง 1,000-2,000 เมตร หรือ 3,280-6,561 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการปลูกกาแฟพันธุ์ดังกล่าวประกอบด้วยปริมาณฝนตกเฉลี่ย 150-200 เซ็นติเมตรต่อปี และมีอากาศอบอุ่นในช่วงเวลากลางวันและเย็นในเวลากลางคืน โดยอุณหภูมิตลอดทั้งปีเฉลี่ยอยู่ที่ 15-24C เมล็ดอาราบิก้ามีรูปทรงที่ใหญ่ ยาวและแบนกว่าเมล็ดโรบัสตา ทั้งยังมีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่า และให้รสที่นุ่มนวลและอมเปรี้ยวมากกว่า แม้ว่าจะปลูกยากเนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดโรค แมลง และน้ำค้างแข็ง แต่เมล็ดอาราบิกายังคงครองสัดส่วนถึงประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณกาแฟโลก พันธุ์ โรบัสตา ถือเป็นเมล็ดกาแฟที่มีความทนทานอย่างมาก เพราะปลูกได้ง่ายและให้รสชาติที่เข้มข้นกว่าเมื่อเทียบกับพันธุ์อาราบิกา โดยครองสัดส่วน 30 เปอร์เซ็นต์ของกาแฟโลกเนื่องจากมีรสชาติที่ด้อยกว่า เมล็ดโรบัสตามักถูกใช้ในการผสมกาแฟ ที่ซึ่งลักษณะเมล็ดจะเหมาะสมมากกว่า หรือใช้ในการผลิตกาแฟสำเร็จรูป ต้นกาแฟโรบัสตามักปลูกในแถบร้อนชื้นที่ระดับความสูงต่ำ ช่วงระหว่างระดับในน้ำทะเลถึงประมาณ 700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และในอุณหภูมิระหว่าง 24-30C ตัวเมล็ดจะมีขนาดค่อนข้างเล็ก และมีรูปทรงยาวรีและโป่ง ข้อดีของกาแฟพันธุ์นี้คือปลูกได้ง่ายกว่าเนื่องจากมีความทนทานต่อโรคและเมลง โดยมักจะพบมากในแถบแอฟริกาตะวันตกและกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบราซิล ในประเทศไทย มีการปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสตาในแถบจังหวัดภาคใต้ อาทิ ระนอง ชุมพร และสุราษฎร์ธานี เป็นต้น

ที่มา วีกีพีเดีย สารานุกรมเสรี

15 ประโยชน์ เสกความสวย หัวจรดเท้าด้วยกาแฟกาแฟ นอกจากจะเป็นเครื่องดื่ม ที่ทำให้ร่างกายสดชื่นกระปรี่กระเปร่าแล้ว ยังมีประโ...
22/09/2016

15 ประโยชน์ เสกความสวย หัวจรดเท้าด้วยกาแฟ

กาแฟ นอกจากจะเป็นเครื่องดื่ม ที่ทำให้ร่างกายสดชื่นกระปรี่กระเปร่าแล้ว ยังมีประโยชน์ในด้านความงามด้วย เราสามารถนำกาแฟ และกากกาแฟที่เหลือทิ้ง มาใช้เพื่อดูแลความสวยความงามได้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเลยทีเดียว

1 ใช้ลดอาการตาบวม : เพียงแค่นำกากกาแฟแช่เย็น มาประคบไว้ที่บริเวณถุงใต้ตา ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที และล้างออกด้วยน้ำเย็น อาการตาบวม ก็จะยุบจนหายเป็นปกติได้

2 ใช้ขัดผิว : กากกาแฟ มีลักษณะเป็นผง ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำมาขัดผิว นำกากกาแฟ มาผสมกับน้ำมันโอลิเวอร์หรือน้ำ เพื่อให้มีความเหนียว ก็จะได้สครับธรรมชาติ ที่ช่วยขจัดขัด เซลล์ผิวที่ตายออกจากผิวหนังได้

3 ช่วยให้ผิวกระจ่างใส : คาเฟอีนในกาแฟ จะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นมา ด้วยวิธีการง่ายๆ คือ นำกากกาแฟ มาผสมกับน้ำผึ้ง โยเกิร์ต และอโวคาโดบด จากนั้นนำมาพอกลงบนผิวหนัง ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออก ผิวจะดูกระจ่างใสขึ้นได้

4 ช่วยขจัดเซลลูไลท์ หรือไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งทำให้ผิวหนังมีลักษณะคล้ายเปลือกส้ม : นำกากกาแฟ มาผสมกับน้ำจนเหนียว แล้วนำไปขัดในบริเวณผิวเปลือกส้ม ทิ้งไว้สัก 2-3 นาที จะช่วยกระชับผิวและทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

5 ใช้มาร์กหน้า : กาแฟนำมาใช้มาร์กหน้าได้ดี วิธีการคือ นำกากกาแฟ มาผสมกับน้ำผึ้งและโยเกิร์ต ในปริมาณที่เท่าๆ กัน จากนั้นนำมามาร์กบนในหน้าประมาณ 30 นาที จะช่วยกระชับและกระตุ้นการทำงานของเซลผิวบริเวณใบหน้า

