08/10/2018
หลังจากห่างหายจากการเดินทางไปหลายเดือน ในที่สุดก็ได้มีโอกาสเอาเจ้าปาชิโร่คู่ใจออกเดินทาง รอบนี้เกิดจากน้องชายตากล้องสุดเท่ห์เรียกร้องโหยหาการเข้าป่าเลยต้องจัดไปตามความประสงค์ เลือกสถานที่อยู่สองสามแห่งสุดท้ายมาลงตัวที่อุทยานฯพุเตย จ.สุพรรณบุรี ไม่ไกล กทม ก่อนไปก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าไปช่วงนี้จะมีอะไรให้ดูไหมแต่ไม่ลองไม่รู้
ที่สำคัญรอบนี้แม่บ้านไปด้วยไม่ได้ อาหารจึงจำเป็นต้องจัดหากันเอง ทำใจไว้แล้วว่าคงอดอยากแน่นอน 5555
นัดกัน 10 โมงเช้าแต่กว่าจะออกเดินทางก็เที่ยงๆ ตามสไตล์เราเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย แวะซื้อของโน่นนี่นั่นสุดท้ายก็จะมืดอีกแล้ว แต่เราไม่กลัวหลง เพราะเรามี GPS 5555 (ซึ่งสุดท้าย GPS พาเราไปทางวิบากอีก เพิ่งมารู้อีกวันว่ามีทางลาดยางมาถึงอุทยานก็วันถัดมา 5555) มองทางขึ้นก็เริ่มเสียวๆ แต่ใจยังสู้ ก่อนขึ้นมีเจ้าหน้าที่บอกว่าจะทางไม่ค่อยดีไปประมาณ 13 กม. แต่รถเราน่าจะไหว 5555 จัดไป เมื่อได้ความมั่นใจแล้วไม่รอช้า ลุยกัน ถนนไม่ถือว่าแย่มาก มีแอ่งน้ำเป็นระยะๆ และมีอุปสรรคเป็นช่วงๆ คือต้นไผ่หักลงมาขวางทางทำให้ต้องลงไปเคลื่อนย้ายหลายรอบ เราเองไม่ได้พกมีดไปตัดซะด้วยแต่โชคดีมี มีดสวิสแบบมีเลื่อยอันเล็กๆติดกระเป๋า ถึงจะเล็กแต่ก็ทำให้เรารอดผ่านมาได้ (ของแท้มันดีจริง ซื้อมา 20 กว่าปีละ ไม่เคยลับยังคมกริบ) ขับมาลงน้ำขึ้นเนินพอให้ตื่นเต้นเล็กน้อย สุดท้ายก็มาถึง อช. พุเตยที่ 1 ก็มืดสนิทตามคาด 555 ไม่เป็นไร เราทำอาหารกินกันง่ายๆ แล้วกางเต็นท์นอนกลางลานมันซะเลย มีกลุ่มเดียวนี่นา
หลังจากหลับสบายกับอากาศเย็นๆ ฝนตกพรำๆ ทั้งคืน เช้านี้น้องตากล้องขอโชว์ฝีมือทำอาหารเช้าแบบ American Breakfast แบบจัดเต็มทั้งขนมปัง ไส้กรอก ไข่ดาว ทูน่า ดูน่ากิน ทำเสร็จขอถ่ายรูปไปอวดแม่บ้านซะหน่อย เดินไปหาสัญญาณโทรศัพท์ หันมาอีกทีทุกอย่างหายเกลี้ยง พร้อมกับหลักฐานคาตา หมาเลียจานครั้งสุดท้ายพร้อมหันมาขอบคุณก่อนวิ่งจากไปอย่างสบายอารมณ์ ได้แต่มองตากันปริบๆ โชคดียังพอมีไข่กับกุนเชียงเลยพอประทังชีวิตไปได้
ช่วงเที่ยงมีน้องๆอีกสามคน ขับรถเก๋งมาสมทบเพิ่ม อยากเรียนรู้ว่าการเข้าป่าเป็นยังไง จัดไป วันนี้เราจะไปนอนที่ อช. พุเตย 3 ต้องผ่านทางขึ้นที่ค่อนข้างลำบาก สอบถามแถวนั้น บางคนบอกเก๋งขึ้นได้ บางคนบอกไม่ได้ ไม่รู้จะเชื่อใครก็ต้องลองอีกแล้ว
ออกเดินทาง จาก อช 1 สักพักก็มาถึงทางขึ้น อช 3 เอาเก๋งมาลองทางซะหน่อย ไปได้ไม่ถึง 100 เมตร เจอไปสามหลุม สรุปไม่รอดแน่นอน ระหว่างที่คิดอยู่ว่าจะทำยังไง ก็มีชาวบ้านขับมอไซร์ผ่านมา บอกว่าทางข้างหน้าจะยิ่งแย่ รถเก๋งไม่น่าไปได้ ทำไงดีล่ะ แต่น้องมอไซร์ก็ใจดีมากแนะนำให้ติดรถชาวบ้านขึ้นไปแถมช่วยเจรจารถกระบะชาวบ้านที่ผ่านมาให้อีกต่างหาก (ขอบคุณทั้งน้องมอไซค์และน้องที่ขับกระบะมากๆ) สรุปคือจอดรถเก๋งไว้ตรงปากทาง ย้ายกันไปขึ้นรถกระบะแทน ส่วนเรากับน้องตากล้องขับเจ้าปาชิโร่ลุยกันไป
