Black Forest DSP updating

นวัตกรรมVaporizerเปลี่ยนโลก! กำหนดปริมาณสาร THC, CBD และ Cannabinoid ได้ตามที่เราต้องการเคยสงสัยกันไหมครับ ว่าถ้าเราใช้ก...
10/08/2022

นวัตกรรมVaporizerเปลี่ยนโลก! กำหนดปริมาณสาร THC, CBD และ Cannabinoid ได้ตามที่เราต้องการ

เคยสงสัยกันไหมครับ ว่าถ้าเราใช้กัญชาแบบวิธีการสูดเข้าปอด(Inhale) ไม่ว่าจะเป็นวิธีการสูบแบบปรกติหรือใช้Vaporizerก็ตาม เราจะได้รับปริมาณสารTHCและCBDจำนวนเท่าไหร่? ต้องใช้มากใช้น้อยขนาดไหนถึงจะได้เอฟเฟคที่เราต้องการ แน่นอนครับว่าวิธีการธรรมดาๆที่เราใช้กันอยู่นั้น ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน

อยู่มาวันนึงก็มีStartUpใจกล้าบอกว่า”ฉันทำได้แล้วนะ! Vaporizerที่กำหนดปริมาณสารสำคัญทางยาของกัญชาได้อย่างแม่นยำ” เค้าทำได้อย่างไร? วันนี้ผมจึงจะพาทุกคนไปรู้จักนวัตกรรมจากประเทศอิสราเอลกันครับ “SyqeAir Medical Cannabis Inhaler”

นี่คือบริษัทStartUpในวงการกัญชาทางการแพทย์ที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนมากมายจากทั่วโลกครับ โดยเจ้าเครื่องSyqeเนี่ยจริงๆแล้วก็คือVaporizerตัวหนึ่งที่หน้าตาดูเหมือนจะหลุดออกมาจากหนังSci-Fi แต่ความพิเศษจริงๆของเค้าก็คือ มันสามารถกำหนดโดสของการให้ยาได้เป๊ะมากๆว่าผู้ใช้จะได้รับสารสำคัญทางยาจากกัญชาในปริมาณเท่าไหร่

ดูเหมือนไม่มีอะไรใช่ไหมครับ แต่นี่คือแนวคิดที่พลิกวงการกัญชาทางการแพทย์ เนื่องจากที่ผ่านมานั้น แพทย์ต้องใช้Vaporizerในท้องตลาดที่การสั่งจ่ายยาเป็นแค่การกะขนาดเอา ซึ่งมักจะประสบปัญหา การใช้กัญชาเกินขนาดจนเกิดอาการเมาอยู่บ่อยๆจนคนไข้ไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ และการกะๆเอานั้นย่อมไม่เป็นผลดีต่อการรักษา เพราะไม่สามารถประเมินประสิทธิภาพของยาและการบำบัดอาการได้อย่างแม่นยำ

Syqeจึงเป็นทางออกของการใช้กัญชาทางการแพทย์แบบ”Precisional Medicine” หมายความว่าแพทย์สามารถที่จะสั่งจ่ายยาจากกัญชา(แบบวิธีการสูดเข้าปอด)โดยที่แพทย์เองสามารถทราบปริมานสารที่ออกฤทธิ์ได้ ทำให้การบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยมีความเป็นแบบแผนตามกระบวนการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน แล้วเทคโนโลยีของSyqeมันพิเศษอย่างไร? ทำไมมันถึงทำแบบนี้ได้? ผมจะมาเปิดเผยให้ฟังกันในวันนี้ครับ

ตอนแรกที่ผมได้เห็นเทคโนโลยีนี้ ผมว้าวมากๆ นึกว่าโลกเรามีเทคโนโลยีที่สามารถวัดปริมาณสารCannabinoidแบบเรียลไทม์ ราคาจะแพงขนาดไหนเนี่ย!!! จริงๆแล้วไม่ใช่เลยครับ มันเบสิคกว่านั้นมาก ทำให้ราคาจับต้องได้! เรื่องราวของSyqeนั้นเริ่มมาจากการร่วมงานของบริษัทStartUpแห่งหนึ่งในประเทศอิสราเอลกับบริษัทBedrocanที่ประเทศเนเธอแลนด์ โดยที่Syqeนั้นเป็นคนดีไซน์Vaporizerเพื่อมารองรับการใช้กัญชาที่ผลิตโดยบริษัทBedrocan

บริษัทBedrocan คือ บริษัทที่ได้รับอนุญาตจาก Office of Medical Cannabis (OMC) ของประเทศเนเธอแลนด์ให้ผลิตกัญชาทางการแพทย์ ความพิเศษของBedrocanก็คือ เค้าไม่ได้ผลิตกัญชาในระดับMedical Gradeครับ แต่เป็นเลเวลที่สูงขึ้นไปอีก นั่นก็คือPharmaceutical Grade โดยที่Bedrocanการันตีว่า กัญชาทุกช่อดอกนั้นจะมีโปรไฟล์เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นTerpene Profile, THC, CBD และ Cannabinoidตัวอื่นๆ จะเท่ากัน(หรือมีความใกล้เคียงกันมากที่สุด เท่ากับว่ากัญชาของBedrocanนั้นพัฒนาไปจนถึงเลเวล APIs หรือ Active Pharmaceutical Ingredients)

ส่วนบริษัทSyqe Medicalนั้นทำหน้าที่ออกแบบและผลิตเครื่องที่สามารถสั่งจ่ายยาตามโดสได้ โดยใช้หลักการง่ายๆเลยครับ จับกัญชาของBedrocanมาซอยเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ โดยที่แผ่นฟิล์มกัญชาแต่ละแผ่นนั้นได้คำนวณและทดสอบมาเป็นอย่างดีแล้วว่าจะมีสารออกฤทธิ์อยู่ปริมาณเท่าไหร่ (เนื่องจากเป็นกัญชาระดับงานAPIsของBedrocan) ทำให้แพทย์สามารถที่จะกำหนดได้ว่าหนึ่งSessionของการใช้ยาของคนไข้นั้น Vaporizerจะทำการ “อบ” ฟิล์มกัญชาเป็นจำนวนกี่แผ่นเพื่อให้ได้ปริมาณสารของฤทธิ์ที่ต้องการ

เห็นไหมครับว่างานของกัญชานั้นยังต้องการนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาในอุตสาหกรรมอีกมาก และด้วยไอเดียที่ดูเหมือนจะยาก จริงๆแล้วกลับสามารถทำให้เป็นจริงขึ้นมาได้ด้วยวิธีพื้นฐานๆนี่เอง ในสภาวะที่ประเทศไทยมีกัญชาเสรีมีแต่คนสนใจที่จะแข่งกันปลูก จะผลิต จะสกัด ผมกลับคิดว่าโอกาสของคนไทยจริงๆตอนนี้นั้นสามารถไปไกลได้ถึงงานพัฒนานวัตกรรมอย่างSyqeได้เลย (ซึ่งตอนนี้เรามีความอิสระในเรื่องกัญชามากกว่าประเทศอิสราเอลแล้วด้วยซ้ำ) โอกาสได้เปิดให้พวกเราแล้วครับ! มาลุยไปด้วยกัญ!