6 ใช้ขัดริมฝีปาก : นำกากกาแฟเปียก เพียงเล็กน้อง มานวดถูบริเวณริมฝีปาก สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นและช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตาย ริมฝีปากจะเนียนนุ่ม

7 ใช้ทำโลชั่นเปลี่ยนสีผิวให้เป็นสีแทน : เราสามารถนำกากกาแฟ มาทำโลชั่น เพื่อเปลี่ยนสีผิวให้เป็นสีแทนได้ โดยเตรียมส่วนผสมคือ น้ำมันโอลิเวอร์ 1 ส่วน ต่อกากกาแฟ 1 ส่วน วิธีทำคือ นำน้ำใส่กระทะตั้งไฟปานกลาง เมื่อน้ำร้อนใส่กากกาแฟลงไป จากนั้นลดความร้อนตั้งไฟอ่อนคนเป็นระยะ ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง นำมากรอกกากออก แล้วจึงผสมกับน้ำมันโอลิเวอร์ที่เตรียมไว้ จะได้โลชั่น ใช้ทาผิวเหมือนโลชั่นทั่วๆ ไป แต่สีผิวจะเข้มขึ้น ออกเป็นสีแทน ซึ่งเป็นสีธรรมชาติของกาแฟ

8 ใช้บำรุงหนังศีรษะ : ถ้าต้องการขจัดเซลล์หนังศีรษะที่ตายแล้ว รวมทั้งคราบผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมต่างๆ ที่เรานำมาใช้จัดแต่งทรงผม กากกาแฟเป็นทางเลือกทีดี ช่วยทำความสะอาด และช่วยให้เส้นผมแข็งแรง สุขภาพดี เพียงนำกากกาแฟ มานวดและขัดเบาๆ บนศีรษะเปียก ทิ้งไว้สักหนึ่งนาที แล้วล้างออก จากนั้น ตามด้วยแชมพูและครีมนวดผมที่ใช้ตามปกติ

9 ช่วยเปลี่ยนสีผม : กาแฟ ช่วยเพิ่มเฉดสี ให้กับเส้นผม วิธีการคือ ผสมกากกาแฟ 1 ส่วน ต่อครีมนวดผม 1 ส่วน นำไปหมักให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วค่อยล้างออก สีผมที่อ่อน จะกลายเป็นสีน้ำตาลที่เข้มขึ้น

10 ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่ม เงางาม : ผสมนำมันโอลิเวอร์กับผงกาแฟ นำไปหมักผม ทิ้งไว้ 20-30 นาที แล้วล้างออก เส้นผมจะเงางาม มีชีวิตชีวา

11 ใช้มาร์กผม : หากไม่ต้องการส่วนผสมอะไรมาก เพียงนำกาแฟมาหมักผม หลังจากสระผมด้วยแชมพู และครีมนวดแล้ว ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก ก็สามารถทำให้ผมดูเงางามขึ้นได้เช่นกัน

12 ช่วยดับกลิ่น : ทั้งกลิ่นที่ติดมือ หรือกลิ่นเท้า เพียงนำกากกาแฟ มาขัดบริเวณที่ปัญหาสักประมาณนาทีแล้วล้างออก กลิ่นก็จะจางลงได้

13 ลดกลิ่นเหม็นที่เท้า : ผู้ที่มีปัญหาเท้าเหม็น ให้แช่เท้าในน้ำอุ่น ประมาณ 2-3 นาที จากนั้น นำเท้าที่ยังเปียกอยู่ มาขัดด้วยน้ำมันมะพร้าว ผสมกากกาแฟ โดยมีส่วนผสมคือ น้ำมันมะพร้าว 2 ส่วน ต่อกากกาแฟ 1 ส่วน จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเปล่า จะช่วยให้กลิ่นเบาบางลง

14 ใช้เป็นสครับ ขัดหนังหยาบกร้าน : นำกากกาแฟ มาผสมกับน้ำมัน หรือน้ำ แล้วนำไปขัดหนังบริเวณที่หน้า หยาบกร้าน เช่น เข้า ศอก ส้นเท้า จะทำให้หนักที่หยาบกร้านนั้น นุ่มนวลขึ้นได้

15 ใช้เป็นส่วนผสมทำสบู่ : สบู่กาแฟ เป็นสบู่โฮมเมด ที่มีการทำกันแพร่หลาย สามารถทำใช้เองในบ้านได้ไม่ยาก และใช้ทำความสะอาดร่างกายได้ดีด้วย

ด้วยความปราถนาดีจาก Blessedcoffee

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://women.sanook.com/48665/

20/09/2016

blessedcoffee หยุด2วันนะครับ 20-21 กันยายน

ประโยชน์ของกากกาแฟ มากกว่าที่คุณคิด!!กากกาแฟเหลือ ๆ ที่ดูไม่มีความหมาย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันของเราได้อย่า...
18/09/2016

ประโยชน์ของกากกาแฟ มากกว่าที่คุณคิด!!

