PR True รับข่าวประชาสัมพันธ์กลุ่มทรูรวดเร็วทันใจได้ที่นี่

TrueOnline Home Next ร่วมจุดประกายเวที Mister Global Thailand 2026 เฟ้นหา ‘True Gentlemen’ ผ่านบทพิสูจน์ Show Your Essen...
07/07/2026

TrueOnline Home Next ร่วมจุดประกายเวที Mister Global Thailand 2026 เฟ้นหา ‘True Gentlemen’ ผ่านบทพิสูจน์ Show Your Essence & Show Your Skill Challenge พร้อมเชื่อมต่อพลังบวกและแรงบันดาลใจ ให้ทุกชีวิตสมาร์ทยิ่งขึ้น

กรุงเทพฯ 7 กรกฎาคม 2569 – เมื่อ Smart Living ก้าวข้ามขอบเขตของเทคโนโลยีภายในบ้าน สู่การเป็นพลังที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพของคนรุ่นใหม่...TrueOnline Home Next ร่วม Empower บนเวที Mister Global Thailand 2026 Presented by TrueOnline Home Next เปิดฉากรอบการแข่งขันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Show Your Essence & Show Your Skill Challenge” เพื่อค้นหาหนุ่มสมาร์ทผู้คว้าสิทธิ์ Fast Track เข้าสู่รอบ 20 คนสุดท้ายในคืนตัดสินวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 พร้อมประกาศ 10 ‘Friends of True’ ที่จะมาทำหน้าที่เป็นครีเอเตอร์และ KOL เจนใหม่ ถ่ายทอดเสน่ห์ของผลิตภัณฑ์และบริการทรูผ่านคอนเทนต์หลากมิติ ทั้งภาษาถิ่น และไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมโยงกับ Gen Z อย่างแท้จริง ตอกย้ำความเชื่อของทรูว่า “บ้านอัจฉริยะ” คือจุดเริ่มต้นของการบ่มเพาะตัวตน ความสามารถ และแรงบันดาลใจ ก่อนส่งต่อศักยภาพสู่เวทีโลก

คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า "ทรูเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ดีที่สุดต้องปลดล็อกศักยภาพ สร้างโอกาส และขับเคลื่อนสังคม การได้ร่วมสนับสนุนเวที Mister Global Thailand 2026 Presented by TrueOnline Home Next ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจในการค้นหา ‘True Gentleman’ สุภาพบุรุษยุคใหม่ที่ไม่ได้โดดเด่นเพียงบุคลิกภาพภายนอก แต่ต้องมีเสน่ห์จากตัวตน มีความสามารถรอบด้าน จุดประกายสร้างแรงบันดาลใจพร้อมเชื่อมโยงผู้คนอย่างแท้จริง เพราะในโลกยุคใหม่ สุภาพบุรุษที่มีคุณค่า คือผู้ที่เข้าใจผู้คน และดึงศักยภาพของตนเองส่งต่อเรื่องราวเชิงบวกให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ผ่านบทพิสูจน์ในรอบ “Show Your Essence & Show Your Skill Challenge” จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าประกวดทั้ง 30 คนได้โชว์ สกิล ความเป็นตัวตนในทุกมิติ นำเสนอมุมมองอย่างสร้างสรรค์ว่าเทคโนโลยี AI ในบ้าน ช่วยดูแลชีวิต และมอบการเชื่อมต่อที่มีความหมาย ผ่านนวัตกรรมหลากหลายของ True AI Hub อาทิ เอมี่ (Ami) ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมบ้านและตอบคำถามทั่วไปที่สั่งงานได้ด้วยเสียงภาษาไทย AI CCTV กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ และกล่อง TrueID TV Gen3 กล่องทีวี AI อัจฉริยะความคมชัดระดับ 4K HDR ตอกย้ำบทบาทของ TrueOnline Home Next ในการนำเทคโนโลยีมาเชื่อมต่อกับชีวิตจริง ยกระดับบ้านให้เป็นพื้นที่ที่สะดวก ปลอดภัย เข้าใจทุกความต้องการ และเป็นจุดเริ่มต้นของการปลดล็อกศักยภาพคนรุ่นใหม่ให้พร้อมก้าวออกไปสร้างแรงบันดาลใจในวงกว้าง”

นอกจากนี้ ทรูยังได้ประกาศรายชื่อ 10 ผู้เข้าประกวดที่ได้รับตำแหน่ง ‘Friends of True’ ได้แก่ MRGT02 ปัน – ณัฐชนน พูลสวัสดิ์, MRGT04 เก่ง – กิตติพิชญ์ ชนะชัยเสถียร, MRGT06 โอม – อัครพิสิษฐ์ อมรวุฒิกุล, MRGT08 คิงซิน – ชินพงศ์ ทิพย์ลม, MRGT12 นนท์ – นนทวัฒน์ สมเนตร, MRGT13 ราชา – ราชัน รุ่งไพรพนา, MRGT16 ต้นไม้ – นพชัย เทโพชิ, MRGT18 หมีพู – ฐิติชดา นวลสอาด, MRGT19 ฌานต์ – อนาวินทร์ กิตติธรอัศวรัฐ และ MRGT21 ฟอร์ม – จีรพัฒน์ อุณหะ โดยทั้ง 10 คนได้รับของรางวัลพิเศษ Smart Living จาก TrueOnline Home Next พร้อมโอกาสร่วมงานกับทรูในฐานะ KOL รุ่นใหม่ เพื่อถ่ายทอดสินค้าและบริการของทรูผ่านคอนเทนต์ที่สะท้อนบุคลิก มุมมอง และเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นคลิปโปรโมตภาษาถิ่น ตลอดจนรูปแบบการสื่อสารอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างสร้างสรรค์

ร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ ค่ำคืนที่ “โอกาส” จะเปลี่ยนชีวิต New Global, New Chance ใคร…จะเป็น Mister Global Thailand 2026 Presented by TrueOnline Home Next รอบ Final Competition ในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.30 น. ณ MCC HALL ชั้น 4 The Mall Lifestore งามวงศ์วาน


#เน็ตบ้านทรู

แทนคำขอบคุณจากใจ...ทรู ดีเบนเจอร์ คลับ ชวนผู้ถือหุ้นกู้กลุ่ม Elite และ Privilege ร่วมสัมผัสประสบการณ์คอนเสิร์ต กับรายการ...
07/07/2026