………………………………..

ที่ Black Forest DSP ผมตั้งใจไว้ให้เป็นสถานที่เรียนรู้ แบ่งปันวิธีการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกวิธี เพื่อนๆพี่น้องคนไหนอยู่แถวบางนา, แบริ่ง หรือ ศรีนครินทร์ แวะมาเจอกันที่Cafeได้นะ ช่วงนี้ผมอยู่ทุกวันครับ (เพราะยังไม่ได้ลงเมล็ด ^^”)

เขียนโดน Banks Rutchasit

รูปภาพจาก https://www.syqe.com/en/

บทความนี้ไม่ได้เป็นบทความสปอนเซอร์จากSyqeแต่อย่างใด

ผมได้เข้าร่วมฟังการสาธิตวิธีการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่ Leiden University Medical Center (LUMC) เห็นอะไรคุ้นๆกันไหมครับ!!!...
02/08/2022

ผมได้เข้าร่วมฟังการสาธิตวิธีการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่ Leiden University Medical Center (LUMC) เห็นอะไรคุ้นๆกันไหมครับ!!! 😂 เจ้าเครื่อง Vaporizerสุดโหด "Volcano" นั่นเอง

Vaporizerนี่มีประโยชน์มากๆสำหรับผู้ที่ต้องการใช้กัญชาด้วยวิธีการสูดเข้าทางปอด(Inhale) โดยไม่ต้องการควันเหมือนการสูบแบบปรกติ(Smoke)

โดยส่วนตัว ผมชอบVaporizerมากกว่าการสูบ (เพราะปรกติไม่ได้สูบบุหรี่) มันไม่แน่นหน้าอก ไม่แสบคอ และไม่ต้องสูดเอาควันเข้าไปเยอะๆ

การใช้กัญชาด้วยวิธีการสูดเข้าทางปอดนั้น ไม่ว่าจะเป็นการสูบหรือการใช้Vaporizer จะให้เอฟเฟคที่คล้ายๆกัน คือ มาค่อนข้างเร็วมาก แต่จะมีช่วงระยะเวลาของเอฟเฟค(Onset)ที่หมดเร็วเช่นกัน

การใช้กัญชาแบบสูดเข้าทางปอดจึงเหมาะกับกลุ่มอาการที่ต้องบรรเทาอย่างเร่งด่วน เช่น อาการปวด เป็นต้น

อยากให้ประเทศไทยสนับสนุนกลุ่มTechหรือStart Up พัฒนาVaporizerเจ๋งๆไปขายตลาดโลกกันไหมครับ? ช่วยกันส่งเสียงขึ้นไปหน่อย!

ทำไมสตรีมีครรภ์และสตรีที่กำลังให้นมบุตรจึงไม่ควรใช้กัญชา?อยากบทความที่แล้วที่ผมได้เขียนถึงความอันตรายของกัญชา(โดยเฉพาะอย...
28/07/2022

ทำไมสตรีมีครรภ์และสตรีที่กำลังให้นมบุตรจึงไม่ควรใช้กัญชา?

อยากบทความที่แล้วที่ผมได้เขียนถึงความอันตรายของกัญชา(โดยเฉพาะอย่างยิ่ง THC)ที่มีต่อการพัฒนาของสมองในวัยเด็กและวัยรุ่น วันนี้เรามาพูดคุยกันต่อครับ ว่าความอันตรายนี้นั้นมันมีผลตั้งแต่ทารกที่อยู่ในครรภ์มารดาได้อย่างไร

เชื่อไหมครับว่าตั้งแต่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเปิดเสรีกัญชา มีงานศึกษาที่พบว่ากลุ่มประชากรเพศหญิงที่ใช้กัญชานั้น จำนวนครึ่งนึง(50%)ยังคงใช้กัญชาต่อไปเมื่อตั้งครรภ์(เนื่องจากไม่ทราบว่าตั้งครรภ์แล้ว) และหลังจากที่ทราบว่าตนเองตั้งครรภ์แล้ว พบว่าผู้หญิง70%ตัดสินใจเลิกใช้กัญชา ส่วนเหตุผลหลักที่ผู้หญิงตัดสินใจใช้กัญชานั้น 96%ของกลุ่มตัวอย่างต้องการใช้กัญชาเพื่อบรรเทาอาการแพ้ท้อง ประเด็นหลักที่น่าสนใจก็คือ คุณแม่ส่วนใหญ่นั้นไม่ทราบกันด้วยซ้ำว่า การใช้กัญชาจะมีผลต่อพัฒนาการของทารกในท้อง นี่คือสาเหตุหลักที่ผมต้องเขียนบทความสรุปนี้ขึ้นมาครับ

มีการศึกษาวิจัยเพื่อวัดปริมาณสารTHCในเลือดของคุณแม่ และปริมาณสารTHCในเลือดของทารกในครรภ์ พบว่ามีเลเวลเท่ากันเป๊ะ! เลยมีงานศึกษามากมายเลยครับว่าคุณแม่ที่ยังคงไม่เลิกใช้กัญชาระหว่างการตั้งครรภ์นั้น อาจจะมีผลกระทบอะไรบ้างต่อพัฒนาการของทารกจนถึงวันที่เค้าเติบโตเป็นผู้ใหญ่กันเลยทีเดียว (ผมขอใช้คำว่า “อาจจะ” นะครับเพราะ บางอาการก็ไม่ได้แสดงออกมา)

ทารกที่เพิ่งคลอดใหม่ๆ(New born) พบว่าพวกเค้าจะมีน้ำหนักโดยเฉลี่ยต่ำกว่ามาตรฐาน มีระดับโดพามีนที่ต่ำกว่าปรกติ มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเป็นโรคเบาหวานType2 และ โรคสมาธิสั้น(ADHD)

ในขณะเดียวกัน เมื่อพวกเค้าย่างก้าวเข้าสู่วัยเด็ก(Childhood) พบว่าเด็กในกลุ่มนี้ จะมีความสามารถทางภาษาน้อยลง มีปัญหาทางความจำระยะสั้น(Short-term memory) มีความเสี่ยงสูงมากขึ้นที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับโรควิตกกังวล, โรคซึมเศร้า, อารมณ์ร้อน, ปัญหาเกี่ยวกับความสนใจ และ ปัญหาทางสมาธิ