กากกาแฟเหลือ ๆ ที่ดูไม่มีความหมาย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันของเราได้อย่างหลากหลายอย่าง ถ้าใครคิดว่ามันไร้ค่าและกำลังจะโยนมันทิ้งไป ขอให้ลองเปลี่ยนใจและเอากากกาแฟมาใช้ประโยชน์เหล่านี้ดูเถอะค่ะ เพราะว่ามันมีประโยชน์มากมายเกินกว่าที่หลายคนจะคาดถึงเลยทีเดียว ส่วนจะมีอะไรบ้างวันนี้เรามีข้อมูลน่าสนใจมาฝากกันค่ะ

1. ไล่หอยทาก ไส้เดือน และแมลงบางชนิด
ใครไม่อยากให้มีสัตว์ผิวเมือกอย่าง หอยทาก ไส้เดือน และแมลงบางชนิด อยู่ในบ้าน กากกาแฟช่วยคุณได้แน่นอน เพราะพวกสัตว์เหล่านี้มักไม่ชอบความเป็นกรดที่อยู่ในกาแฟ แค่เอากากกาแฟไปโรยตรงที่คิดว่าเป็นทางเดินของมัน มันจะหายไปเลย

2. เป็นปุ๋ยที่ดี เอาไปปลูกเห็ดก็ได้
ใครอยากมีเห็ดงาม ๆ ปลูกไว้กินเอง แค่ไปหาหัวเชื้อเห็ดชนิดที่เราต้องการมาฝังในกากกาแฟ ก็จะทำให้เห็ดที่คุณปลูกออกดอกใบใหญ่และสวยงามตามที่อยากได้ได้แล้ว

และถ้าคุณเป็นคนที่ชอบปุ๋ยหมักแบบเกษตรอินทรีย์ อย่าลืมใส่กากกาแฟลงไปหมักด้วยทุกครั้ง เพราะมันจะช่วยให้ต้นไม้ยิ่งงามเข้าไปใหญ่ นอกจากนี้ กลิ่นและลักษณะของกากกาแฟยังช่วยเรียกหนอนและไส้เดือนให้มาช่วยพรวนดินได้ด้วย

3. ไล่แมวให้ห่างสวนดอกไม้
แม้คนส่วนใหญ่จะชอบกลิ่นกรุ่นกาแฟ แต่สัตว์เลี้ยงอย่างน้องแมวที่น่ารักมักจะไม่ชอบกลิ่นกาแฟหอม ๆสักเท่าไหร่ ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้น้องแมวเข้าไปเล่น กัดกิน ต้นไม้สุดหวงของคุณจนเสียหาย ก็ให้เอากากกาแฟผสมกับเปลือกส้มแล้วโรยไว้รอบ ๆ แปลงต้นไม้ หรือที่ที่ไม่อยากให้มันเดินเข้าไป เท่านี้เจ้าเมี๊ยวก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้แล้วละค่ะ

4. ยืดอายุดอกไม้ในแจกัน
เทน้ำในแจกันดอกไม้ออกให้หมด แล้วใส่ดินที่ผสมกากกาแฟลงไปแทน แค่นี้ดอกไม้สดในแจกันก็จะสดชื่นสดใส และช่วยยืดอายุไขดอกไม้ไปได้อีกหลายวันแล้ว แถมบรรยากาศในบ้านก็จะสดชื่นไร้กลิ่นอับไปด้วย ประโยชน์สองต่อเลยในครั้งเดียว

5. ไล่มดให้ไกลห่างทางตู้กับข้าว
ตู้กับข้าวบ้านใครที่มักจะเจอมดบุกรุกอยู่เสมอ และไม่อยากเอาน้ำมารองขาตู้ให้ยุงมาวางไข่ แค่เปลี่ยนวิธีโดยการนำกากกาแฟมาทาที่ขาตู้แทน เท่านี้มดเจ้าปัญหาก็จะไม่กล้าเข้ามายุ่งยากแล้ว

6. ยัดไส้ในหมอนปักเข็มกันสนิม
คนไหนที่รักงานฝีมือ ชอบเย็บปักถักร้อย แต่ไม่อยากควักเงินจ่ายค่าหมอนปักเข็ม เพราะเราหาผ้ามาเย็บเป็นปลอกหมอนแล้วยัดเอากากกาแฟเข้าไปข้างใน เท่านี้ก็จะช่วยป้องกันสนิมไม่ให้มาเกาะเข็มได้แล้ว ช่วยยืดอายุเข็มให้ใช้ไปได้อีกนาน

7. กับดักแมลงสาบ
เกลียดนักเจ้าแมลงสาบ ใครไม่อยากเห็นหน้าแมลงสาบบ่อยๆ มาเรียนรู้วิธีการกำจัดที่ถูกวิธีกันดีกว่า ถ้าต้องการจำกัดแมลงสาบแบบยกรัง ให้นำเอากระป๋องเก่า ๆ มาใส่กากกาแฟ แล้วติดเทปกาวสองหน้ารอบ ๆ ขอบด้านในกระป๋อง แมลงสาบจะมาตามกลิ่นและติดเข้ากับกาวแหง็กอยู่กับที่ หนีไปไหนไม่ได้เลย

8. ขัดกระทะให้เหมือนใหม่
กากกาแฟจะช่วยกัดเซาะคราบฝั่งแน่นที่ติดอยู่บนกระทะให้หลุดร่อนออกไปได้ง่ายๆ วิธีการก็แค่นำกากกาแฟไปยัดใส่ในถุงเศษผ้าเก่า ๆ แล้วนำมาขัดที่คราบก่อนล้างออกดูน้ำสะอาด เท่านี้ก็ช่วยให้กระทะเกลี้ยงเกลาได้แล้ว