แทนคำขอบคุณจากใจ...ทรู ดีเบนเจอร์ คลับ ชวนผู้ถือหุ้นกู้กลุ่ม Elite และ Privilege

ร่วมสัมผัสประสบการณ์คอนเสิร์ต กับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของไทย “True Academy Fantasia 2026”

วันจัดคอนเสิร์ต : 18 กรกฎาคม 2569
เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป
สถานที่ : Cloud 11 Hall เขตพระโขนง
กรุงเทพฯ
ลงทะเบียนรับบัตร : 7-8 กรกฎาคม 2569
(จำนวนจำกัด)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ :
https://investor.true.th/th/debenture/truedebentureclub

จับกระแส Pink Economy โอกาสเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 4.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทรู เปิดพลัง Data Intelligence หนุนไทยสู่ LGBTQIA...
07/07/2026

จับกระแส Pink Economy โอกาสเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 4.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทรู เปิดพลัง Data Intelligence หนุนไทยสู่ LGBTQIA+ Destination ระดับโลก

กรุงเทพฯ 7 กรกฎาคม 2569 – ท่ามกลางการแข่งขันของนานาประเทศในการดึงดูดนักท่องเที่ยว นักลงทุน และบุคลากรคุณภาพจากทั่วโลก “Pink Economy” กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกเศรษฐกิจใหม่ที่ทั่วโลกจับตา ด้วยมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 4.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030 ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศกว่า 24,000 ล้านบาท คำถามสำคัญในวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องของโอกาสว่าจะมีอยู่จริงหรือไม่ แต่อยู่ที่ประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนศักยภาพดังกล่าวให้กลายเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้มากเพียงใด

ภายในงาน PRIDE MOVE: Thailand Pride Economy Forum 2026 จัดโดย บริษัท ไพรด์ เรดี้ เอเชีย จำกัด ร่วมกับพันธมิตร ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมบรรยายหัวข้อ "Pride Never Ends: The Endless Move of Diversity" สะท้อนศักยภาพของทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้นำบริษัทโทรคมนาคม–เทคโนโลยีของไทย ผสานพลัง Mobility Data Platform ของทรูบิสิเนส และ ความสามารถด้าน GeoAnalytics ของ EGG Digital ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติระดับภาพรวม โดยที่ไม่ระบุตัวบุคคล ภายใต้กรอบกฎหมายและความโปร่งใสสูงสุด (PDPA) เพื่อช่วยให้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เห็นภาพความพร้อมของเมือง รูปแบบการเดินทาง และ โอกาสทางตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับกลุ่มธุรกิจที่มีความหลากหลาย และตอบโจทย์สำหรับผู้บริโภคที่มีความลื่นไหลทางรสนิยมมากขึ้น

ดร.ธีรเดช กล่าวว่า ความท้าทายของประเทศไทยในวันนี้ไม่ใช่เพียงการเป็นประเทศที่เปิดกว้างและเป็นมิตรต่อความหลากหลาย แต่คือการเปลี่ยนความหลากหลายนั้นให้กลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจ ผ่านการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIA+ อย่างลึกซึ้ง ทำให้ทั้งภาครัฐ และภาคธุรกิจ สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึก ตลอดจนเสริมสร้างความพร้อมของประเทศในทุกมิติ ทั้งการท่องเที่ยว การบริการ การเดินทาง การใช้ชีวิต และการลงทุน ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อน Pride Economy และผลักดันประเทศไทยให้ก้าวจาก “LGBTQIA+ Friendly” สู่ “LGBTQIA+ Destination” ได้อย่างแท้จริง

คว้าโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ ด้วย Mobility Data และ GeoAnalytics
ดร.ธีรเดช ระบุว่า หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนดังกล่าว คือ การทำความเข้าใจผู้คนผ่านข้อมูลจริง ไม่ใช่การคาดเดาจากข้อมูลประชากรศาสตร์แบบเดิมเพียงอย่างเดียว การขาดข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมจริงของผู้บริโภคกลุ่มนี้ ทำให้โอกาสทางธุรกิจจำนวนมากยังคงถูกมองข้าม ทั้งที่กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมใช้จ่ายกับประสบการณ์ สินค้า และบริการคุณภาพ ทรูจึงนำศักยภาพของ Mobility Data และ GeoAnalytics มาพัฒนาเป็นเครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางและการใช้ชีวิตในระดับภาพรวม โดยไม่สามารถระบุตัวตนของบุคคลได้ ภายใต้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทำให้สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของผู้คนในเชิงพื้นที่ ตั้งแต่การเดินทาง การเข้าร่วมกิจกรรม ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจรูปแบบการใช้ชีวิต การเดินทาง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

เปิด Insight หลากมิติ จากกรณีศึกษาจริง
หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจ คือ การวิเคราะห์ข้อมูลจากงาน Circuit Festival Asia 2025 โดยพบว่า 61% ของผู้เข้าร่วมงานเป็นคนไทยในพื้นที่ ขณะที่ 26% เป็นผู้เดินทางข้ามพื้นที่ และอีก 13% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ส่วนใหญ่มาจากฮ่องกง จีน สิงคโปร์ และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ ชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมดังกล่าวสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้มากกว่าบริเวณพื้นที่จัดงาน ทั้งการเดินทาง โรงแรม การบริโภค และการใช้จ่ายในห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีนัยยะสำคัญ สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางกิจกรรมระดับภูมิภาค และโอกาสการเติบโตในระดับนานาชาติ ที่อาจต่อยอดไปสู่การดึงดูดนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลียและยุโรปได้ในอนาคต หากมีการพัฒนาบริการและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์มากขึ้น