เมื่อโตเป็นวัยรุ่น(Adolescence) พบว่าจะมีทักษะในการใช้เหตุผลเชิงนามธรรมน้อยลง และมีแนวโน้มมากขึ้นที่จะมีปัญหาเชิงพฤติกรรม และ การต่อต้านสังคม นอกจากนี้ยังพบว่าวัยรุ่นกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีงานศึกษาวิจัยถึงปริมาณการใช้กัญชาในสตรีมีครรภ์ว่าจะมีผลต่อทารกอย่างไรบ้าง พบว่าสตรีมีครรภ์ที่สูบกัญชาปริมาณ1มวนหรือมากกว่า เป็นเวลาทุกวันในช่วง3เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เด็กจะมีปัญหาในการใช้ภาษา ไม่ว่าจะเป็นทั้งปัญหาความรู้ความเข้าใจหลักการของภาษา จนไปถึงความสามารถในการสื่อสารสิ่งที่ตัวเองคิดให้ออกมาเป็นคำพูด และถ้าคุณแม่ยังสูบกัญชาต่อไปอีกจนถึงไตรมาสที่2และ3ของการตั้งครรภ์(เดือน4-9) งานวิจัยพบว่าเด็กจะมีความสามารถทางคณิตศาสตร์ลดลง จนไปถึงความสามารถในการประยุกต์ใช้ทักษะทางคณิตศาสตร์ในชีวิตจริง

การสูบกัญชาของคุณแม่ในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ในไตรมาสที่สองนั้นยังทำให้เด็กมี ปัญหาในกระบวนของสมองที่ใช้ในการรับรู้และการตัดสินใจ(Cognitive Function) ต่อเนื่องไปจนถึงปัญหาทางความทรงจำระยะสั้น นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กจะมี IQ น้อยลงถึง5หน่วยเมื่อเค้าอายุได้6ขวบครับ จะเห็นได้ว่าปัญหากัญชาที่เกิดขึ้นกับทารกในครรภ์นั้นมาจากสองปัจจัยหลักๆด้วยกัน ได้แก่ ปริมาณการใช้ ยิ่งใช้มาก ยิ่งมีผลต่อเด็กในท้องมาก และ ช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ ว่าใช้ในไตรมาสไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสามเดือนแรกจะมีผลกระทบมากต่อเด็กในครรภ์

ผมต้องขอฝากถึงสาวๆสายเขียวทุกท่านครับ ว่าถ้าหากมีแผนหรือมีความเสี่ยงที่จะมีน้องแล้ว ต้องหยุดใช้กัญชาทันที! เพราะเอาจริงๆหลายๆท่านก็ไม่ทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์จนกระทั่ง2-3เดือน ปัญหาก็คือกัญชามันมีผลเป็นอย่างมากต่อทารก(Fetus)ในระยะไตรมาสแรกนะครับ และนอกจากนี้เรายังพบว่าTHCมันยังออกมากับน้ำนมได้ด้วย! ถ้ากำลังให้นมบุตร ควรหยุดใช้กัญชาเช่นกันครับ และอย่าเลิกให้นมแม่ด้วยเหตุผลเพราะอยากกลับมาใช้กัญชาเร็วๆเด็ดขาด! เด็กควรจะต้องกินนมแม่ให้นานที่สุดเท่าที่คุณแม่จะทำได้นะครับ

ด้วยความเป็นห่วงและหวังดีจริงๆ ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่และคนที่กำลังจะเป็นคุณแม่ทุกคนครับ (จากใจคุณพ่อคนหนึ่ง)

ที่ Black Forest DSP ผมตั้งใจไว้ให้เป็นสถานที่เรียนรู้ แบ่งปันวิธีการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกวิธี เพื่อนๆพี่น้องคนไหนอยู่แถวบางนา, แบริ่ง หรือ ศรีนครินทร์ แวะมาเจอกันที่Cafeได้นะ ช่วงนี้ผมอยู่ทุกวันครับ (เพราะยังไม่ได้ลงเมล็ด ^^”)

เขียนโดน Banks Rutchasit

ลิงค์แนะนำ

https://www.youtube.com/watch?v=zwTgmv2zp4A

https://www.youtube.com/watch?v=z5FIe9mLDi8

https://www.youtube.com/watch?v=qz4AGm5kPlQ

With the recent decriminalization and subsequent rise of Ma*****na use around North America - researchers are finally beginning to discover some of the lesse...

ข้อสรุปจาก Dr. Malka Lazar จิตแพทย์ที่ปรึกษาประจำกระทรวงสาธารสุขประเทศอิสราเอล และหน่วยงาน Israeli Medical Cannabis Agen...
27/07/2022

ข้อสรุปจาก Dr. Malka Lazar จิตแพทย์ที่ปรึกษาประจำกระทรวงสาธารสุขประเทศอิสราเอล และหน่วยงาน Israeli Medical Cannabis Agency (IMCA) ซึ่งผมได้เข้าร่วมประชุมที่กรุงเทลอาวีฟเมื่อปี 2019

1. กัญชาสามารถใช้บำบัดรักษาได้หลายโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. กัญชามีความปลอดภัยสำหรับบุคคลส่วนใหญ่หากใช้ในปริมาณน้อยจนถึงปริมาณกลางๆ

3. กัญชาไม่ควรใช้กับผู้ป่วยจิตเวช โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคจิตเภทและไบโพล่า (รวมไปถึงบุคคลที่มีญาติพี่น้องป่วยเป็นโรคดังกล่าว)

4. กัญชาไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กและวัยรุ่น

5. กัญชาไม่ปลอดภัยหากใช้ในปริมาณมากๆ

6. ต้องการงานวิจัยที่มากขึ้นในเรื่องของกัญชาทางการแพทย์

สรุปอีกทีโดย Banks Rutchasit 😊

26/07/2022

Cannabis for living lifes (Part 1)

ทำไมพวกเราต้องป้องกันไม่ให้เด็กและวัยรุ่นใช้กัญชา?ผมไม่ได้หวังว่าบทความนี้จะเป็นกระบอกเสียงของคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมกัญชา...
26/07/2022

ทำไมพวกเราต้องป้องกันไม่ให้เด็กและวัยรุ่นใช้กัญชา?

ผมไม่ได้หวังว่าบทความนี้จะเป็นกระบอกเสียงของคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมกัญชาว่าพวกเราเองนั้นก็เป็นห่วงสังคมเหมือนกัน แต่ผมตั้งใจเขียนบทความนี้ขึ้นมา ด้วยสถานะที่ผมเป็น “พ่อ” คนหนึ่ง ที่เป็นห่วงลูกสาววัยสองขวบของผมที่จะต้องเติบโตมาสภาวะที่โลกทั้งใบมีเสรีกัญชา (USA, Canada, Thailand, etc และอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้จะมีอีกหลายประเทศตามมาครับ)

“เราจะเลี้ยงดูบุตรหลานของเราให้เติบโตและปลอดภัยได้อย่างไรกันนะ?” ผมคิดว่าที่คือคำถามที่คุณพ่อคุณแม่หลายๆกำลังกังวลเหมือนกับผม เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาคุยกันให้กระจ่างครับว่ากัญชามันมีผลเสียต่อเยาวชนอย่างไรบ้าง