9. ป้องกันขี้เถ้าไม่ให้ฟุ้งกระจาย
ขี้เถ้าใต้เตาปิ้งย่างมีน้ำหนักเบา ทำให้มันฟุ้งกระจายได้ง่าย วิธีแก้ปัญหาง่ายๆก็แค่เอากากกาแฟที่ชื้น ๆ ไปโรยไว้ด้านข้าง หรือรอบขี้เถ้า เพียงเท่านี้ขี้เถ้าก็จะไม่ฟุ้งกระจายอีกแล้ว ง่ายต่อการเก็บกวาดและทำความสะอาดด้วย

10. ลดกลิ่นฉุนกระเทียมที่มือ
ใครชอบทานกระเทียมแต่ไม่ชอบกลิ่นฉุนๆ คงต้องพึ่งกากกาแฟสักหน่อย โดยทุกครั้งที่ทำอาหารเกี่ยวกับกระเทียมหรือหอมแดงที่มีกลิ่นฉุน ๆ แรง ๆ จนมีกลิ่นติดมือที่ล้างออกยาก ให้หยิบกากกาแฟมาถูมือก่อนล้างมือด้วยสบู่ เท่านี้กลิ่นก็จะหายไปแล้ว

11. ทำความสะอาดท่ออ่างล้างจาน
ผสมกากกาแฟแห้ง 1 ถ้วย ดีเกลือ ½ ถ้วย เบกกิ้งโซดา ½ ถ้วย น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากัน จากนั้นปั้นให้เป็นก้อนแล้วตากให้แห้ง เมื่ออ่างล้างจานสกปรกก็ให้เอาก้อนกากกาแฟขัดที่ปากท่อ รับรองว่าท่อสะอาดปราศจากคราบสกปรกได้แล้ว

12. ทำน้ำยาทะลวงท่อน้ำตัน
ท่อตัน ๆ ก็สลายได้ให้พริบตาด้วยการผสมกากกาแฟในน้ำร้อน และน้ำยาล้างจานนิดหน่อย แล้วเทลงไปในท่ออ่างล้างหรือท่อในห้องน้ำก็ได้เช่นกัน

13. ดับกลิ่นอับในตู้เย็น
แค่วางกากกาแฟไว้ในตู้เย็น กากกาแฟจะช่วยดูดกลิ่นให้สิ้นซาก เหม็นแค่ไหนก็เอาอยู่ ไม่ต้องใช้ถ่านอีกต่อไป

14. ลบรอยขีดข่วนแบบเร่งด่วนทันใจ
รอยขีดข่วนที่เกิดขึ้นบนเฟอร์นิเจอร์ไม้ทุกชนิดสามารถใช้กากกาแฟช่วยแก้ได้ แค่เอาน้ำมันมะกอกมาผสมกับกากกาแฟ และทาทับรอยทิ้งไว้ซักพัก จากนั้นจึงเช็ดออกก็จะพบว่ารอยนั้นค่อย ๆ จางหายไปได้เอง

15. ช่วยน้องหมาจากเห็บหมัด
ถ้าน้องหมาของคุณต้องทนทุกข์ทรมานกับเห็บหมัดจนคันยุบยิบไปทั้งตัว จะดึงออกทีละตัวก็ไม่ใช่เรื่อง ลองใช้วิธีนี้ดูสิค่ะ เพียงผสมกากกาแฟเข้ากันแชมพูแล้วนำไปอาบน้ำน้องหมา เพียงเท่านี้ก็จะช่วยกำจัดเจ้าเห็บหมัดจอนป่วนให้หายไปได้แล้ว

หากใครไม่ได้เป็นคอกาแฟและไม่มีกากกาแฟในบ้าน จะลองขอซื้อจากร้านกาแฟสดทั่ว ๆ ไปเขาก็มีขายหรือบางทีก็ให้ฟรีๆเลย อย่าเช่นร้านสตาร์บัคเขาก็ไม่มีคิดเงินส่วนนี้เพิ่มเติม ลองเอาไปทำกันดูนะคะ จะได้ช่วยเพิ่มประโยชน์ดีๆให้แก่กากกาแฟที่คุณไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก chaoprayanews.com

สครับกาแฟ ใช้คู่กับ ครีมหน้าขาว เพื่อบำรุงผิวหน้าให้ใสการใช้ครีมหน้าขาวอย่างเดียวเพียงพอ หรือไม่ กับการบำรุงผิวหน้า ?ผิว...
17/09/2016

สครับกาแฟ ใช้คู่กับ ครีมหน้าขาว เพื่อบำรุงผิวหน้าให้ใส

การใช้ครีมหน้าขาวอย่างเดียวเพียงพอ หรือไม่ กับการบำรุงผิวหน้า ?
ผิวขาวสว่างใสด้วย สครับกาแฟ หน้าขาวอย่างเดียวไม่พอ ต้องขจัดเซลล์ที่ตายแล้วออกด้วย

กาแฟเป็นเครื่องดื่มอันเป็นที่โปรดปรานของหลายๆ คน เรียกได้ว่ามาคู่กับอาหารเลยก็ว่าได้ กาแฟมีประโยชน์มากมาย แล้วทำไมเราต้องดื่มกาแฟอย่างเดียว ในเมื่อเราสามารถใช้กากกาแฟมาใช้ขัดผิวได้อีก