เจาะลึก Pink Economy ขับเคลื่อนศักยภาพตลาดกำลังซื้อสูง
นอกจากนี้ ข้อมูลเชิงลึกจาก Mobility Data Platform ของทรูบิสิเนส และ GeoAnalytics ของ EGG Digital ยังพบว่า Pink Economy ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มผู้บริโภคที่ส่วนใหญ่อยู่ใน Gen Y และ Gen X ช่วงอายุ 30-50 ปี เป็นวัยทำงานที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง มีรายได้มั่นคง มีรูปแบบการใช้ชีวิตในเมืองอย่างชัดเจน และพร้อมใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์ที่มีคุณค่า ขณะเดียวกัน นี้ เกือบ 99% ของผู้บริโภคกลุ่ม ใส่ใจสุขภาพ ให้ความสำคัญกับ Health & Wellness สะท้อนเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้มองหาความบันเทิงหรือกิจกรรมทางสังคมเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและสมดุล ทั้งด้านอาหาร สุขภาพ การท่องเที่ยว การพักผ่อน และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความเป็นตัวตน อีกทั้งยังมีการใช้สื่อโซเชียลที่หลากหลายและการเลือกใช้สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม ซึ่งสะท้อนกำลังซื้อและศักยภาพของตลาดในระดับสูง นั่นหมายความว่า Pink Economy ไม่ได้เป็นเพียงตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นกลุ่มผู้บริโภคคุณภาพที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การท่องเที่ยว โรงแรม ค้าปลีก ร้านอาหาร ไปจนถึงธุรกิจบริการระดับพรีเมียม

ดร.ธีรเดช ย้ำว่า PINK Economy เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะเปลี่ยนความหลากหลาย ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ โดยเชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยี และความเข้าใจเชิงลึก ทำให้ทุกภาคส่วนสามารถวางแผนและสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจได้แม่นยำยิ่งขึ้น อาทิ โรงแรมสามารถคาดการณ์อุปสงค์และพัฒนาแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ท่องเที่ยว กลุ่มธุรกิจค้าปลีกและร้านอาหารสามารถเลือกทำเลและสร้างประสบการณ์ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ขณะที่เมืองและหน่วยงานภาครัฐสามารถวางแผนด้านระบบขนส่ง ความปลอดภัย และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับกิจกรรมระดับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ทรูพร้อมทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงข้อมูล ผู้คน และระบบนิเวศทางเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของ Inclusive Economy ผ่านความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาสังคม โดยเชื่อว่าการผสานพลังของข้อมูล เทคโนโลยี และความเข้าใจในความหลากหลาย จะเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทาง LGBTQIA+ ระดับโลก พร้อมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับประเทศในระยะยาว” ดร.ธีรเดช กล่าวสรุป

ทรู คิกออฟ “AI Master for Media by True” คอร์สพิเศษเพื่อสื่อยุค AI ปลดล็อกพลัง AI อัปสกิลสื่อสาร ทำงานเร็วขึ้น คิดลึกขึ้...
04/07/2026

ทรู คิกออฟ “AI Master for Media by True” คอร์สพิเศษเพื่อสื่อยุค AI ปลดล็อกพลัง AI อัปสกิลสื่อสาร ทำงานเร็วขึ้น คิดลึกขึ้น และสร้างสรรค์อย่างรับผิดชอบ

กรุงเทพฯ 4 กรกฎาคม 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับทรู ดิจิทัล อคาเดมี เดินหน้าสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้และยกระดับทักษะคนไทยให้พร้อมสำหรับโลกยุค AI เปิดการอบรมหลักสูตรพิเศษ “AI Mastery for Media by True” ที่ออกแบบขึ้นสำหรับสื่อมวลชนโดยเฉพาะ ภายใต้แนวคิด “ทำงานเร็วขึ้น คิดได้ลึกขึ้น สร้างสรรค์มากขึ้น ด้วย AI ที่เหมาะกับการนำเสนอข่าว” โดยมีสื่อมวลชนจากองค์กรวิชาชีพ อาทิ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ สำนักข่าวอิศรา สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITPC) สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ และสำนักข่าวชั้นนำของไทยเข้าร่วมจำนวน 30 คน ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค (ฝั่งเวสต์)

โดยมีผู้บริหารทรู คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมด้วย คุณพิมลพรรณ ศิริวงศ์วานงาม หัวหน้าสายงานสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และ คุณชัดชนัญญ์ คงเดชะกุล หัวหน้าฝ่ายธุรกิจและการเติบโตแบบบูรณาการ ทรู ดิจิทัล อคาเดมี ร่วมต้อนรับสื่อมวลชนและเปิดเส้นทางการเรียนรู้ครั้งสำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมให้สื่อไทยสามารถนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพ ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำ ตั้งแต่การค้นหาและจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ประเด็นอย่างรอบด้าน ไปจนถึงการสร้างสรรค์งานข่าวที่ทันต่อเหตุการณ์ ควบคู่กับความถูกต้อง ตรวจสอบข้อเท็จจริง ใช้ข้อมูลอย่างรับผิดชอบ และมีจริยธรรมทางวิชาชีพ

เจาะลึก “AI Master for Media by True” ตอบโจทย์สื่อมวลชลยุค AI

สื่อมวลชน จะได้ร่วมเปิดประตูสู่อนาคตและร่วมเส้นทาง AI Transformation ไปด้วยกัน กับหลักสูตรสุดเข้มข้นตลอด 4 สัปดาห์ ของเดือนกรกฎาคม 2569 ได้แก่

• สัปดาห์ที่ 1 “What is AI?” - ปูพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับ Generative AI ทำงานอย่างไร รู้จักเครื่องมือ AI ที่ช่วยงานสื่อและงานข่าว แยกงานที่เหมาะสมกับ AI และงานที่ยังต้องใช้การตัดสินใจของมนุษย์

• สัปดาห์ที่ 2 “AI at Work” – เขียน Prompt ให้ AI ตอบโจทย์การทำงานได้มากขึ้น ใช้ Claude ช่วยงานข่าวและงานคอนเทนต์จริง ประเมินคุณภาพและความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์จาก AI

• สัปดาห์ที่ 3 “Put AI to Work” ใช้ NotebookLM สรุปข้อมูลและสร้าง briefing ได้เร็วขึ้น สร้าง Workflow การทำงานร่วมกับ AI สำหรับงานของตัวเอง และทดลองใช้ AI กับงานจริงในชีวิตประจำวัน

• สัปดาห์ที่ 4 “Work Smart” เข้าใจหลักการทำงานของ AI Workflow และ Automation สร้าง Workflow ให้ AI ช่วยทำงานซ้ำๆ ได้อัตโนมัติ ตลอดจนออกแบบระบบการทำงาน AI สำหรับงานของตัวเอง