ระหว่างทางเห็นทางก็รู้เลยว่าคิดถูก เข้าใจว่าเพิ่งหมดฝน ยังไม่ได้มีการปรับทางทำให้รถเก๋งหมดสิทธิขึ้นแน่นอน ทางโหดกว่าวันแรกของเราแต่ไม่ถือว่าโหดเกินไป ไปได้ลุยพอสนุกตื่นเต้นเป็นระยะ (ถือว่าเป็นทริปที่ทดสอบรถขับ 4 ได้สนุกทีเดียว) พอขึ้นมาถึง อช. 3 เราตัดสินใจนอนที่จุดกางเต็นท์ไร่ข้าวฟ่าง ตามที่น้องขับกระบะแนะนำให้มาดู เป็นที่พักของญาติๆกัน เราก็ยินดีถ้อยที่ถ้อยอาศัยกันไป มีค่าที่พักเล็กน้อยไม่มีปัญหา วิวสวยใช้ได้เลย แถมเป็นกลุ่มเดียวในจุดกางเต็นท์อีกแล้ว สบายๆ
คืนนี้จัดหนักของกิน เตรียมมากันเยอะทีเดียว นั่งคุยกันเฮฮาแต่ต้องเตรียมนอนกันเร็วนิดนึงเพราะกะจะตื่นมาเดินขึ้นยอดเขาเทวดากันตอนตี่สี่ครึ่ง
ตื่นกันตีสี่ครึ่ง ลากสังขารกัน 5 คนเดินมั่วๆไป เกือบหาทางขึ้นไม่เจอ (ป้ายจะน้อยไปไหน) ก่อนขึ้นชาวบ้านบอกระยะทาง 800 เมตร เราก็ว่ามันใช่เหรอ เหมือนจะไกลแถมชันมากบางช่วง ไม่เป็นไรต้องลอง(อีกแล้ว) เริ่มเดินก็รู้ว่าไม่เบาเลยทีเดียว ทางชัน แคบ แถมลื่นเป็นระยะจากฝน ต้องรีบเดินกลัวไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้นทำให้พากันเหนื่อยเร็ว (อายุใช่ว่าน้อย 555) สุดท้ายกลุ่มน้องที่อยากมาสัมผัสป่ายกธงขาวที่ 400 เมตร บอกพวกผมสายกินครับไม่ใช่สายเดิน 555 ไม่เป็นไรไม่ฝืน ใครไหวก็ไปต่อไม่ไหวก็ลง เราก็ทุลักทุเลเดินต่อ แต่ 400 เมตรสุดท้ายนี่โหดกว่าช่วงแรกอีก คิดในใจดีแล้วไม่พยายามลากกันมาทั้งหมด แต่ทำไงได้เรามาแล้วนี่ต้องให้ถึง สุดท้ายไปถึงในสภาพเหนื่อยโฮกๆ (เสื้อนี่เปียกเหงื่อเหมือนตีเทนนิสในตู้อบ) สรุปจากห้าคน ขึ้นถึงกันสองคน ขึ้นมาถึงก็ได้เจอกับวิวสวยสมใจแต่พระอาทิตย์ขึ้นอีกฝั่ง 5555 ไม่เป็นไรดูวิวกันไป วิวสวยใช้ได้มีหมอกกับมีทะเลหมอกให้ดูไกลๆ เข้าใจว่าหน้าหนาวน่าจะเยอะกว่านี้แต่แค่นี้สำหรับเราก็ถือว่าดีมากแล้ว มาไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย เห็นอะไรดีเราก็ถือเป็นกำไร
อยู่ข้างบนนานเหมือนกันจากร้อนๆเดินขึ้นมา หมอกลง ลมพัดแรง กลายเป็นหนาวยะเยือกซะงั้น โชคดีมีโอกาสถ่ายรูปบ้างแต่หลังๆหมอกฟุ้ง ฟ้าปิด เลยตัดสินใจลง ขาลงก็ไม่เบา ทางลื่น ชัน ลื่นล้มกันคนละสองสามที พอเป็นรสชาติ แต่ไม่เป็นไร ดีใจที่ขึ้นถึงแต่ถ้าให้เดินอีกขอคิดก่อนนะ 555
ลงมาก็เตรียมเก็บของกลับบ้านกัน น้องๆที่เดินไม่ถึงบอกคราวหน้าขอไปอีกแต่ไม่เดินนะ ไม่เป็นไรได้เสมอ สรุปน้องๆจ้างรถกระบะที่พาขึ้นมาเมื่อวานให้พาไปส่งลงด้วย ก็ดีถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไป
สรุป ทริปนี้ถือว่าดีเลย มาแบบไม่ค่อยได้วางแผน ได้ขับ 4 สนุกๆ กรุบกริบ ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้รู้ว่าสุพรรณก็มีทะเลหมอก ไว้มีโอกาสคงได้มาเยี่ยมกันใหม่
:)
Photo by Bug Sueb