กาแฟมีสารแอนติอ็อกซิเด็นท์ antioxidant ที่จะช่วยป้องกันผิวอย่างลึกซึ้งไม่ให้มีริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย (มิน่าล่ะ เวลารีวิวร้านกาแฟ ส่วนใหญ่เจ้าของร้านที่เจอ ดูหน้าเด็ก หน้าใส อ่อนเยาว์ ดูไม่แก่ ^ ^) คาเฟอีนในกาแฟจะช่วยกระตุ้นเลือดให้ไหลเวียนใต้ผิวหน้าได้ดีขึ้น และเป็นตัวช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะทำให้เราหน้าขาวสว่างใส ถือเป็นตัวช่วยให้ ครีมหน้าขาว ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

diy สครับกาแฟเพื่อใช้คู่กับครีมหน้าขาว
ส่วนผสม

1 กาแฟบด ครึ่งช้อนชา (เก็บไว้หลังจากชงกาแฟดื่มตอนเช้า หรือจะหาซื้อตามท้องตลาดทั่วไปก็ได้)
2 น้ำมันมะพร้าว ครึ่งช้อนชา (เลือกแบบสกัดเย็นเท่านั้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของน้ำมันมะพร้าว)

วิธีทำ : ผสมน้ำมันมะพร้าว กับกาแฟบดเข้าด้วยกัน แล้วนำมาชโลมบนผิวหน้า ขัดเป็นวงเบาๆ ให้ทั่วใบหน้า จากนั้นทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที - 1 ชั่วโมง เมื่อครบกำหนดแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

หลังจากนั้นทาครีมหน้าขาวเพื่อบำรุงผิวหน้าอีกครั้ง แค่นี้คุณก็มีความสุขแบบง่ายๆ กับ ผิวหน้าขาวสว่างใสจนใครๆ ต้องอิจฉาเลยทีเดียว

ขอบคุณสาระดีๆจาก www.lovekopica.com

17/09/2016
กาแฟที่ชอบ บอกนิสัยและสไตล์แฟชั่นของคุณได้ สำหรับสาวๆนะครับ !!กาแฟดำร้อน - สาวมินิมอลลิสต์นิสัย สาวที่ชอบดื่มกาแฟดำมีจุด...
16/09/2016

กาแฟที่ชอบ บอกนิสัยและสไตล์แฟชั่นของคุณได้ สำหรับสาวๆนะครับ !!

กาแฟดำร้อน - สาวมินิมอลลิสต์

นิสัย สาวที่ชอบดื่มกาแฟดำมีจุดเด่นคือ ชอบความเรียบแต่มีรสนิยมและดูดี จึงมักเป็นคนที่ทำงานเก่ง มีความอดทน ติดเจ้าระเบียบและดื้อนิดๆ

สไตล์แฟชั่น มินิมอลลิสต์ คือสไตล์ที่เห็นบ่อยที่สุดสำหรับเธอคนนี้ การแมทช์ลุคสุดติ่งแบบไร้ทิศทางคือสไตล์ที่เธอไม่ปลื้มเอาซะเลย เพราะเธอชอบที่จะแมทช์โทนสีที่เข้ากันให้สวยเรียบ แต่หรูและดูดีมากกว่า รวมถึงมีแนวชัดเจนว่าจะเน้นเสื้อ กระโปรง กางเกง รองเท้า หรือเครื่องประดับ ซึ่งไม่ว่าจะเน้นอะไร มันต้องดูไปกันได้และไม่ฉูดฉาดเกินไปเหมือนกาแฟดำนั่นล่ะ

กาแฟลาเต้ - สาวคูลแต่คลาสสิค

นิสัย คุณเป็นคนน่ารักที่ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ง่าย ละเอียดอ่อน พิถีพิถันแต่ก็ชอบความสบายๆ ไม่วุ่นวาย จนบางทีก็ละเลยการดูแลตัวเองไปบ้างโดยเฉพาะสุขภาพ ออกจะใจกว้างไม่เบาเลยทีเดียว เพราะมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ และรักพวกรักพ้องอีกด้วย

สไตล์แฟชั่น ไอเท็มเด็ดคือยีนส์ หรือเสื้อผ้าเนื้อนิ่มที่แมทช์ง่าย สวมสบาย อยากจะลุกมาแต่งตัวก็จับคู่ได้ไม่ยากไม่ว่าจะเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับ และมักจะมีบางชิ้นที่ดูอ่อนโยนหรือน่ารัก สะท้อนความเป็นผู้หญิงและจินตนาการในหัวใจออกมา

กาแฟเอสเปรสโซ - สาวมั่นใจตรงไปตรงมา

นิสัย สาวคนนี้เป็นตัวของตัวเองสุดๆ มักพูดหรือทำอะไรตรงไปตรงมาแบบฉันเป็นฉันเอง ซึ่งข้อดีก็คือคุณไม่เอาเปรียบใคร (และไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบเช่นกัน) เมื่อคุณต้องการอะไรคุณจะวางเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนและโฟกัสที่สิ่งนั้นอย่างเต็มที่ แล้วลงมือทำให้สุดๆ ไปเลย