การเปิดหลักสูตร “AI Master for Media by True” ให้แก่สื่อมวลชน ครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของทรู คอร์ปอเรชั่น ในการนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาทักษะดิจิทัลมาสร้างคุณค่าให้แก่สังคม สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ “Big Moves 2026” ที่กำหนดให้ AI เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น AI-First Organization ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ AI for All เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์จาก AI, AI as a Growth Engine เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจ และ AI-Powered Operations เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ภายใต้หลัก Responsible AI ที่ให้ความสำคัญกับจริยธรรม ความโปร่งใส และความปลอดภัยของข้อมูล

ทรงพระเจริญสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี  เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ควรมิควรแล้...
04/07/2026

ทรงพระเจริญ
สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหารและพนักงาน บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และบริษัทในเครือ

ทริปไหนก็คุ้มค่า! ทรู ยกระดับอิสระแห่งการเดินทางด้วย 'eSIM GO Travel MyPlan' ออกแบบแพ็กเกจได้เอง เริ่มต้นเพียง 11 บาท/วั...
03/07/2026

ทริปไหนก็คุ้มค่า! ทรู ยกระดับอิสระแห่งการเดินทางด้วย 'eSIM GO Travel MyPlan' ออกแบบแพ็กเกจได้เอง เริ่มต้นเพียง 11 บาท/วัน พร้อมฟรีประกันการเดินทาง

กรุงเทพฯ 3 กรกฎาคม 2569 – นักเดินทางยุคดิจิทัล เชื่อมต่อโลกออนไลน์ เร็ว แรง คุ้มทั่วโลก! ทรู ชวนสายเที่ยวออกไปเปิดโลกได้อย่างไร้ขีดจำกัดกับ eSIM GO Travel MyPlan บริการ eSIM โรมมิ่งที่ "วางแผนได้ในแบบของคุณ" ด้วยการเลือกประเทศที่เดินทาง ปริมาณดาต้าที่ต้องการ และจำนวนวันใช้งานได้เองอย่างอิสระ ในราคาเริ่มต้นเพียง 11 บาทต่อวัน พร้อมรับฟรี! ประกันเดินทาง รองรับการใช้งานในเอเชียและออสเตรเลียกว่า 37 ประเทศ และครอบคลุมการเชื่อมต่อทั่วโลกกว่า 135 ประเทศ โดยลูกค้าสามารถเปิดใช้งาน eSIM GO Travel MyPlan ได้ง่ายๆ กับสมาร์ตโฟนหรืออุปกรณ์ที่รองรับ เพียงซื้อผ่านช่องทางออนไลน์และติดตั้ง eSIM ก็สามารถใช้งาน eSIM GO Travel MyPlan ร่วมกับซิมหลักได้ทุกเครือข่ายโดยไม่ต้องเปลี่ยนซิมการ์ดให้ยุ่งยาก เพลิดเพลินกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเต็มสปีดผ่านเครือข่าย 5G จากพันธมิตรผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกกว่า 900 ราย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านบริการโรมมิ่งตัวจริง และยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในใจนักเดินทางชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับลูกค้าที่มีแผนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ สามารถหาซื้อ eSIM GO Travel MyPlan
ได้ที่เว็บไซต์ https://ss.true.th/s/GOTravelMyPlan-eSIM

• คุ้มค่า! ราคาเข้าถึงง่าย พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย
• ตรงใจ! เลือกประเทศ ปริมาณดาต้า และระยะเวลาการใช้งานได้ตามต้องการ
• สะดวก! ซื้อออนไลน์ ติดตั้งง่าย พร้อมใช้งานได้ทันที ไม่ต้องเปลี่ยนซิม
• มั่นใจ! ใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างต่อเนื่อง รองรับทุกแอปสำคัญ
• สบายใจ! ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ ไม่มีบิลช็อก พร้อมบริการคอลเซ็นเตอร์โรมมิ่งฟรี 24 ชั่วโมง

เพิ่มความคุ้มค่าให้ทุกการเดินทางด้วยสิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้ GO ได้มากกว่า และคุ้มได้มากกว่า…ไปกับประสบการณ์ที่เหนือกว่าการโรมมิ่ง (Beyond Roaming) จากทรู และพาร์ทเนอร์ชั้นนำแบบจัดเต็ม
• ฟรี! ประกันการเดินทาง ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม จาก FWD Life Insurance และ Allianz Ayudhya
o คุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง
o ครอบคลุมกระเป๋าเดินทาง/ทรัพย์สินส่วนตัวหาย หรือเสียหาย
o ครอบคลุมการล่าช้าของกระเป๋าเดินทาง

• ฟรี! สิทธิพิเศษที่สนามบิน
o AirAsia บริการ Red Carpet ช่องเช็กอินสุดพิเศษและบริการสุด VIP
o เมนูอิ่มอร่อย กับร้านค้าชั้นนำในสนามบิน

• สิทธิพิเศษจากพาร์ทเนอร์ชั้นนำ
o ส่วนลด 40% ค่าเดินทาง ไป-กลับสนามบิน จาก Grab
o คูปองส่วนลดจากร้านค้าชั้นนำในต่างประเทศ
o และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

รายละเอียดเพิ่มเติม www.true.th/ir
* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

้มากกว่า #ค่ายไหนก็ใช้ได้
#ซิมโรมมิ่ง #ซิมท่องเที่ยวต่างประเทศ #ซิมเน็ตต่างประเทศ #เน็ตไม่รั่วไม่มีบิลช็อก ือข่ายต่างประเทศอันดับ1
#ทรู5G

เข้าใจคนให้ลึกกว่า Data...โจทย์ใหม่ของธุรกิจยุค AI ทรู เปิดเวที “Human Insights in the AI Era” รวมอินไซต์โลก–ไทย ถอดรหัส...
02/07/2026

เข้าใจคนให้ลึกกว่า Data...โจทย์ใหม่ของธุรกิจยุค AI ทรู เปิดเวที “Human Insights in the AI Era” รวมอินไซต์โลก–ไทย ถอดรหัสผู้บริโภคดิจิทัลยุคใหม่

