04/12/2025
"คาเฟอีน (Caffeine)" ในชาเขียว แตกต่างกันมาก-น้อยอย่างไรนะ ? 🍵🤩
จากโพสที่แล้วเราโฟกัสไปที่มัทฉะ (Matcha) กันไปแล้ว
เพื่อน ๆ หลายคนคงพอจะทราบกันแล้วว่า เอ้อ ! ชาเขียวญี่ปุ่นเนี่ย ไม่ได้มีแค่มัทฉะเพียงอย่างเดียว แต่บันฉะ เซนฉะ เกียวคุโระ รวมไปถึงโฮจิฉะและเก็นไมฉะ ที่สีไม่อาจจะดูเขียวเท่าไร ก็ล้วนแล้วแต่เป็นชาเขียวญี่ปุ่นเหมือนกัน
แต่ว่าในโพสนี้พวกเรา InfoStory ขอรวบรวมและสรุปเรื่องราวเกี่ยวกับคาเฟอีนในชาเขียวญี่ปุ่นให้รับชมกันสั้น ๆ
(หากมันไม่สั้นก็แชร์เก็บไว้อ่านได้นะคร้าบ อิอิ 🙏)
*หมายเหตุ เนื่องจากเราพยายามค้นหาข้อมูลในส่วนของปริมาณคาเฟอีนของชาเขียวญี่ปุ่นมาหลายแห่งเลย รวมถึง Deep Research ด้วย
เอาจริง ๆ นะ ….. มันไม่มีที่ไหนตัวเลขตรงกันเลย 😭🙏 เพราะบางที่ก็ใช้หนึ่งแก้วบ้าง บางที่ก็ใช้ต่อปริมาณใบชา….
เอาเป็นว่าที่เหมือนกันคือปริมาณมากน้อย ที่ไปในทางเดียวกัน พอจะ Cross-check แล้วข้อมูลตรงกัน พอน่าเชื่อถือได้บ้าง อย่างไรก็ดี เราพยายามรวบรวมข้อมูลและสรุปมาให้เป็นสาระอ่านสบายสมองสไตล์พวกเราเอง หากมีข้อมูลส่วนไหนที่ผิดพลาดไป ต้องกราบขออภัยและรบกวนแนะนำพวกเราได้นะคร้าบ (หาไป เขียนไป ก็แอบตาลายพอสมควร เรื่องนี้แอบห่างไกลไปสักนิด แค่สนใจอยากลองจัดทำ😁)
————————————————————
[ ปริมาณคาเฟอีนในชาเขียวมาจากไหนนะ ? 🤔 ]
เท่าที่เราค้นหามาและฟังเพิ่มเติมจากยูทูป เราพอจะสรุปปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ชาเขียวคาเฟอีนสูงหรือต่ำได้ประมาณ 3 ปัจจัยหลัก
ชาเขียวที่มีแนวโน้มว่าจะมีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่าเพื่อน จะเข้าข่ายดังนี้ฮะ
💡 สภาพการเพาะปลูก (พันธุ์ชา การบังร่ม และอายุของใบชา)
โดยต้นชาที่ปลูกแบบ "Shade-grown" หรือแบบคลุมแสง บังร่มเนี่ย จะมีคาเฟอีนสูงกว่า
คือว่าการบังร่มทำให้ต้นชาผลิตคลอโรฟิลล์และแอล-ธีอะนีน (L -Theanine) เข้าใจว่า ผลที่ได้คือชาเขียวที่ถูกบังร่มจะมีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่าชาที่ปลูกกลางแดด
(*แอล-ธีอะนีน คุ้นๆกันไหมน้าาาา ในโพสก่อนหน้านี้เราได้เล่าเรื่อง L -Theanine ไปแล้วว่า เจ้าสารนี่ละที่ทำให้มัทฉะที่มีปริมาณคาเฟอีนต่ำกว่ากาแฟ แต่ออกฤทธิ์ได้ไหลลื่นและยาวกว่ากาแฟ เพื่อน ๆ ที่อยากทราบเพิ่มเติมสามารถไปตามอ่านได้นะค้าบ)