สไตล์แฟชั่น มักดูชิคและมีดีเทลจริงจังแบบฉบับสาวมั่น สวยด้วยคัตติ้งเนี้ยบๆ ที่บ่งบอกความเป็นตัวเอง และเสริมความมั่นด้วยเครื่องประดับที่มีเหลี่ยมมุมแบบ edgy หรือกระเป๋าหนังเรียบเก๋แบบตอกหมุด คุมโทนสีให้ดูแมทช์แบบเนี้ยบและเฉียบขาด นี่ล่ะสาวเอสเปรสโซ


กาแฟคาปูชิโน - สาวคลาสสิคผู้เต็มเปี่ยมด้วยจินตนาการ

นิสัย เป็นสาวหัวใจศิลปินที่เต็มไปด้วยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ มักมีเซ้นส์สัมผัสอะไรได้ดีอย่างที่คนอื่นตามไม่ทัน มีความละเอียดอ่อน ช่างฝัน ด้านหนึ่งอาจดูนิ่งๆ แต่จริงๆ แล้วเป็นคนชอบสนุก เฮฮา รักพวกพ้อง มองโลกในแง่ดีและมีความโรแมนติกไม่เบาเชียวล่ะ

สไตล์แฟชั่น มักถูกชะตาเป็นพิเศษกับอะไรที่คลาสสิคและเต็มไปด้วยเรื่องราว จึงชอบมิกซ์ไอเทมเก๋ๆ ที่ได้มรดกตกทอดเข้ากับเทรนด์สมัยใหม่ด้วยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์แบบไม่ซ้ำใคร ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เครื่องประดับ หรือเสื้อผ้า คุณจะไม่แคร์เลยว่ามันไม่ใช่คอลเลคชั่นล่าสุด ตราบใดที่มันยังสวยคลาสสิค และหยิบเอามาใส่ให้เก๋ได้เสมอไม่จำกัดกาลเวลา

กาแฟอเมริกาโน - สาวเก่งเอาจริงเอาจัง

นิสัย สาวที่ชอบอเมริกาโนมักเป็นผู้หญิงเก่ง มีความรับผิดชอบสูงทั้งในเรื่องหน้าที่การงานและครอบครัว เรียบง่าย รักธรรมชาติ อาจจะเพราะเป็นคนมีความสามารถเลยติดอีโก้อยู่นิดๆ ดื้อเงียบหน่อยๆ หากมั่นใจว่าทำถูกแล้วก็ยากที่จะก้มหัวให้ใคร

สไตล์แฟชั่น ถือเป็นผู้นำเทรนด์ก็ว่าได้ สำหรับคุณแล้วสไตล์วินเทจจ๋าหรือคลาสสิคไปทั้งตัวดูจะน่าเบื่อเกินไป สาวอเมริกาโนมักชอบติดตามเทรนด์ใหม่ๆ และหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอเพื่อให้ก้าวทันโลก (มิน่าล่ะถึงเป็นคนเก่ง) ไม่ว่าจะมิกซ์แอนด์แมทช์สไตล์ไหน ก็ต้องขอมีไอเทมล้ำๆ ที่บ่งบอกความนำเทรนด์ในตัวคุณเสมอ

แล้วคุณล่ะชอบกาแฟแบบไหน

ขอขอบคุณ http://women.truelife.com/detail/16882

"กาแฟ" ให้อะไรกับคุณบ้างกาแฟ จัดว่าเป็นเครื่องดื่มทางวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับสังคมมนุษย์มานาน ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับแขกด้วย...
15/09/2016

"กาแฟ" ให้อะไรกับคุณบ้าง

กาแฟ จัดว่าเป็นเครื่องดื่มทางวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับสังคมมนุษย์มานาน ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับแขกด้วยกาแฟ การเสิร์ฟมื้อว่างด้วยกาแฟ (coffee break) การดื่มกาแฟเพื่อพบปะสังสรรค์ และเป็นเครื่องดื่มที่มีอยู่ประจำในสำนักงานแทบทุกแห่ง

นอกจากนี้ วิถีชีวิตในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ การทำงานที่ต้องแข่งขันกับเวลา กาแฟจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมนูมื้อเช้าสำหรับหลายๆ คน สิ่งที่คอกาแฟทั้งหลายปรารถนาที่จะได้รับทุกครั้งเมื่อจิบกาแฟสักถ้วย ได้แก่ กลิ่นอันหอมกรุ่น รสชาติแสนกลมกล่อม ตามมาด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและตื่นตัวในการทำงาน

คุณเคยถามตัวเองหรือเปล่าว่า นอกจากความพึงพอใจในกลิ่น รสชาติ และความรู้สึกตื่นตัวนั้น คุณได้อะไรจากการดื่มกาแฟอีกบ้าง

สิ่งที่ได้อาจไม่ใช่ผลดีเพียงอย่างเดียว หากไม่รู้จักควบคุมปริมาณการดื่มให้เหมาะสม แน่นอนว่าคุณอาจได้รับผลอันไม่พึงปรารถนาจากการดื่มกาแฟไปด้วย บทความนี้จะทำให้คุณได้ทราบว่า กาแฟ ซึ่งมีสารที่เรียกว่า "กาเฟอีน" เป็นองค์ประกอบสำคัญนั้น มีผลต่อร่างกายและอารมณ์ของเราอย่างไร ตลอดจนคำแนะนำที่ช่วยให้คุณดื่มกาแฟได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากการดื่มกาแฟมากที่สุด และเกิดผลเสียน้อยที่สุด