กรุงเทพฯ 2 กรกฎาคม 2569 – โจทย์ใหญ่ขององค์กรในยุค AI วันนี้ ไม่ใช่แค่มีเทคโนโลยีหรือมีข้อมูลมากแค่ไหน แต่คือจะเปลี่ยน Data มหาศาลให้กลายเป็นคุณค่าที่จับต้องได้อย่างไร...ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงเปิดเวที “Human Insights in the AI Era” ชวนภาคธุรกิจใช้พลัง AI และ Data เพื่อเข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง ผ่านมุมมองจากนักการตลาด นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล และผู้บริหารองค์กรชั้นนำ ที่ร่วมแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อบทบาทของ AI, Data และ Human Insights ที่เชื่อมโยงมนุษย์ ข้อมูล และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “จาก Big Data สู่อินไซต์ ที่เข้าถึงหัวใจคนยุค AI” เพื่อยกระดับการเข้าใจผู้บริโภคดิจิทัลให้แม่นยำ และมีความหมายยิ่งขึ้น

คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งได้แชร์มุมมอง ในหัวข้อ “Deciphering the New Digital Consumer หรือ “ถอดรหัสผู้บริโภคดิจิทัลยุคใหม่” กล่าวว่า “งาน Human Insights in the AI Era ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองเชิงลึกสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ นักการตลาด และผู้ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ AI กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล การแข่งขันทางธุรกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภคทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ท่ามกลางบริบทของสื่อ ช่องทางการสื่อสาร และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำการตลาดในยุคปัจจุบันจึงไม่สามารถอาศัยเพียงการมีข้อมูลจำนวนมาก หรือการใช้ AI เป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกับความเข้าใจในมิติมนุษย์ ทั้งด้านสังคม พฤติกรรมศาสตร์ และบริบททางวัฒนธรรม เพื่อยกระดับจากข้อมูลไปสู่อินไซต์ที่ใช้ได้จริงในการตัดสินใจ การวางกลยุทธ์ และการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

ในยุค AI การมี Data ไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะมีอินไซต์โดยอัตโนมัติ เพราะข้อมูลเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความเข้าใจ สิ่งที่สำคัญกว่าคือความสามารถในการตีความ กลั่นกรอง เพื่อมองเห็นแรงจูงใจ ความต้องการ และบริบทของผู้บริโภคอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ผู้บริโภคมีความหลากหลาย ซับซ้อน และไม่สามารถอธิบายได้ด้วยปัจจัยด้านประชากรศาสตร์เพียงมิติเดียว คนรุ่นใหม่เข้าถึงข้อมูลเร็วขึ้นและเติบโตทางความคิดมากขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคกลุ่มผู้ใหญ่ก็มีไลฟ์สไตล์ ความคาดหวัง และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเช่นกัน ดังนั้น องค์กรและแบรนด์จึงจำเป็นต้องรับฟังอย่างลึกซึ้ง วิเคราะห์อย่างรอบด้าน และเชื่อมโยง Data เข้ากับความเข้าใจผู้คน เพื่อก้าวข้ามการมีข้อมูลจำนวนมากแต่ยังไม่สามารถนำไปสู่คำตอบที่ชัดเจน ไปสู่การสร้างแบรนด์ ประสบการณ์ และความสัมพันธ์กับลูกค้าที่มีคุณค่า แข็งแรง และยั่งยืนในระยะยาว”

รวมทุกอินไซต์จากกูรูชั้นนำ แลกเปลี่ยนมุมมองครบทุกมิติ บนเวที “Human Insights in the AI Era”

ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เชิญนักการตลาด นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล และผู้บริหารองค์กร มาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้จากหลากหลายสถาบันชั้นนำ อาทิ
• NIQ
คุณมณีณัฐฐา จิระเสวีจินดา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์และข้อมูลเชิงลึก และ คุณวสุพจน์ กิตติทรัพย์กุล ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์และข้อมูลเชิงลึก ได้ร่วมฉายภาพพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกในยุคที่เทคโนโลยีกลายเป็นศูนย์กลางของชีวิตประจำวัน ในหัวข้อ “Living with Technology: Global” ให้เห็นว่า “ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทต่อการทำงาน การสื่อสาร และการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภค แบรนด์จำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ กับการสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และความโปร่งใส เพราะ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือที่อยู่ในชีวิตประจำวันและธุรกิจมากขึ้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการใช้ AI ให้รวดเร็วหรือแม่นยำขึ้น แต่ต้องเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ทั้งด้านความปลอดภัยของข้อมูล ความน่าเชื่อถือ คุณภาพบริการ และประสบการณ์ที่ได้รับจากแบรนด์ ท้ายที่สุด การใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบ คือหัวใจสำคัญในการสร้างความไว้วางใจ และช่วยให้แบรนด์เติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุค AI”

• บริษัท โฮมรัน คอนซัลติ้ง
คุณชนิยา นาคะลักษณ์ ประธานที่ปรึกษา ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ “The Consumer Uncoded: การเอาตัวรอด VS การปลดปล่อยความเป็นตัวเองออกมาให้โลกเห็น เราจะเดินไปทางไหนในยุคที่มีแต่ความไม่แน่นอน” กล่าวว่า “สิ่งที่น่าสนใจของผู้บริโภคยุคใหม่เห็นได้ใน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.ให้ความสำคัญกับความเป็นตัวเอง ความจริง และการแสดงตัวตนอย่างจริงใจมากขึ้น 2. นิยามคุณค่าและความสำเร็จจากสิ่งที่ตนเองเลือกมากขึ้น 3. มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปตามบริบท อารมณ์ และสถานการณ์ ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยอายุหรือประชากรศาสตร์เพียงอย่างเดียว 4) ต้องการใช้ชีวิตทันทีมากขึ้น ให้ความสำคัญกับอิสระและออกแบบชีวิตในแบบของตัวเอง และ 5) ต้องการโอกาสในการพัฒนา เติบโต และเลือกเส้นทางชีวิตที่หลากหลาย ดังนั้น บทบาทของธุรกิจในวันนี้ คือการเข้าใจมนุษย์ให้ลึกขึ้น และเป็น Support System ที่ช่วยให้เขาใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น โดยใช้ AI และ Data เป็นเครื่องมือในการฟัง วิเคราะห์ สื่อสาร และสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้คนได้อย่างแม่นยำและจริงใจ”

• สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย - MAT
ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ “Marketing 7.0 to Tech & AI: การตลาด 7.0 สู่เทคโนโลยีและ AI” ครอบคลุมเรื่องวิวัฒนาการของการตลาดยุคใหม่ที่ก้าวจากการทำความเข้าใจผู้บริโภคเชิงพฤติกรรม ไปสู่การใช้เทคโนโลยี ข้อมูล และ AI เพื่อคาดการณ์ความต้องการ ออกแบบคุณค่า และบริหารประสบการณ์ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญที่ AI ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็นเสมือนสมาชิกในทีมการตลาดที่ช่วยยกระดับความคิดสร้างสรรค์ การวิเคราะห์ และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ตลอดจนตอกย้ำบทบาทของ AI ในฐานะกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงอินไซต์ นวัตกรรม และการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่า AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างของ customer touchpoints อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อ IoT และ Smart Home ทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้ AI ช่วยค้นหา แนะนำ และตัดสินใจซื้อสินค้าได้จากที่บ้าน ส่งผลให้การตลาดแบบเดิมต้องปรับตัว ตั้งแต่กลยุทธ์การสื่อสาร การออกแบบประสบการณ์ลูกค้า ไปจนถึงการทำ SEO ที่ต้องเปลี่ยนจากการทำให้ผู้บริโภคค้นพบแบรนด์ ไปสู่การทำให้ข้อมูล สินค้า และคุณค่าของแบรนด์ถูกเข้าใจและแนะนำได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่าน AI

• ทรูบิสิเนส
ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “The Dynamic Loop of Intelligence” โดยนำเสนอแนวคิดและ use case จริงของทรูบิสิเนสในการผสานศักยภาพของมนุษย์ ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อยกระดับการสร้างสรรค์โซลูชันทางธุรกิจในยุคใหม่ สะท้อนบทบาทของ AI และ Data ในฐานะกลไกสำคัญที่ช่วยขยายขีดความสามารถด้านการวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการสร้างนวัตกรรม ขณะที่มนุษย์ยังคงเป็นศูนย์กลางในการกำหนดทิศทาง คุณค่า และความหมายของการเติบโต

The Dynamic Loop of Intelligence คือ ระบบนิเวศแห่งอนาคตที่ผสานพลัง Human, Data และ AI เพื่อปลดล็อกโอกาสทางธุรกิจยุคใหม่ พร้อมเปิดตัว Next-Gen Intelligence Suite โซลูชันอัจฉริยะแบบครบวงจร ได้แก่ LOOP+ เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากการผสานข้อมูล Telco และ Retail, Influmatch.AI แพลตฟอร์มอินฟลูเอนเซอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยดาต้าและวัดผลได้ถึงยอดขายจริง, รวมถึง Media Fusion และ Creative Fusion ที่ใช้ AI อัจฉริยะผลิตและปรับเปลี่ยนชิ้นงานโฆษณาให้ตรงใจผู้บริโภคแบบเรียลไทม์ โดยพิสูจน์ความสำเร็จแล้วจากเคสจริงที่สามารถเพิ่มอัตราการคลิก (CTR) ได้สูงถึง 41% และลดต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ลงถึง 27% ตอกย้ำความเป็นผู้นำของทรูในการขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างแม่นยำและปลอดภัยในยุคดิจิทัล

ทั้งนี้ งานสัมมนา “Human Insights in the AI Era” ได้จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 6 ทรู ดิจิทัล พาร์ค (อีสต์) ที่ไม่ใช่เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน AI, Data และการตลาด แต่ยังชวนองค์กรกลับมาตั้งคำถามสำคัญว่า จะใช้เทคโนโลยีเพื่อเข้าใจผู้บริโภคให้ลึกขึ้น ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น และสร้างคุณค่าที่มีความหมายต่อการเติบโตของธุรกิจไทยในเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างไร

ทรู มอบความพิเศษเหนือระดับแก่ลูกค้าและพาร์ทเนอร์คนสำคัญสัมผัสประสบการณ์ World-Class Gastronomy ในค่ำคืน“TRUE PRESENTS DI...
02/07/2026

ทรู มอบความพิเศษเหนือระดับแก่ลูกค้าและพาร์ทเนอร์คนสำคัญ
สัมผัสประสบการณ์ World-Class Gastronomy ในค่ำคืน
“TRUE PRESENTS DINNER INCREDIBLE THAILAND 2026: THE BLACK BOX EDITION”
ชูศักยภาพวัตถุดิบไทยสู่เวที Fine Dining โลก โดย 12 เชฟมิชลิน รวม 21 ดาว

กรุงเทพฯ 2 กรกฎาคม 2569 – ค่ำคืนที่ศิลปะแห่งรสชาติ อัตลักษณ์ไทย และประสบการณ์เหนือระดับโลกหลอมรวมเป็นโมเมนต์ที่ประทับใจไม่รู้ลืม ...บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ผสานพลัง บริษัท เดอะ ดิโพลแมท เน็ตเวิร์ค จำกัด ร่วมเติมเต็ม “TRUE PRESENTS DINNER INCREDIBLE THAILAND 2026 THE BLACK BOX EDITION” ให้เกิดขึ้นอย่างงดงามใจกลางกรุงเทพฯ นำ 12 เชฟระดับโลก เจ้าของรางวัลรวม 21 มิชลินสตาร์ มาร่วมตีความวัตถุดิบไทยผ่านมุมมองของ Fine Dining ระดับเวิลด์คลาส สะท้อนเสน่ห์ของประเทศไทยผ่านอาหาร วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเรื่องราวของผู้คนอย่างมีชั้นเชิง

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของทรูในการก้าวข้ามจาก Connectivity สู่ Meaningful Connection ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับไลฟ์สไตล์ แรงบันดาลใจ และโมเมนต์สำคัญของชีวิต ผ่านประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าทรู ดีแทคคนสำคัญ ผู้ไว้วางใจและเติบโตเคียงข้างแบรนด์มาอย่างยาวนาน พร้อมร่วมสนับสนุนพลังซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ผลักดันวัตถุดิบไทยสู่การสร้างสรรค์ Fine Dining ระดับโลก และส่งต่อศักยภาพของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านอาหารและการท่องเที่ยวที่น่าหลงใหลของนักเดินทางทั่วโลก ณ Gaysorn Village ใจกลางกรุงเทพมหานคร

คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์ และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่นในฐานะ Kitchen of the World ด้วยเสน่ห์ของวัตถุดิบไทย รสชาติ ภูมิปัญญา และแหล่งท่องเที่ยวที่เปี่ยมด้วยเรื่องราว สำหรับทรู การสร้างแบรนด์ยุคใหม่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงเทคโนโลยี เครือข่าย หรือบริการคุณภาพ แต่คือการออกแบบประสบการณ์ที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับชีวิตผู้คนอย่างแท้จริง เราเชื่อว่าแบรนด์ที่แข็งแรงต้องเข้าใจลูกค้า เห็นคุณค่าของทุกความสัมพันธ์ และสามารถเข้าไปอยู่ในโมเมนต์สำคัญของชีวิต TRUE PRESENTS DINNER INCREDIBLE THAILAND 2026 THE BLACK BOX EDITION จึงสะท้อนวิสัยทัศน์ของทรูในการนำ World-Class Experience ให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย ผ่านการรวมตัวของ 12 เชฟมิชลินระดับโลก เจ้าของรางวัลรวม 21 มิชลินสตาร์ ที่มาร่วมยกระดับวัตถุดิบไทยสู่ Fine Dining บนเวทีโลก นี่ไม่ใช่เพียงค่ำคืนแห่งอาหาร แต่คือ Meaningful Connection ที่เชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก พร้อมส่งต่อเรื่องราวของอาหารไทย วัตถุดิบไทย และจุดหมายปลายทางที่งดงามของประเทศไทยให้เข้าถึงผู้คนในมิติใหม่ โดยต่อยอดผ่านแคมเปญ ‘สัญญาณจานอร่อย’ ที่ใช้พลังของ True 5G เชื่อมโยงอาหาร การเดินทาง ไลฟ์สไตล์ และแรงบันดาลใจเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย”

คุณชารัด เมห์โรทรา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “สำหรับทรู การยกระดับประสบการณ์ลูกค้าคือหนึ่งใน Big Move สำคัญที่เราตั้งใจขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เพราะความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ไม่ได้เกิดจากบริการที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้าใจ ความใส่ใจ และการส่งมอบคุณค่าในทุกช่วงเวลาที่ลูกค้าอยู่กับเรา ความไว้วางใจและความผูกพันที่ลูกค้าทรู ดีแทคมอบให้ตลอดมา คือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เราพัฒนาทั้งเครือข่าย บริการ สิทธิพิเศษ และประสบการณ์ต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น การร่วมมอบประสบการณ์ในงาน TRUE PRESENTS DINNER INCREDIBLE THAILAND 2026 THE BLACK BOX EDITION ครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์พิเศษที่สะท้อนความตั้งใจของทรูในการดูแลลูกค้าคนสำคัญอย่างมีความหมาย ผ่านประสบการณ์ที่น่าจดจำ และทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงคุณค่าของทุกช่วงเวลาที่อยู่กับทรู เรามุ่งมั่นพัฒนา Customer Experience ให้เป็นมากกว่าการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่เป็นความรู้สึกของความไว้วางใจ ความผูกพัน และความมั่นใจในระยะยาว เพราะสำหรับทรู การดูแลลูกค้าไม่ใช่เพียงการมอบสิทธิประโยชน์ แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่าและยั่งยืนกับลูกค้าทุกคน”

ไฮไลต์สำคัญของ “TRUE PRESENTS DINNER INCREDIBLE THAILAND 2026 THE BLACK BOX EDITION” อยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ Black Box ที่มอบโจทย์พิเศษให้ 12 เชฟระดับโลก เจ้าของรางวัลรวม 21 มิชลินสตาร์ ได้ค้นพบวัตถุดิบไทยชั้นเลิศที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันภายในกล่องปริศนา ก่อนนำมาตีความผ่านมุมมอง ประสบการณ์ รังสรรค์เป็น 12 เมนู Fine Dining อาทิ true MASTERPIECE, THE TERROIR, THE UMAMI HARMONY, THE RIVER TREASURE, true TASTE OF THAILAND และTHE SWEET DREAM ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของวัตถุดิบไทยสู่ประสบการณ์ Gastronomy ระดับเวิลด์คลาสได้อย่างงดงามและน่าจดจำ


เครือซีพีต่อยอด CP Innovation Exposition 2026 เปิดเวที Healthylicious ครั้งแรก! ชวนนักวิจัย สตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการทั่...
02/07/2026

เครือซีพีต่อยอด CP Innovation Exposition 2026 เปิดเวที Healthylicious ครั้งแรก! ชวนนักวิจัย สตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการทั่วประเทศ เฟ้นหาธุรกิจอาหารแห่งอนาคต สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

• จาก Future Food สู่ Future Business

• เปิดพื้นที่ให้ผลิตภัณฑ์ Food • Drink • Snack ต่อยอดสู่โอกาสร่วมลงทุน พัฒนาธุรกิจ และขยายตลาดผ่านเครือข่ายของเครือซีพีในกว่า 17 ประเทศ

กรุงเทพฯ 2 กรกฎาคม 2569 – ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณค่าทางโภชนาการ ความอร่อย และความยั่งยืนมากขึ้น อุตสาหกรรมอาหารกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันเพียงรสชาติหรือราคา แต่รวมถึงความสามารถในการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์อนาคต และสามารถเติบโตได้จริงในเชิงธุรกิจ เครือเจริญโภคภัณฑ์ จึงเปิดตัว “Healthylicious: Food • Drink • Snack Pitching Program” หนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายใต้ “มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน เครือเจริญโภคภัณฑ์ 2026” หรือ CP Innovation Exposition 2026 เวทีแห่งการค้นหา บ่มเพาะ และต่อยอดนวัตกรรมจากทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือทางธุรกิจ สู่การสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ให้กับเครือซีพีและสังคมในวงกว้าง ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 - 22 ตุลาคม 2569

โครงการดังกล่าวมุ่งค้นหาผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยว เปิดประตูสู่โอกาสร่วมลงทุน และต่อยอดธุรกิจให้เกิดขึ้นจริงกับเครือซีพี ภายใต้แนวคิด Innovative • Healthy • Delicious ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เครือเจริญโภคภัณฑ์เปิดเวทีการแข่งขันด้านนวัตกรรมอาหารสำหรับบุคคลภายนอกอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัย สตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการ SMEs และคนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์สู่ภาคธุรกิจจริง พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และเทคโนโลยี เข้ากับศักยภาพด้านการผลิต การตลาด และเครือข่ายธุรกิจระดับโลกของเครือซีพี เพื่อร่วมกันสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