💡 ใบชาเก็บเกี่ยวช่วงใบอ่อนช่วงต้นฤดู (First flush) จะมีคาเฟอีนสูงกว่า
โดยใบชาที่อ่อนกว่า (ยอดอ่อน) มีคาเฟอีนสูงกว่าใบที่แก่กว่า ที่ใบเริ่มใหญ่ขึ้น คาเฟอีนก็จางลงไปด้วยนั่นเอง
💡 กระบวนการแปรรูป: การอบไอน้ำ การคั่ว
ยกตัวอย่างเช่น การคั่ว (Roasting) โดยเฉพาะถ้าคั่วที่มีอุณหภูมิ 200 องศาขึ้นไป (แต่โดยมากหลายแหล่งจะบอกว่า 240 องศา++นะ) จะทำให้ปริมาณคาเฟอีนระเหยออกไปเยอะ
————————————————————
[ แบบไหนคาเฟอีนมาก-น้อยอย่างไร ? 🤔 ]
อ่าฮ้าาา เท่าที่อ่านมาข้างบน เราก็พอจะย่อยได้ว่า ปัจจัยข้างบนที่ทำให้ชาเขียวมีคาเฟอีนสูง มันจะคล้าย ๆ กับชาเขียวอะไรบ้างน้า…. ติ่กต่อก ๆ
เฉลยสั้น ๆ มันก็คล้ายกับวิธีการปลูกและผลิตชาเขียว “เกียวคุโระ” และ “มัทฉะ” นั่นเองคร้าบ ✔️✔️
เพราะทั้งสองชนิด นิยมปลูกโดยวิธี "Shade-grown" และเก็บใบชายอดอ่อนในการเก็บเกี่ยวครั้งแรก เช่นเดียวกัน (ไปต่างกันที่วิธีแปรรูป) ในขณะที่บันฉะและโฮจิฉะ ก็จะทยอยเก็บใบชาที่แก่กว่าและนิยมปลูกกลางแดดมากกว่า นั่นเอง
🍵 เกียวคุโระ (Gyokuro) และ มัทฉะ (Matcha) - Shade Grown + First flush >>> คาเฟอีนสูงสุด
🍵 เซนฉะ (Sencha) - ไม่ได้ปลูกแบบ Shade Grown + ใช้ใบชาอ่อน + เก็บเกี่ยวตั้งแต่รอบแรกหรือรอบที่สอง >>> คาเฟอีนปานกลาง
🍵 บันฉะ (Bancha) - ไม่ได้ปลูกแบบ Shade Grown + ใบชาและก้านชา + เก็บเกี่บวรอบท้าย ๆ ของฤดูกาล >>> คาเฟอีนไม่สูงมาก
🍵 เก็นไมฉะ (Genmaicha) ชาที่ผสมระหว่างใบชาเขียว (เช่น บันฉะหรือเซนฉะ) กับข้าวกล้องคั่ว >>> คาเฟอีนต่ำ
🍵โฮจิฉะ (Hojicha) - ประมาณว่าใช้บันฉะนำมาคั่วเพิ่มเติมไปอีก >>> คาเฟอีนต่ำ
————————————————————
[ ทำไม "โฮจิฉะ" ถึงมีคาเฟอีนน้อยที่สุดนะ ? ]
อย่างที่เพื่อน ๆ ได้อ่านกันมาจากด้านบนเนอะ อาจะดูซ้ำแต่หลายคนที่อ่านจนมึน มาอ่านอันนี้อาจจะเข้าใจง่ายขึ้นบ้าง
ด้วยความที่ว่าใบชาเขียวที่ผ่านการคั่วแล้วเตรียมาทำโฮจิฉะเนี่ย จะต้องผ่าน
✔️ผ่านกระบวนการคั่วที่อุณหภูมิ ประมาณ 200+ องศาเซลเซียส
✔️เก็บเกี่ยวรอบที่ 3 - 4 ของปี (ช่วงปลายฤดู)
เช่นเดียวกับ เมล็ดกาแฟคั่วเข้มที่ 200+ องศาเซลเซียส ก็จะมีคาเฟอีนลดลงเช่นเดียวกัน