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายและอารมณ์หลังจากดื่มกาแฟ
กาเฟอีนในกาแฟถูกดูดซึมได้หมดและค่อนข้างเร็วในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะท้องว่างการดูดซึมจะยิ่งเร็วขึ้น

ภายหลังจากการดื่มกาแฟ 30-60 นาที ความเข้มข้นของกาเฟอีนในเลือดจะขึ้นสู่ระดับสูงสุด และหลังจากกาเฟอีนถูกดูดซึม จะกระจายตัวไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยเฉพาะอวัยวะที่มีเลือดไปเลี้ยงมาก เช่น หัวใจ ตับ ไต และสมอง

นอกจากนี้ กาเฟอีนยังสามารถกระจายสู่รกและน้ำนมได้บ้างประมาณร้อยละ 0.06
การขับกาเฟอีนออกจากร่างกายจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุและสภาพร่างกาย โดยทั่วไปแล้ว ผู้ใหญ่จะใช้เวลา 5-6 ชั่วโมงในการขับกาเฟอีนปริมาณครึ่งหนึ่งที่ได้รับ (half-life) ออกจากร่างกาย

ดื่มกาแฟอย่างไรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และเกิดผลเสียน้อยที่สุด
1. ควรสังเกตว่าตัวคุณเอง มีความไวของการตอบสนองต่อปริมาณกาแฟกี่ถ้วย มีอาการอย่างไรบ้าง เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสมสำหรับตนเอง

2. หากมีอาการนอนหลับยาก ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟในช่วงบ่ายหรือช่วงหัวค่ำ

3. ไม่ควรดื่มกาแฟขณะท้องว่าง เนื่องจากกาเฟอีนเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร

4. ไม่ควรดื่มกาแฟเพื่อหักโหมทำงาน และอดนอนติดต่อกันหลายๆ คืน แม้ว่ากาเฟอีนช่วยให้ร่างกายตื่นตัวจริง แต่สมองต้องการเวลาพักผ่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้

5. หากคุณเป็นผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ ควรกินอาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียมเพิ่มเติม เช่น นม โยเกิร์ต ปลาเล็กปลาน้อย คะน้า บรอกโคลี เป็นต้น เพื่อทดแทน แคลเซียมที่สูญเสียไปกับปัสสาวะ และลดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน หรืออาจปรับเปลี่ยนโดยการชงกาแฟใส่นมแทนครีมเทียม เป็นต้น

6. ควรกินผักผลไม้อย่างเพียงพอทุกวัน เนื่องจากในกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ จะมีอนุมูลอิสระเกิดขึ้น วิตามินซี อี และบีตาแคโรทีนในผักผลไม้ เช่น มะเขือเทศ แครอต ผักใบเขียว ฝรั่ง ส้มเขียวหวาน เป็นต้น จะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกายได้

7. ดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากฤทธิ์ในการขับปัสสาวะของกาเฟอีน

ด้วยความปราถนาดีจาก Blessed coffee

ที่มา https://www.doctor.or.th/article/detail/10283

"เฮเซลนัต"เฮเซลนัต (hazelnut) เป็นผลไม้ที่ได้จากพืชในสกุล Corylus โดยเฉพาะชนิด Corylus avellana ซึ่งอยู่ในวงศ์กำลังเสือโ...
14/09/2016

"เฮเซลนัต"

เฮเซลนัต (hazelnut) เป็นผลไม้ที่ได้จากพืชในสกุล Corylus โดยเฉพาะชนิด Corylus avellana ซึ่งอยู่ในวงศ์กำลังเสือโคร่ง (Betulaceae) มีถิ่นกำเนิดในยุโรปและเอเชียตะวันตก พืชชนิดนี้เป็นไม้พุ่มผลัดใบ สูง 3-8 เมตร ใบเป็นรูปกลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย มีขนที่ผิวใบ ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ออกเป็นช่อแบบหางกระรอก ดอกเพศผู้มีสีเหลืองอ่อน ยาว 5-12 เซนติเมตร ส่วนดอกเพศเมียมีสีแดงสด มีขนาดเล็กมาก ผลออกเป็นกลุ่มมีเปลือกแข็ง ทรงกลมถึงรี ยาว 15-20 มิลลิเมตร กว้าง 12-20 มิลลิเมตร สีน้ำตาลเหลือง เมื่อสุกจะแตกออก

ในเฮเซลนัตอุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันไม่อิ่มตัว มีโฟเลตสูงที่สุดในบรรดาผลไม้เปลือกแข็งทั้งหมด เป็นส่วนผสมหลักในขนมพราลีน (praline) นอกจากนี้ยังมีผสมในช็อคโกแลตและเครื่องดื่มต่าง ๆ น้ำมันเฮเซลนัตมีประโยชน์หลายอย่าง มีใช้ในงานสุคนธบำบัด ผสมในเครื่องสำอาง และใช้เป็นน้ำมันประกอบอาหาร