ปัญหาที่เราจะคุยกันในวันนี้มีอยู่สองเรื่องด้วยกันครับ คือ ปัญหาด้านพัฒนาการของสมอง และ โรคทางจิตเวชในเด็กและวัยรุ่นซึ่งสามารถถูกกระตุ้นให้แสดงอาการได้จากการใช้กัญชา(Ma*****na-induced psychosis)

“กัญชามีทั้งประโยชน์และโทษ(ถ้าหากใช้ไม่เป็น) แต่ถ้าเยาวชนเอาไปใช้ มีโทษมากกว่าผลดี” นี่คือข้อสรุปที่ผมได้รับจากการฟังการบรรยายในปี2019 ของ Dr. Malka Lazar จิตแพทย์ที่ปรึกษา ประจำกระทรวงสาธารณสุขประเทศอิสราเอล ประกอบกับการค้นคว้าข้อมูลงานวิจัยหลายๆตัวนั้นได้ยืนยันตรงกัน ว่าการใช้กัญชานั้นมีผลต่อพัฒนาการของสมองที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ของเด็กและเยาวชน

ขอสรุปสั้นๆให้เข้าใจกันง่ายๆครับว่าสมองของมนุษย์นั้นจะพัฒนาได้อย่างสมบูรณ์เมื่ออายุ25ปี ซึ่งในระหว่างการพัฒนาการนี้นั้น ให้เราจินตนาการว่าสมองก่อนอายุ25คืออาคารที่ยังสร้างไม่เสร็จ ในตัวอาคารนี้มีสำนักงานแยกกันอยู่หลายชั้นที่จะต้องทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานที่รับผิดชอบในส่วนของการเรียนรู้และความจำ, สำนักงานที่รับผิดชอบด้านพฤติกรรม และสำนักงานที่รับผิดชอบเรื่องอารมณ์

นอกจากนี้สมองของเรายังมีพนักงานที่ทำงานกันอย่างหนักเพื่อทำให้สำนักงานทั้งหลายเหล่านี้ทำงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราเรียกพนักงานแผนกนี้ว่าEndocannabinoid หน้าที่ของพวกเค้าก็คือ เป็นทั้งช่างก่อสร้างและออแกไนซ์ที่พยายามสร้างเครือข่ายการติดต่อสื่อสารกันของแต่ละสำนักงานให้ทำงานกันได้อย่างสะดวก

อยู่มาวันหนึ่งก็มีพนักงานนอกบริษัทชื่อว่าCannabinoid(ซึ่งเดินทางมาจากกัญชา) บุกเข้ามาแย่งงานจนปั่นป่วนกันทั้งบริษัท ทำให้งานก่อสร้างสมองที่แสนจะวุ่นวายและสลับซับซ้อนอยู่แล้ว กลายเป็นงานยากยิ่งขึ้นไปอีก ถ้าเจอแบบนี้แค่ครั้งเดียวก็อาจจะพอไหว แต่ถ้าบุกเข้ามาวุ่นวายแบบนี้อยู่บ่อยๆเป็นประจำ แน่นอนครับว่าการทำงานในการสร้างสมองให้สมบูรณ์นั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย และโครงการก่อสร้างสมองนั้น มีเดดไลน์อยู่แค่อายุ25นะครับ สร้างเสร็จได้แค่ไหนแค่นั้น หมดสัญญา

สมองที่พัฒนาไม่สมบูรณ์ ย่อมทำให้บุคคลมีปัญหาต่างๆมากมาย อาทิเช่น ปัญหาการเรียนรู้และปัญหาด้านความจำย่อมมีผลต่อชีวิตในวัยเรียน การเรียนที่มีปัญหาย่อมส่งผลถึงชีวิตในวัยผู้ใหญ่เป็นต้น

ยิ่งอายุน้อย กัญชายิ่งมีผลต่อกระบวนการพัฒนาของสมอง วัยรุ่นที่อายุ15ปีที่ใช้กัญชานั้นจะได้รับผลกระทบทางสมองมากกว่าบุคคลที่อายุ22ปี นอกจากนี้เรายังพบว่าโรคทางจิตเวช(Psychosis)ในวัยคนหนุ่มสาว(Young Adult)ต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรคจิตเภท(Schizophrenia)อาจจะแสดงอาการขึ้นมาได้ โดยการกระตุ้นจากการใช้กัญชา ประเด็นที่ยังสรุปกันได้อย่างไม่แน่ชัดก็คือ กัญชาไปสะกิดให้โรคเหล่านี้ปะทุขึ้นมารึเปล่า ถ้าไม่ใช้กัญชาก็อาจจะไม่มีอาการของโรคไปตลอดชีวิตหรือไม่?

นี่คือข้อเท็จจริงที่สังคมควรต้องคุยกันครับว่าจะดูแลบุตรหลานของเราอย่างไรไม่ให้ใช้กัญชาก่อนที่พัฒนาการของสมองจะสมบูรณ์ ผมคงไม่สามารถพึ่งพาแค่คุณครูที่โรงเรียนและกฏหมายได้อย่างแน่นอน ทุกวันนี้ก่อนที่กัญชาจะเสรีก็ใช่ว่าเด็กๆจะหากัญชามาใช้กันไม่ได้ เหล้ายาบุหรี่ต่างๆ เด็กๆในโรงเรียนก็หามาใช้กันได้อยู่ดี

ผมได้ฟังคุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ บรรยายเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกในยุคสมัยนี้ว่าเป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจากมีสิ่งเย้ายวนอยู่มากมายที่อาจจะทำให้พวกเค้าเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่สมบูรณ์ เด็กยุคนี้จะต้องได้รับการปูพื้นฐานชีวิตให้ดียิ่งกว่ายุคสมัยของพวกเรา พวกเค้าถึงจะเอาตัวรอดในสังคมอีก20-30ปีข้างหน้าต่อจากนี้ได้ พื้นฐานชีวิตที่สำคัญของยุคนี้คือ “Executive Function” ที่จะทำให้เด็กๆมีความยับยั้งชั่งใจ รู้ผิดชอบชั่วดี (ในโอกาสหน้า ผมคงต้องเขียนเรื่องนี้เป็นหัวข้อใหญ่) เชื่อเถอะครับว่า ต่อจากกัญชาแล้ว เด็กๆยังจะต้องเจออีกหลายสิ่งต้องห้ามในอนาคตอันใกล้นี้ พวกเราพ่อแม่ต้องเตรียมพวกเค้าให้พร้อมทุกสถานการณ์ครับ
.......................................