แต่คาเฟอีนน้อยก็จริง จนหลายๆแหล่งอ้างอิงเขาก็เทียบกันเล่น ๆ ว่า น้อยขนาดนี้ เปรียบเสมือนกับไร้คาเฟอีน แต่อันที่จริงแล้ว มันก็มีนะคร้าบ ท่านไหนที่ไม่ถูกกับคาเฟอีน ดื่มโฮจิฉะมันก็ยังมีนะ แค่ไม่แรงมาก
————————————————————
[ สรุปข้อแตกต่างของคาเฟอีนในชาและกาแฟ (เท่าที่เราเข้าใจนะ 😅) ]
👑อเมริกาโน่ มีคาเฟอีนสูงที่สุด
🥈เกียวคุโระ/มัทฉะ มีคาเฟอีนปานกลางถึงสูง
🥈ชาเอิร์ลเกรย์ มีคาเฟอีนปานกลาง
🥉ชาเขียวญี่ปุ่นทั่วไป มีคาเฟอีนปานกลาง-ต่ำ
อัตราการดูดซึมและผลต่อร่างกาย เราพอจะสรุปตามความเข้าใจที่ค้นหามาได้ประมาณนี้คร้าบ
☕กาแฟดำอเมริกาโน่: คาเฟอีนเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว → พลังงานพุ่งสูง → อาจเกิดคาเฟอีนคลัช (ก็คือมาเร็ว ลงเร็ว อาจจะรู้สึกซึม ๆ ง่วงๆได้)
🍵เกียวคุโระ/มัทฉะ: คาเฟอีนถูกดูดซึมอย่างค่อยเป็นค่อยไป → ไหลลื่นและยาวนาน → ไม่มีอาการกระวนกระวาย
ถ้ากินเพียว ๆ สำหรับเราก็รู้สึกว่าคาเฟอีนสูงอยู่นะ อันนี้เอาแค่ความรู้สึกเรา
🫖 ชาเอิร์ลเกรย์: คาเฟอีนออกฤทธิ์ช้าเนื่องจากแทนนิน → การกระตุ้นร่างกายไม่รุนแรง
ชาดำอังกฤษที่ยกตัวอย่างมาอันนี้ น้องเขามีสารแทนนิน (Tannins) ซึ่งสามารถจับกับคาเฟอีนและทำให้ร่างกายดูดซึมช้าลงและอยู่นานขึ้น และมีแอล-ธีอะนีน (L-theanine) คล้ายกับของฝั่งชาเขียวแต่น้อยกว่าพอสมควร (ก็แน่ละมาจากต้นชา Camellia sinensis เหมือนกันนี่เนอะ)
#ชาเขียว
#ชาเขียวญี่ปุ่น
แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
- บางส่วนของงานวิจัย Caffeine in tea Camellia sinensis — Content, absorption, benefits and risks of consumption เขียนโดย A. Gramza-Michałowska ปี 2014
- บางส่วนของงานวิจัย Caffeine in Green Tea: Its Removal and Isolation เขียนโดย Quan Vuong ปี 2014
- บทความ Caffeine in tea: Will I sleep tonight? จากเว็บ nannuoshan
- บทความ Caffeine in Hojicha จากเว็บ hojicha co
- บทความ Japanese Green Tea Standard จากเว็บ Japan Tea Association
- บทความ จากเพจ ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น
- บทความ Analyzing Japanese Tea Nutrition Data จากเว็บ myjapanesegreentea
- มีเยอะกว่านี้ แต่ว่าจะเป็นการหยิบเล็กหยิบน้อยมา double check