เมื่อสุขภาพ ความอร่อย และนวัตกรรม กลายเป็นโจทย์ใหม่ของอุตสาหกรรมอาหาร

ในวันที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณค่าทางโภชนาการ ความยั่งยืน และไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป นวัตกรรม Food • Drink • Snack จึงต้องตอบโจทย์มากกว่ารสชาติ แต่ต้องมีศักยภาพในการเติบโตเป็นธุรกิจจริง โครงการ Healthylicious จึงถูกออกแบบให้เป็นเวที Pitching เชื่อมโยง “ผลิตภัณฑ์ที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ” และ “โอกาสทางธุรกิจ” เพื่อเปิดทางให้นักวิจัย สตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการ ได้ทำงานร่วมกันในฐานะพันธมิตร ต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่การพัฒนา ทดลองตลาด และเติบโตร่วมกับเครือข่ายธุรกิจของเครือซีพี

เปิดประตูสู่ Ecosystem ของเครือซีพี

โครงการเปิดรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Food • Drink • Snack ทุกรูปแบบ จากผู้สมัครหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น Food Startup ที่มีผลิตภัณฑ์พร้อมต่อยอด นักวิจัยหรือสถาบันการศึกษาที่มีเทคโนโลยีอาหารหรือทรัพย์สินทางปัญญาที่ต้องการพันธมิตรเชิงพาณิชย์ รวมถึงแบรนด์ SME ด้านสุขภาพและ wellness food ที่มีฐานผู้บริโภค และต้องการขยายการเติบโตในระดับที่ใหญ่ขึ้น

ผู้สมัครสามารถนำเสนอรูปแบบความร่วมมือได้หลากหลาย ทั้งการร่วมลงทุนในรูปแบบ Equity Investment การขายหรือให้สิทธิใช้ทรัพย์สินทางปัญญาและสูตรผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ IP Sale / Licensing การร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์และการผลิตในระดับอุตสาหกรรม การร่วมสร้างธุรกิจใหม่ในรูปแบบ Joint Venture หรือรูปแบบการแบ่งปันผลตอบแทนจากการเติบโตทางธุรกิจ เช่น GP Sharing โดยผู้สมัครยังไม่จำเป็นต้องระบุตัวเลขการลงทุนหรือสัดส่วนการถือหุ้นในขั้นตอนสมัคร

โครงการจะคัดเลือกผู้สมัครผ่าน 4 รอบการแข่งขัน ตั้งแต่ Product Concept, CP Synergy & Pitch, Market Opportunity ไปจนถึง Final Pitch โดยคัดเลือกจากผู้สมัครทั้งหมดสู่ 30 ทีม 10 ทีม และ 5 ทีมสุดท้าย เพื่อนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการระดับผู้บริหาร พร้อมโอกาสต่อยอดสู่ Partnership ร่วมเป็นพันธมิตรกับเครือซีพี ผนึกกำลังนำสินค้าออกสู่ตลาด เพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมสู่ธุรกิจจริง

เสริมพลังนวัตกรรมไทย สู่การเติบโตระดับภูมิภาคและระดับโลก

ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะประธานการจัดงานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน เครือเจริญโภคภัณฑ์ 2026 กล่าวว่า "Healthylicious คือเวทีแห่งความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่เปิดโอกาสให้นวัตกรภายนอกองค์กร นักวิจัย สตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการ ได้นำนวัตกรรมด้านอาหาร เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยวที่มีศักยภาพ มาพัฒนาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมเติบโตในตลาดได้จริง ผ่านการเชื่อมต่อกับศักยภาพของเครือเจริญโภคภัณฑ์อย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านการลงทุน การผลิต เทคโนโลยี ซัพพลายเชน และเครือข่ายธุรกิจใน 17 ประเทศ เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมเหล่านี้ให้ก้าวจากแนวคิดสู่ผลิตภัณฑ์ในตลาด และเติบโตต่อไปเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีจุดแข็งด้านอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก สะท้อนจากตลาดอาหารเพื่อสุขภาพที่เติบโตมากกว่า 10% ต่อปี และการเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารของยูเนสโกถึง 3 แห่ง ได้แก่ ภูเก็ต เพชรบุรี และสงขลา สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าอาหารไทยไม่ใช่เป็นเพียงวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะในวันที่ผู้บริโภคมองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพ โภชนาการ รสชาติ และความยั่งยืน ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญในการผลักดันนวัตกรรมอาหารไทยให้เติบโต ขยายผลได้จริง และแข่งขันได้ในระดับสากล”

โอกาสครั้งสำคัญของ Future Food Innovators

Healthylicious เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2569 โดยสมัครได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ และไม่จำกัดจำนวนทีมที่เข้าร่วมสมัคร ผู้สนใจสามารถส่งผลิตภัณฑ์ ผลงานนวัตกรรมด้านอาหาร เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยว พร้อม Intro Video และ Pitch Deck ตามรูปแบบที่โครงการกำหนด ผ่านเว็บไซต์ https://healthylicious-pitching.cpgroupsustainability.com/

เพราะผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพควรได้รับโอกาสในการต่อยอดสู่การสร้างธุรกิจจริง สร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค ตลอดจนสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติในระยะยาว เครือซีพี จึงมุ่งนำศักยภาพขององค์กร ทั้งด้านการลงทุน การผลิต เทคโนโลยี ซัพพลายเชน และเครือข่ายธุรกิจใน 17 ประเทศ เพื่อร่วมผลักดันให้นวัตกรรมไทยเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม Healthylicious จึงเป็นมากกว่าเวทีการแข่งขัน แต่คือพื้นที่แห่งโอกาสที่เชื่อมโยงพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยกับศักยภาพของเครือซีพี สู่การสร้างอนาคตอาหารที่ดีต่อผู้คน เศรษฐกิจ สังคม และโลกอย่างยั่งยืน

ที่อยู่

True Corporation
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PR Trueผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์