ที่ Black Forest DSP ผมตั้งใจไว้ให้เป็นสถานที่เรียนรู้ แบ่งปันวิธีการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกวิธี เพื่อนๆพี่น้องคนไหนอยู่แถวบางนา, แบริ่ง หรือ ศรีนครินทร์ แวะมาเจอกันที่Cafeได้นะ ช่วงนี้ผมอยู่ทุกวันครับ (เพราะยังไม่ได้ลงเมล็ด ^^”)

เขียนโดน Banks Rutchasit

Credit

https://www.youtube.com/watch?v=Nlcr1jd_Tok

https://www.youtube.com/watch?v=1Luw2tiMuLk

https://www.youtube.com/watch?v=FvszaF4vcNY

https://www.youtube.com/watch?v=Tgp-oZ_f6Xk

https://www.psychologytoday.com/us/basics/executive-function

Explore how ma*****na’s two main active compounds, THC and CBD, affect your brain and body, and what risk factors to watch out for. --In 1970, ma*****na was ...

เจาะลึกกัญชาสายเลือดอินดิก้า(Indica) กัญชาเทพธิดาแห่งวงการแพทย์ที่แท้ทรูจากบทความที่แล้วที่ผมได้พูดถึงกัญชาสายเลือดซาติว...
22/07/2022

เจาะลึกกัญชาสายเลือดอินดิก้า(Indica) กัญชาเทพธิดาแห่งวงการแพทย์ที่แท้ทรู

จากบทความที่แล้วที่ผมได้พูดถึงกัญชาสายเลือดซาติว่า(Sativa) วันนี้เราจะมาพูดคุยกันต่อเกี่ยวกับกัญชาสายเลือดอินดิก้ากันครับ

สรุปสั้นๆให้เข้าใจกันได้ง่ายๆเลยครับว่า ถ้ากัญชาสายซาติว่านั้นให้เอฟเฟคในการปรับสภาวะทางจิต สายอินดิก้านั้นจะให้เอฟเฟคไปในการปรับสภาวะทางร่างกาย (Mind VS Body) อินดิก้าจึงมีคุณประโยชน์ในการนำมาใช้ในเชิงการแพทย์อย่างมหาศาล เนื่องจากช่วยทำให้สภาวะร่างกายที่ตรึงเครียดนั้นผ่อนคลายลงได้ ไม่ว่าจะเป็นความเครียดจากการทำงานหรือสภาวะของร่างกายที่เจ็บป่วยจากอาการปวดหรืออักเสบ นอกจากนี้กัญชาสายอินดิก้ายังสามารถเอาไปใช้กับผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับ อาจจะด้วยโรคประจำตัว, ความเครียดวิตกกังวล หรือ ปัญหานอนหลับไม่สนิทของผู้สูงวัย กัญชาสายอินดิก้าคือนางฟ้ามาโปรดสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้ครับ

ตอนที่ผมเดินทางไปเรียนรู้วิธีการใช้กัญชาทางการแพทย์ของประเทศเนเธอแลนด์นั้น คุณหมอประจำPain Clinicชอบกัญชาสายนี้มาก เนื่องจากเอามาใช้กับผู้ป่วยได้อย่างมหัศจรรย์ โดยที่กัญชาสายนี้นั้นสามารถที่จะช่วยลดการใช้ยาในกลุ่มOpioidได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ยากลุ่มOpioidคือยาที่ทำมาจาก ฝิ่น หรือ เรียกได้ว่าเป็นอนุพันธ์ของฝิ่นนั่นเอง)

ยาแก้ปวดแผนปัจจุบันในกลุ่มOpioidนั้น แน่นอนครับว่าไม่มีข้อกังขาอยู่แล้วถึงความสามารถของมัน แต่มันมาพร้อมกับอาการติดยาครับ แถมติดง่ายมากๆด้วย ยิ่งถ้าใช้มันมากๆ ใช้บ่อยๆ ต้องพึ่งพาตลอด มันติดยาเลยครับ แล้วจะอยากใช้มากขึ้นเรื่อยๆ จนร่างกายพัง เราเรียกอาการนี้ว่า Opioid use disorder (OUD) ซึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกามีผู้ติดยากลุ่มนี้อยู่เยอะมาก โดยที่5%ของคนอเมริกันวัยผู้ใหญ่มีอาการพึ่งพายาในกลุ่มนี้อยู่เยอะจนเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมกันเลยทีเดียว ฤทธิ์ของกัญชาสายเลือดอินดิก้านั้นจึงได้ถูกนำมาใช้เพื่อลดการจ่ายยาแผนปัจจุบันที่มีผลข้างเคียงอันตราย ช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพายาในกลุ่มนี้

กัญชาไม่ว่าจะเป็นสายเลือดซาติว่าหรืออินดิก้านั้น ยังมีเอฟเฟคที่ช่วยทำให้เรารู้สึกเจริญอาหาร กินอะไรก็อร่อยไปหมด ด้วยเหตุนี้เอง กัญชาจึงได้ถุกนำมาใช้ในกระบวนการพักฟื้นของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ(Palliative care) อาทิเช่น ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับคีโมบำบัด มักจะมีอาการเบื่ออาหารเป็นต้น กัญชาสายเลือดอินดิก้านั้นจึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆของแพทย์เสมอ เพราะเนื่องจากจะทำให้ผู้ป่วยผ่อนคลายจากอาการเจ็บป่วยแล้ว ยังสามารถทำให้เจริญอาหารมากขึ้นอีกด้วย

กัญชาสายเลือดอินดิก้านั้น มีลักษณะเป็นพุ่มๆ ไม่สูงโปร่งเหมือนสายเลือดซาติว่า มีแหล่งต้นกำเนิดอยู่ในเขตหนาว อย่างเช่น ประเทศเนปาล และ อินเดีย ใช้เวลาทำดอกสั้นกว่ากัญชาสายเลือดซาติว่า เนื่องจากต้องรีบขยายพันธุ์ก่อนที่ฤดูหนาวอันโหดร้ายจะมาถึง

อย่างที่เรามักจะเห็นสายพันธุ์กัญชาที่มีชื่อห้อยหลังว่า “Kush” อย่างเช่นกัญชาสายพันธุ์ “OG Kush” “Purple Kush” ให้เราเดาได้เลยว่ากัญชาสายพันธุ์นี้ต้องมีเลือดอินดิก้าอยู่แน่ๆ ด้วยที่คำว่าKushนั้น มาจากคำว่า Hindu Kush ซึ่งเป็นเทือกเขาฮินดูกูช ต้นกำเนิดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของกัญชาสายเลือดอินดิก้านั่นเอง

ที่ Black Forest DSP ผมตั้งใจไว้ให้เป็นสถานที่เรียนรู้ แบ่งปันวิธีการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกวิธี เพื่อนๆคนไหนอยู่แถวบางนา, แบริ่ง หรือ ศรีนครินทร์ แวะมาเจอกันที่Cafeได้นะ ช่วงนี้ผมอยู่ทุกวันครับ (เพราะยังไม่ได้ลงเมล็ด ^^”)

ภาพประกอบโดย Bez Chaisuwan
เขียนโดย Banks Rutchasit

ระวังติดดอยอุตสาหกรรมกัญชา! เสรีกัญชาอาจจะมาพร้อมกับความปวดหัวอันใหญ่หลวงสำหรับพวกเราชาวนักปลูก (PART 2)จากบทความอาทิตย์...
20/07/2022

ระวังติดดอยอุตสาหกรรมกัญชา! เสรีกัญชาอาจจะมาพร้อมกับความปวดหัวอันใหญ่หลวงสำหรับพวกเราชาวนักปลูก (PART 2)

จากบทความอาทิตย์ที่แล้ว ที่ผมได้มาเล่าสู่กันฟังถึงความกังวลของผม ว่าในสภาวะเสรีกัญชาโดยสมบูรณ์แบบนั้นจะทำให้พวกเรานักปลูกต้องปวดหัวไปกับเกสรตัวผู้ของทั้งกัญชากัญชงปลิวเต็มท้องฟ้าประเทศไทยโดยมิได้นัดหมาย นั่นก็เพราะว่าใครๆเค้าก็ปลูกกัน ไม่เชื่อลองถามคนใกล้ตัวซิครับ ว่ามีใครที่ กำลังปลูกหรือสนใจจะปลูก ผมมั่นใจว่าต้องมีจำนวนมากกว่าคนไม่สนใจจะปลูกกัญชาอยู่แน่ๆ (เอาแค่ในซอยบ้านผม เห็นต้นตัวผู้ตัวเมียหลายต้นแล้ว 555)

วันนี้ผมเลยได้เก็บรวบเคสจริงจากต่างประเทศมาสรุปให้อ่านกันในวันนี้ครับ ว่าเหตุการณ์ในลักษณะนี้นั้น ผมไม่ได้อยู่ดีๆวิตกจริตไปเอง แต่มันเกิดขึ้นจริง มีผู้เสียหายจริง ฟ้องร้องกันจริงอยู่เยอะแยะมากในต่างประเทศที่เค้าเสรีกัญชาก่อนเรา เสียหายกันหลักล้านจนถึงหลายสิบล้านจนเป็นเรื่องปรกติ และนี่คือสภาพจริงที่เราจะต้องเจออย่างแน่นอนภายในสินปีนี้ครับ

ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐโคโลราโด ปัญหาเกสรตัวผู้จากอุตสากรรมปลูกกัญชงบินไปผสมต้นตัวกัญชาตัวเมียของฟาร์มใกล้ๆจนเสียหายย่อยยับนั้นเกิดขึ้นจนเป็นเรื่องปรกติ บ้างก็ลอยไปผสมฟาร์มกัญชงด้วยกันเอง จนเกิดการฟ้องร้องค่าเสียหายกันเกิดขึ้น

ความน่าปวดหัวมันอยู่ตรงนี้ครับ ฟาร์มปลูกกัญชงที่สหรัฐอเมริกาเอง บางทีก็ไม่ได้สนใจที่จะฆ่าต้นตัวผู้อยู่แล้วด้วยซ้ำ เช่นฟาร์มกัญชงที่ต้องการผลิตแต่เมล็ด(Hemp Seed) เพื่อเอาเมล็ดมาทำน้ำมัน(Hemp Seed Oil) ฟาร์มในลักษณะนี้จงใจผลิตเกสรตัวผู้เพื่อทำให้ตัวเมียติดเมล็ดด้วยซ้ำ หรือฟาร์มปลูกกัญชงที่ต้องการเส้นใย แน่นอนครับว่าเค้าไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้แรงงานมานั่งเช็คว่าต้นตัวไหนคือต้นตัวผู้ตัวเมียหรือต้นกระเทยหรอกครับ เพราะเค้าปลูกเอาเส้นไย สุดท้ายแล้วฟาร์มกัญชงเหล่านี้ก็ผลิตเกสรตัวผู้กระจายไปทั่วท้องฟ้า ส่วนฟาร์มของเกษตรกรที่จะปลูกเอาดอกเจอเข้า ก็งานเข้าซิครับ เพราะเกสรมันโดนนำพามาได้ทุกรูปแบบ ติดตามตัว ตามผมของเราเข้ามาก็ยังได้ สมัยที่ผมไปฝึกงานที่ต่างประเทศ ถ้าเจ้าของฟาร์มเขาทราบว่า เรามีไปเยี่ยมฟาร์มอื่นมาก่อนแล้วในวันนั้น เค้าจะขอให้เอาอาบน้ำสระผมก่อนที่จะเข้ามาพบกันที่ฟาร์ม ขนาดนั้นกันเลยทีเดียว

ความบรรลัยของรัฐโคโลราโดได้เริ่มขึ้นเมื่อปี2018ครับ ที่อยู่ดีๆผู้ว่าการรัฐก็ของขึ้น ยกเลิกระบบZoningซะงั้น ที่แต่เดิมนั้นอุตสาหกรรมกัญชงกับอุตสาหกรรมกัญชาจะต้องอยู่ห่างกันอย่างน้อย4ไมล์ กลายป็นว่าอิสระเสรีใครจะปลูกตรงไหนยังไงก็ได้ ปรากฏว่าคุณโรเบิร์ตที่ทำฟาร์มปลูกกัญชา(ถูกกฏหมาย) มาเป็นเวลาสามปีและก่อนหน้านั้นไม่เคยมีปัญหาใดๆทั้งสิ้น กัญชาของเค้า600กว่าต้นติดเมล็ดครับ เสียหายย่อยยับกันไปในปีนั้น

อุตสากรรมกัญชงในรัฐโอเรกอนก็โตเร็วมากๆเช่นกัน พื้นที่ปลูกกัญชงนั้นเติบโตจาก100เอเคอร์เป็น60,000เอเคอร์ภายในระยะเวลา5ปี ผลกระทบก็คือ อุตสาหกรรมกัญชาของรัฐที่มุ่งเป้าปลูกเพื่อเอาดอกนั้น เสียหายไปมากถึง8%

อย่าลืมนะครับว่านี่คือประเทศที่เค้าเริ่มต้นอุตสาหกรรมนี้กันมาก่อนเราหลายปี เค้ายังปวดหัวกับปัญหานี้กันอย่างมากมาย เราคนไทยเลือดเกษตรเข้มข้นอยู่แล้ว ตอนนี้เลยปลูกกัญชากันทุกบ้าน ไม่ได้สนใจว่าต้นตัวผู้หรือต้นตัวเมียแล้วครับตอนนี้ แค่มีต้นกัญชาในบ้าน คนนั้นถือว่า“อินเทรนด์” ของมันต้องมี!

ที่ผมทำได้ก็แค่กระจายข้อเท็จจริงนี้ออกไปมากที่สุด เพื่อที่เพื่อนๆในวงการจะได้หาวิธีป้องกันอย่างเต็มที่ จะได้ไม่ต้องมาติดดอยอุตสาหกรรมกัญชากันในสิ้นปีนี้ครับ ถ้าชอบบทความเข้มๆเช่นนี้ อย่าลิมกดไลค์ กดติดตามเพจ Black Forest DSP และฝากแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่กำลังลงเมล็ดกันด้วยนะครับ

เขียนโดย Banks Rutchasit

ลิงค์อ้างอิงในCommentsครับ
.......................................................
ใครอยู่แถว #บางนา #แบริ่ง #ศรีนครินทร์ #ลาซาล สามารถแวะเวียนมาเยี่ยมกัญที่Cafeได้นะครับ ช่วงนี้ผมอยู่ตลอดครับ (เพราะยังไม่ได้ลงเมล็ด 😆)

เจาะลึกกัญชาสายเลือดซาติว่า(Sativa) แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมใครๆก็ชอบกัญชาไทย?ผมมีเพื่อนต่างประเทศอยู่คนหนึ่งที่ทำงานอยู่ใ...
18/07/2022

เจาะลึกกัญชาสายเลือดซาติว่า(Sativa) แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมใครๆก็ชอบกัญชาไทย?

ผมมีเพื่อนต่างประเทศอยู่คนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมกัญชามาเป็นเวลานานกว่า15ปี เป็นนักปรับปรุงพันธุ์ที่มีชื่อเสียง ทำงานอยู่ที่ประเทศแคนาดา และด้วยความที่อยู่ในสายงานนี้ เค้าจึงได้สัมผัสกับกัญชาที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาแล้วแทบจะทุกสายพันธุ์ แต่เชื่อไหมครับว่า กัญชาที่เค้าให้คะแนนสูงมากจนผมเองยังตกใจ สุดยอดกัญชาในดวงใจของเค้าก็คือกัญชาสายพันธุ์พื้นบ้าน(Landrace strain)ของไทยนั่นเอง

เพื่อนของผมคนนี้เค้าได้เน้นย้ำว่า กัญชาสายพันธุ์พื้นบ้านคือกัญชาไทยแท้ที่ไม่ได้ผ่านการปรับปรุงพันธุ์ เป็นสายเลือดดั้งเดิมที่ขึ้นตามป่าตามเขาของไทย หรือกัญชาที่ชาวบ้านแอบปลูกไว้ใช้กันเองในหมู่บ้านมาเป็นเวลาช้านาน ไม่ใช่สายพันธุ์ไทยที่ชาวต่างชาติแอบเอาเมล็ดพันธุ์ไปปรับปรุงพันธุ์กันต่อ จนกลายเป็นกัญชาลูกครึ่ง รสชาติและกลิ่นมันเปลี่ยนไปจากสายพันธุ์พื้นบ้าน กลายเป็นลูกครึ่งไทยฝรั่ง “ฟีลลื่งมันเหมือนการกินต้มยำกุ้งที่ปรุงโดยเชฟฝรั่งอย่างไงอย่างงั้น ยังไงก็ไม่อร่อยเหมือนของพื้นบ้านแท้ๆ” นอกจากนี้เค้ายังได้ยืนยันว่า ประเทศไทยโดยพื้นฐานแล้ว เป็นแหล่งเก็บกัญชาเลือดแท้ "Pure Sativa" ที่เจ๋งที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง เพราะประเทศไทยของเรานั้นไม่มีIndicaเลย กัญชาทุกต้นที่ขึ้นตามธรรมชาติ มีแต่เลือดSativaแท้ๆ จึงเหมาะมากในการเก็บไปทำเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์

ซาติว่า(Sativa) นั้นเป็นสายเลือดกัญชาที่พบมากในเขตร้อนชื้น(Tropical) อาทิเช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, อเมริกาใต้ เป็นต้น ทนความร้อนความชื้นและการโจมตีของเชื้อราได้ดีเป็นพิเศษ(เนื่องจากลักษณะทางกายภาพของดอกและต้น) สัดส่วนของเทอร์ปีน(Terpene Combination)ที่เด่นชัดมากที่สุดของเลือดSativaคือ กลิ่นหวานๆที่หอมสดชื่น คล้ายกลิ่นผลไม้ดอกไม้เมืองร้อน มีลักษณะต้นที่สูงโปร่ง ชอบแดดจัดๆ ยิ่งแดดจัดยิ่งหอม และใช้เวลาทำดอกยาวนานมากกว่ากัญชาสายเลือดอื่นๆ

สมัยสงครามเวียดนาม หลังจากทหารอเมริกันเสร็จสิ้นภาระกิจที่เวียดนามแล้ว จะกลับเข้ามาพักผ่อนที่ประเทศไทย และเมื่อได้ลองกัญชาไทยแล้ว เป็นอันต้องติดใจกันทุกราย นั่นก็เพราะว่าซาติว่าให้เอฟเฟคที่ทำให้เหล่าทหารที่ผ่านสมรภูมิอันโหดร้าย สามารถกลับมามีความสุขกันได้อีกครั้งหนึ่ง

เอฟเฟคของซาติว่าแท้ๆนั้น จะพุ่งตรงไปยังการปรับสภาวะทางจิต(Head high - Mind High) กัญชาสายนี้จะช่วยปรับสภาวะอารมณ์ให้มีความสุขกับสภาพแวดล้อมมากขึ้น ทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นสงบลงได้ เพิ่มสมาธิ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น มีงานวิจัยมากมายที่ได้บ่งชี้ว่า เอฟเฟคเช่นนี้เป็นผลดีต่อผู้ที่มีความเครียด, ความวิตกกังวล และโรคสมาธิสั้น(ADHD) นี่คือสาเหตุหลักที่ทหารอเมริกันที่อาจจะเครียดหนักจากการทำสงคราม (Stress, Anxiety, PTSD, Shell shock) หันมาให้กัญชาไทยเพื่อบำบัดอาการทางจิต (ถึงแม้กระนั้นก็ตาม ผมไม่แนะนำให้ผู้ป่วยจิตเวชใช้กัญชาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อนนะครับ)

ในสภาวะเสรีกัญชาที่ประเทศไทยมีการนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชาจากต่างประเทศเข้ามากันเป็นจำนวนมาก ผมเกรงว่าอีกไม่นาน สายพันธุ์พื้นบ้านของไทยจะโดนผสมกลมกลืนกันไป ผมอยากให้พวกเราพยายามอนุรักษ์สายพันธุ์พื้นบ้านแท้ๆของเราเอาไว้กันให้ดีนะครับ ก่อนที่จะสายเกินไป!

บทความหน้า ผมจะมาต่อด้วยกัญชาสายเลือด Indica, Ruderalis และ Hybid ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามเพจ Black Forest DSP เพื่ออ่านบทความกัญชาแน่นๆแบบนี้กันได้ทุกวันครับ

บทความโดย Banks Rutchasit.......................................................
ใครอยู่แถว #บางนา #แบริ่ง #ศรีนครินทร์ #ลาซาล สามารถแวะเวียนมาเยี่ยมกัญที่Cafeได้นะครับ ช่วงนี้ผมอยู่ตลอดครับ (เพราะยังไม่ได้ลงเมล็ด 😆)

เทคนิคนึงในการตรวจการระบาดแมลง ไม่จะเป็นระบบอินดอร์หรือกรีนเฮ้าส์ คือการติดเจ้าแผ่นสีเหลืองๆที่เห็นในรูปครับ โดยแผ่นสีเห...
17/07/2022

เทคนิคนึงในการตรวจการระบาดแมลง ไม่จะเป็นระบบอินดอร์หรือกรีนเฮ้าส์ คือการติดเจ้าแผ่นสีเหลืองๆที่เห็นในรูปครับ โดยแผ่นสีเหลืองที่ว่านี้ จะมีกาวเหนียวๆอยู่ทั้งสองด้าน เมื่อแมลงบินมาชนหรือมาเกาะ จะติดหนึบ จนเราสามารถสังเกตุเห็นจุดดำๆบนแผ่นสีเหลืองได้โดยง่าย ไม่ต้องไปส่องหาตามต้นไม้

จุดประสงค์เทคนิคนี้ไม่ใช่การลดจำนวนประชากรแมลงนะครับ แต่เป็นการทำให้เราสามารถตรวจการระบาดของแมลงในพื้นที่ปลูกได้โดยง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องปลูกที่ใช้ไฟปลูกต้นไม้ ซึ่งสีของแสงทำให้เรามองเห็นแมลงได้ยากอยู่แล้ว แมลงก็ตัวเล็กเหลือเกิน แถมยังแอบเก่งอีกต่างหาก

ถ้าเรามองเห็นจุดดำๆเยอะๆที่แผ่นสีเหลืองมากเท่าไหร่ นั่นหมายความว่าพื้นที่ปลูกนั้นมีแมลงระบาดมาก, วิธีการกำจัดแมลงหรือป้องกันแมลงของเราไม่ได้ผล เป็นข้อมูลสำคัญในการแก้ไขปัญหาแมลงได้ทันท่วงที

ถ้าชอบบทความนี้ ผมฝากกดไลค์กดติดตามเพจ Black Forest DSP เพื่อเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะครับ

บทความโดย Banks Rutchasit
.......................................................

ใครอยู่แถว #บางนา #แบริ่ง #ศรีนครินทร์ #ลาซาล สามารถแวะเวียนมาเยี่ยมกัญที่Cafeได้นะครับ ช่วงนี้ผมอยู่ตลอดครับ (เพราะยังไม่ได้ลงเมล็ด 😆)

ทำไมพวกเราจึงไม่ควรแนะนำให้สายเขียวมือใหม่กินกัญชา (Edible) อย่าหาทำ! 😆กัญชาที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผม คือบราวนี่กัญชาที่เ...
15/07/2022

ทำไมพวกเราจึงไม่ควรแนะนำให้สายเขียวมือใหม่กินกัญชา (Edible) อย่าหาทำ! 😆

กัญชาที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผม คือบราวนี่กัญชาที่เพื่อนทำให้ พูดจริง! เพราะผมไม่รู้ว่ามันใส่มามากน้อยขนาดไหน กัญชาที่ใส่มา แรงขนาดไหน และเราต้องกินปริมาณเท่าไหร่กันแน่ ส่วนใหญ่จึงเอาใส่ปากกันไปตามปริมาณที่เพื่อนแนะนำ 555 อีกสองชั่วโมงต่อมา รู้เรื่อง!

หลังจากเสรีกัญชา มีผู้ที่ต้องการทดลองใช้กัญชาเพื่อการแพทย์เป็นจำนวนมาก และหลายคนไม่พร้อมที่จะใช้วิธีการสูดเข้าปอด(Inhale) เพราะยังติดภาพว่า การสูบนั้นจะทำให้เสพติดเหมือนกับบุหรี่ที่มีนิโคติน จึงพยายามจะหลีกเลี่ยงโดยการเลือกที่จะใช้วิธีการ “กิน” แทน ไม่ว่าจะเป็นการกินบราวนี่, คุกกี้ หรือเยลลี่ผสมกัญชา หารู้ไม่ว่า การกินกัญชา(Digest) นั้น สามารถให้เอฟเฟคที่รุนแรงและยาวนานมากกว่าการสูดเข้าปอดเยอะมาก

นี่คือสาเหตุที่ทำไมFDAของสหรัญอเมริกา กำหนดไว้ว่าในบราวนี่กัญชาจะต้องมีปริมาณสารTHCไม่เกิน10mgต่อหน่วย และปริมาณที่แนะนำต่อ 1 คนนั้นอยู่แค่เพียง 5mg เท่านั้น (ซื้อบราวนี่กัญชามา 1 ชิ้น แบ่งกันกันได้สองคน)

ทำไมการกินกัญชาถึงสามารถให้เอฟเฟคที่รุนแรงมากกว่าการสูบ ผมจะขออธิบายให้เข้าใจกันง่ายๆครับ ตัวการของเรื่องนี้คือ “ตับ” ของเรานั่นเอง เมื่อเราบริโภคTHCผ่านระบบทางเดินอาหาร และTHCมุดเข้าไปในตับของเราเมื่อไหร่ มันจะกลายร่างกลายเป็น 11-Hydroxy-THC ซึ่งมีเอฟเฟคที่รุนแรงกว่าTHCปรกติถึง 3-4 เท่าตัว แถมเจ้าTHCร่างปรกติที่หลุดรอดออกมาได้ก็สามารถทำงานร่วมกัน จัดหนักผู้บริโภคอย่างเต็มที่

การบริโภคกัญชาผ่านระบบทางเดินอาหาร จะใช้เวลานานกว่าจะเริ่มรู้สึกถึงเอฟเฟคของกัญชา ถ้าบริโภคตอนท้องว่างอาจจะใช้เวลาแค่ 1-1.5 ชั่วโมง แต่ถ้าท้องอิ่มอยู่อาจจะต้องคอยถึง2-3ชั่วโมง และเมื่อเอฟเฟคมันมาแล้ว มันแรง มันอยู่นาน มันอาจจะทำให้บางคนรู้สึกไม่ไหวแล้วต้องไปห้องฉุกเฉินกันได้เลย เพราะเอฟเฟคไม่ยอมลงซักที

ที่ Black Forest DSP ผมตั้งใจไว้ให้เป็นสถานที่เรียนรู้ แบ่งปันวิธีการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างถูกวิธี เพื่อนๆพี่น้องคนไหนอยู่แถวบางนา, แบริ่ง หรือ ศรีนครินทร์ แวะมาเจอกันที่Cafeได้นะ ช่วงนี้ผมอยู่ทุกวันแหละครับ 🥰

เขียนโดน Banks Rutchasit

ที่อยู่

The Black Forest Café
Bangkok

เวลาทำการ

พุธ 12:00 - 19:00
พฤหัสบดี 12:00 - 19:00
ศุกร์ 12:00 - 19:00
เสาร์ 12:00 - 19:00
อาทิตย์ 12:00 - 19:00

เบอร์โทรศัพท์

+66840117277

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Black Forest DSPผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Black Forest DSP:

แชร์

ประเภท