ตุรกีเป็นประเทศผู้ส่งออกเฮเซลนัตมากที่สุดในโลก คิดเป็น 75 เปอร์เซ็นต์ของตลาดทั่วโลก รองลงมาคืออิตาลี สหรัฐอเมริกา อาเซอร์ไบจาน และจอร์เจีย

ที่มา วิกีพีเดีย สารานุกรมเสรี

13/09/2016

Blessedcoffee หยุดหนึ่งวันนะขอรับ

'คาราเมล'คาราเมล (caramel) หรือ น้ำตาลที่ผ่านความร้อนจนได้อุณหภูมิที่เหมาะสม เดิมทีคือสิ่งที่เกิดจากการเปลี่ยนสถานะและรส...
12/09/2016

'คาราเมล'

คาราเมล (caramel) หรือ น้ำตาลที่ผ่านความร้อนจนได้อุณหภูมิที่เหมาะสม เดิมทีคือสิ่งที่เกิดจากการเปลี่ยนสถานะและรสชาติของน้ำตาลโดยใช้ความร้อนจนถึงอุณหภูมิ 160-170 องศาเซลเซียส) ช่วงก่อนถึงจุดความร้อนดังกล่าวนั้นน้ำตาลจะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว และจะเริ่มเปลี่ยนสีเข้มขึ้นพร้อมทั้งมีรสชาติที่ซับซ้อนมากขึ้นตามระดับอุณหภูมิ แต่การทำคาราเมลจากน้ำตาลโดยตรงมีอัตราเสี่ยงต่อการไหม้สูง จึงนิยมใช้น้ำเป็นตัวทำละลายในตอนเริ่มต้น(น้ำเชื่อม) และผ่านความร้อนจนน้ำหรือความชื้นระเหยออกไปมากพอที่น้ำตาลจะเริ่มกระบวนการเปลี่ยนสถานะ น้ำเชื่อมที่ผ่านความร้อนถึงอุณหภูมิต่างกันจะมีความข้นเหนียวและความเปราะต่างกันไปจนถึงขั้นสุดท้าย

คาราเมลยังถูกใช้เป็นส่วนผสมเพื่อให้รสชาติและกลิ่นในของหวานชนิดอื่นๆ เช่น ขนมปัง, ไอศกรีม, เค้ก, มูส หรือใช้เป็นเครื่องเคียงหรือซอสราดตกแต่งหน้า ภายหลังจีงมีการใช้คำว่า "คาราเมล" แทนขนมจำพวกลูกกวาดบางชนิด หรือซอสราดที่เกิดจากการผสมส่วนน้ำตาลที่เปลี่ยนสถานะแล้วกับวัตถุดิบอื่นๆ เช่นครีม นม เนย ฝักวานิลลา เป็นต้น เพื่อให้ได้ลักษณะผิวสัมผัสและรสชาติความหอมตามที่ต้องการ

ที่มา วิกีพีเดีย สารานุกรมเสรี

"คาปูชิโน""คาปูชิโน่"(Cappuccino)เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มประเภทกาแฟซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี คาปูชิโนมีส่วนประกอบหล...
11/09/2016

"คาปูชิโน"

"คาปูชิโน่"(Cappuccino)เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มประเภทกาแฟซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี คาปูชิโนมีส่วนประกอบหลักคือเอสเปรสโซและนม

การชงคาปูชิโนส่วนใหญ่มักมีอัตราส่วนของเอสเปรสโซ 1/3 ส่วน ผสมกับนมร้อนผ่านไอน้ำ 1/3 ส่วน และนมตีเป็นฟองละเอียด 1/3 ส่วนลอยอยู่ด้านบน นอกจากนั้นอาจโรยหน้าด้วยผงอบเชยหรือผงโกโก้เล็กน้อยตามความชอบ ส่วนผสมของคาปูชิโนต่างจากของลัตเตมัคคียาโตซึ่งประกอบไปด้วยนมเป็นส่วนใหญ่และนมตีฟองเพียงเล็กน้อย

ในประเทศอิตาลี ผู้คนมักดื่มคาปูชิโนเป็นอาหารเช้าโดยเฉพาะ โดยอาจมีขนมปังแผ่นหรือคุกกี้ประกอบ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าวิถีชีวิตของชาวอิตาลีมักไม่ค่อยรับประทานอาหารเช้าแบบเป็นกิจลักษณะ คาปูชิโนและขนมปังเบา ๆ จึงเหมาะเป็นอาหารรองท้องสำหรับยามเช้า และด้วยเหตุนี้ทำให้ไม่ดื่มคาปูชิโนในช่วงอื่นของวัน แต่สำหรับต่างประเทศรวมถึงประเทศไทยสามารถดื่มคาปูชิโนได้ทุกเวลาโดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลก

อ้างอิงจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ที่อยู่

Bangkok
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 21:00
อังคาร 10:00 - 21:00
พุธ 10:00 - 21:00
พฤหัสบดี 10:00 - 21:00
ศุกร์ 10:00 - 21:00
เสาร์ 10:00 - 21:00
อาทิตย์ 10:00 - 21:00

เบอร์โทรศัพท์

0824455156

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Blessed Coffeeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท