Easy Camping ให้เช่าเต็นท์หลังคา และอุปกรณ์แค๊ม

22/01/2019
หลังจากห่างหายจากการเดินทางไปหลายเดือน ในที่สุดก็ได้มีโอกาสเอาเจ้าปาชิโร่คู่ใจออกเดินทาง รอบนี้เกิดจากน้องชายตากล้องสุดเ...
08/10/2018

หลังจากห่างหายจากการเดินทางไปหลายเดือน ในที่สุดก็ได้มีโอกาสเอาเจ้าปาชิโร่คู่ใจออกเดินทาง รอบนี้เกิดจากน้องชายตากล้องสุดเท่ห์เรียกร้องโหยหาการเข้าป่าเลยต้องจัดไปตามความประสงค์ เลือกสถานที่อยู่สองสามแห่งสุดท้ายมาลงตัวที่อุทยานฯพุเตย จ.สุพรรณบุรี ไม่ไกล กทม ก่อนไปก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าไปช่วงนี้จะมีอะไรให้ดูไหมแต่ไม่ลองไม่รู้
ที่สำคัญรอบนี้แม่บ้านไปด้วยไม่ได้ อาหารจึงจำเป็นต้องจัดหากันเอง ทำใจไว้แล้วว่าคงอดอยากแน่นอน 5555
นัดกัน 10 โมงเช้าแต่กว่าจะออกเดินทางก็เที่ยงๆ ตามสไตล์เราเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย แวะซื้อของโน่นนี่นั่นสุดท้ายก็จะมืดอีกแล้ว แต่เราไม่กลัวหลง เพราะเรามี GPS 5555 (ซึ่งสุดท้าย GPS พาเราไปทางวิบากอีก เพิ่งมารู้อีกวันว่ามีทางลาดยางมาถึงอุทยานก็วันถัดมา 5555) มองทางขึ้นก็เริ่มเสียวๆ แต่ใจยังสู้ ก่อนขึ้นมีเจ้าหน้าที่บอกว่าจะทางไม่ค่อยดีไปประมาณ 13 กม. แต่รถเราน่าจะไหว 5555 จัดไป เมื่อได้ความมั่นใจแล้วไม่รอช้า ลุยกัน ถนนไม่ถือว่าแย่มาก มีแอ่งน้ำเป็นระยะๆ และมีอุปสรรคเป็นช่วงๆ คือต้นไผ่หักลงมาขวางทางทำให้ต้องลงไปเคลื่อนย้ายหลายรอบ เราเองไม่ได้พกมีดไปตัดซะด้วยแต่โชคดีมี มีดสวิสแบบมีเลื่อยอันเล็กๆติดกระเป๋า ถึงจะเล็กแต่ก็ทำให้เรารอดผ่านมาได้ (ของแท้มันดีจริง ซื้อมา 20 กว่าปีละ ไม่เคยลับยังคมกริบ) ขับมาลงน้ำขึ้นเนินพอให้ตื่นเต้นเล็กน้อย สุดท้ายก็มาถึง อช. พุเตยที่ 1 ก็มืดสนิทตามคาด 555 ไม่เป็นไร เราทำอาหารกินกันง่ายๆ แล้วกางเต็นท์นอนกลางลานมันซะเลย มีกลุ่มเดียวนี่นา
หลังจากหลับสบายกับอากาศเย็นๆ ฝนตกพรำๆ ทั้งคืน เช้านี้น้องตากล้องขอโชว์ฝีมือทำอาหารเช้าแบบ American Breakfast แบบจัดเต็มทั้งขนมปัง ไส้กรอก ไข่ดาว ทูน่า ดูน่ากิน ทำเสร็จขอถ่ายรูปไปอวดแม่บ้านซะหน่อย เดินไปหาสัญญาณโทรศัพท์ หันมาอีกทีทุกอย่างหายเกลี้ยง พร้อมกับหลักฐานคาตา หมาเลียจานครั้งสุดท้ายพร้อมหันมาขอบคุณก่อนวิ่งจากไปอย่างสบายอารมณ์ ได้แต่มองตากันปริบๆ โชคดียังพอมีไข่กับกุนเชียงเลยพอประทังชีวิตไปได้
ช่วงเที่ยงมีน้องๆอีกสามคน ขับรถเก๋งมาสมทบเพิ่ม อยากเรียนรู้ว่าการเข้าป่าเป็นยังไง จัดไป วันนี้เราจะไปนอนที่ อช. พุเตย 3 ต้องผ่านทางขึ้นที่ค่อนข้างลำบาก สอบถามแถวนั้น บางคนบอกเก๋งขึ้นได้ บางคนบอกไม่ได้ ไม่รู้จะเชื่อใครก็ต้องลองอีกแล้ว
ออกเดินทาง จาก อช 1 สักพักก็มาถึงทางขึ้น อช 3 เอาเก๋งมาลองทางซะหน่อย ไปได้ไม่ถึง 100 เมตร เจอไปสามหลุม สรุปไม่รอดแน่นอน ระหว่างที่คิดอยู่ว่าจะทำยังไง ก็มีชาวบ้านขับมอไซร์ผ่านมา บอกว่าทางข้างหน้าจะยิ่งแย่ รถเก๋งไม่น่าไปได้ ทำไงดีล่ะ แต่น้องมอไซร์ก็ใจดีมากแนะนำให้ติดรถชาวบ้านขึ้นไปแถมช่วยเจรจารถกระบะชาวบ้านที่ผ่านมาให้อีกต่างหาก (ขอบคุณทั้งน้องมอไซค์และน้องที่ขับกระบะมากๆ) สรุปคือจอดรถเก๋งไว้ตรงปากทาง ย้ายกันไปขึ้นรถกระบะแทน ส่วนเรากับน้องตากล้องขับเจ้าปาชิโร่ลุยกันไป
ระหว่างทางเห็นทางก็รู้เลยว่าคิดถูก เข้าใจว่าเพิ่งหมดฝน ยังไม่ได้มีการปรับทางทำให้รถเก๋งหมดสิทธิขึ้นแน่นอน ทางโหดกว่าวันแรกของเราแต่ไม่ถือว่าโหดเกินไป ไปได้ลุยพอสนุกตื่นเต้นเป็นระยะ (ถือว่าเป็นทริปที่ทดสอบรถขับ 4 ได้สนุกทีเดียว) พอขึ้นมาถึง อช. 3 เราตัดสินใจนอนที่จุดกางเต็นท์ไร่ข้าวฟ่าง ตามที่น้องขับกระบะแนะนำให้มาดู เป็นที่พักของญาติๆกัน เราก็ยินดีถ้อยที่ถ้อยอาศัยกันไป มีค่าที่พักเล็กน้อยไม่มีปัญหา วิวสวยใช้ได้เลย แถมเป็นกลุ่มเดียวในจุดกางเต็นท์อีกแล้ว สบายๆ
คืนนี้จัดหนักของกิน เตรียมมากันเยอะทีเดียว นั่งคุยกันเฮฮาแต่ต้องเตรียมนอนกันเร็วนิดนึงเพราะกะจะตื่นมาเดินขึ้นยอดเขาเทวดากันตอนตี่สี่ครึ่ง
ตื่นกันตีสี่ครึ่ง ลากสังขารกัน 5 คนเดินมั่วๆไป เกือบหาทางขึ้นไม่เจอ (ป้ายจะน้อยไปไหน) ก่อนขึ้นชาวบ้านบอกระยะทาง 800 เมตร เราก็ว่ามันใช่เหรอ เหมือนจะไกลแถมชันมากบางช่วง ไม่เป็นไรต้องลอง(อีกแล้ว) เริ่มเดินก็รู้ว่าไม่เบาเลยทีเดียว ทางชัน แคบ แถมลื่นเป็นระยะจากฝน ต้องรีบเดินกลัวไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้นทำให้พากันเหนื่อยเร็ว (อายุใช่ว่าน้อย 555) สุดท้ายกลุ่มน้องที่อยากมาสัมผัสป่ายกธงขาวที่ 400 เมตร บอกพวกผมสายกินครับไม่ใช่สายเดิน 555 ไม่เป็นไรไม่ฝืน ใครไหวก็ไปต่อไม่ไหวก็ลง เราก็ทุลักทุเลเดินต่อ แต่ 400 เมตรสุดท้ายนี่โหดกว่าช่วงแรกอีก คิดในใจดีแล้วไม่พยายามลากกันมาทั้งหมด แต่ทำไงได้เรามาแล้วนี่ต้องให้ถึง สุดท้ายไปถึงในสภาพเหนื่อยโฮกๆ (เสื้อนี่เปียกเหงื่อเหมือนตีเทนนิสในตู้อบ) สรุปจากห้าคน ขึ้นถึงกันสองคน ขึ้นมาถึงก็ได้เจอกับวิวสวยสมใจแต่พระอาทิตย์ขึ้นอีกฝั่ง 5555 ไม่เป็นไรดูวิวกันไป วิวสวยใช้ได้มีหมอกกับมีทะเลหมอกให้ดูไกลๆ เข้าใจว่าหน้าหนาวน่าจะเยอะกว่านี้แต่แค่นี้สำหรับเราก็ถือว่าดีมากแล้ว มาไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย เห็นอะไรดีเราก็ถือเป็นกำไร
อยู่ข้างบนนานเหมือนกันจากร้อนๆเดินขึ้นมา หมอกลง ลมพัดแรง กลายเป็นหนาวยะเยือกซะงั้น โชคดีมีโอกาสถ่ายรูปบ้างแต่หลังๆหมอกฟุ้ง ฟ้าปิด เลยตัดสินใจลง ขาลงก็ไม่เบา ทางลื่น ชัน ลื่นล้มกันคนละสองสามที พอเป็นรสชาติ แต่ไม่เป็นไร ดีใจที่ขึ้นถึงแต่ถ้าให้เดินอีกขอคิดก่อนนะ 555
ลงมาก็เตรียมเก็บของกลับบ้านกัน น้องๆที่เดินไม่ถึงบอกคราวหน้าขอไปอีกแต่ไม่เดินนะ ไม่เป็นไรได้เสมอ สรุปน้องๆจ้างรถกระบะที่พาขึ้นมาเมื่อวานให้พาไปส่งลงด้วย ก็ดีถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไป
สรุป ทริปนี้ถือว่าดีเลย มาแบบไม่ค่อยได้วางแผน ได้ขับ 4 สนุกๆ กรุบกริบ ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้รู้ว่าสุพรรณก็มีทะเลหมอก ไว้มีโอกาสคงได้มาเยี่ยมกันใหม่
:)
Photo by Bug Sueb

หลังจากที่พาเต้นท์ขึ้นหลังเต่ามาแล้ว คราวนี้พามาขึ้นหลังคา Toyota Land Cruiser 62 1988 ขอบอกว่าหล่อมาก และเจ้าของความหล่...
12/02/2018

หลังจากที่พาเต้นท์ขึ้นหลังเต่ามาแล้ว คราวนี้พามาขึ้นหลังคา Toyota Land Cruiser 62 1988 ขอบอกว่าหล่อมาก และเจ้าของความหล่อครั้งนี้คือ พี่โจโจ้ Chanthasakda พิธีกรมากความสามารถ ที่ได้รู้จักกันจากงาน Cheeze นอกจากพี่โจ้จะมาเพิ่มความหล่อให้ LC แล้ว ยังใจดีพาเราไปงานเทศกาลดนตรีของชาวไบเกอร์ ซึ่งถือเป็นงานใหญ่งานหนึ่งเลยทีเดียว กับงาน ณ ต้นผึ้งฟาร์ม สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เรานัดกับพี่เค้าไว้ที่งานประมาณบ่ายโมง แต่เหมือนโดนคำสาป เจ้า “ชิโร่” สตาร์ท์ไม่ติดขึ้นมาซะเฉย ๆ ต้องตามช่างมาเปลี่ยนไดสตาร์ท ใช้เวลากันพอสมควรทีเดียว เปลี่ยนเสร็จเรียบร้อยรีบออกเดินทาง ระหว่างทางจะเห็นเหล่าไบเกอร์ทั้งหลายที่มุ่งหน้าไปงานนี้เหมือนกัน เราไปถึงที่หน้างานเกือบมืด (อีกแล้ว) ก่อนเข้างานต้องมีผ่านด่านวัดใจนิดหน่อย ขับรถข้ามลำธารเพื่อเข้างาน เมื่อมาถึงจุดที่จอดรถต้องบอกเลยว่าวิวที่นี่สวยมาก อากาศกำลังเย็นสบาย เรารีบกางเต้นท์ก่อนที่ฟ้าจะมืด กางเต้นท์เรียบร้อยท้องก็เริ่มร้อง เพราะความรีบเราเลยยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เที่ยง แล้วก็ไม่ได้เตรียมอาหารอะไรมาทำด้วย แต่เท่าที่หาข้อมูลมาเค้าว่างานนี้ของกินเพียบเราจะไปพิสูจน์กัน แล้วก็เป็นจริงตามข้อมูลบูธอาหาร ฟู้ดทรัค ยาวขนานกันไปสองข้างทางนี่มันสวรรค์ของเราชัด ๆ เข้าร้านนู้นออกร้านนี้กินไปเรื่อย ๆ จนได้ยินเสียงดนตรีจากเวทีกลาง รีบวิ่งกลับไปดูพร้อมกับของกินเต็มสองมือ ศิลปินนักร้องมากมายที่เวียนกันขึ้นมาแสดงบนเวที Alyn /GREASY CAFE / YOKEE PL***OY / สิงโต นำโชค / The TOYS / Flure / พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ / T-BONE งานนี้บอกได้เลยว่าสนุกมากจริง ๆ หลังจากเต็มอิ่มกับอาหารมากมายและดนตรีแสนสนุกแล้วก็ได้เวลาแยกย้ายกันไปนอนพักผ่อน เพื่อรุ่งขึ้นจะได้ตื่นมารับแดดยามเช้าและบอกลากัน แต่งานนี้ยังไม่จบง่าย ๆ แค่นี้ เช้ามา พี่โจ้ บอกเราว่าจะพาไปชิมของอร่อยกัน เริ่มรองท้องเบา ๆ กันที่ ร้านเครซี่บี สเต็กเฮ้าส์ สวนผึ้ง เชฟระดับเหรียญทอง ภาคตะวันตก เราสั่งอาหารไปห้าจาน แต่ถ่ายรูปมาได้จานเดียว เพราะนอกนั้นวางปุ๊บหมด ไม่ทันได้ถ่ายรูป อร่อยจริงจัง หลังจากนั้นพี่โจ้จะพาไปกินบะหมี่ระดับตำนานของราชบุรี บะหมี่กำเช้ง แต่ทางเราขอเบรคพี่เค้าไว้ก่อน ไม่ไหวจริง ๆ คราวหน้าเราจะกลับมาแก้ตัว ได้เวลาเดินทางกลับกัน แต่กินคาวแล้วก็ต้องมีหวานตาม เราเลยแวะกันที่ ร้านสหกรณ์โคนมหนองโพ แดรี่ฮัท ไปลอง มิ้ลค์เชคนมสด ของที่นี่กัน มากับพี่โจ้ต้องไม่ธรรมดา นอกจากนมสด ปั่นกับไอติมแล้ว พี่ยังสั่งเพิ่มท้อปปิ้งไอติมนมอีกหนึ่งลูกใส่เพิ่มลงไปอีก ขอบอกว่าเข้มข้น นุ่มนวล อร่อยมากจริง ๆ เพราะเราคนเดียวกินไปสองแก้วเบา ๆ ของหวานเรียบร้อย คราวนี้กลับกันจริง ๆ แล้ว ขับรถมาเรื่อย ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พี่โจ้ขอแวะปั้มหน่อย พอถึงปั้มน้ำมันพี่โจ้ไม่ได้เข้าปั้มแต่ขับเลยไปหน่อยนึง เราก็นึกว่าพี่แกคงจะแวะซื้อส้มโอ แต่ไม่ใช่ เพราะข้างแผงขายส้มโอ มีร้านขายปลาหมึกย่างเล็ก ๆ ตั้งอยู่ และด้วยเป็นข้างทางเลยจอดรถได้ไม่นาน พี่โจ้เลยขอพี่เจ้าของร้านกินตรงนั้นเลย ปลาหมึกกระดองสด ๆ ย่างเสร็จใหม่ ๆ จิ้มน้ำจิ้มรสแซบ อร่อยจริงอร่อยจัง อร่อยจนลืมว่าอิ่มอยู่ จบทริปนี้กันแบบอิ่มจนจุก ต้องขอขอบคุณพี่โจ้ ที่ทั้งพาเที่ยว และพากินจนจบทริป ขอบคุณอย่างมากมายจริง ๆ


10/02/2018


07/02/2018
คาร์แคมป์ปิ้งครั้งนี้เราไป field good กันกับงาน   ที่ 8speed Motor Track Khaoyai เราไปแอบดูคนมีสไตล์เค้าทำอะไรกัน งานนี้...
07/02/2018

คาร์แคมป์ปิ้งครั้งนี้เราไป field good กันกับงาน ที่ 8speed Motor Track Khaoyai เราไปแอบดูคนมีสไตล์เค้าทำอะไรกัน งานนี้เราไปกัน 3 วัน 2 คืน เริ่มออกเดินทางกันช่วงบ่าย ๆ เพราะดูจาก GPS แล้วไม่ไกล ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง แล้วปฏิหาริย์ GPS ก็แสดงผล ทางที่ใกล้ที่สุดพาเข้าป่าอีกแล้ว แต่ก็ลุยมาถึงงานจนได้ ที่ตั้งแคมป์อยู่บริเวณริมเนินเขาวิวดีทีเดียว ครั้งนี้เรามีสองหนุ่มอารมณ์ดี และสาวสวยสุดเก๋ มาทำสเต๊ก และบาบีคิวแสนอร่อยให้กินกันจนอิ่มแปล้ ท้องอิ่มก็ได้เวลาไปดูชาว Cheeze เค้าทำอะไรกัน เริ่มจากคาราวานเปิดท้ายขายของที่ยาวไปสุดลูกหูลูกตา มีของให้ซื้อได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ของมือสองก็มี ของ biker ก็มา อินเดียนแดงก็พาม้ามาด้วย แถมยังมีเวทีใหญ่อีก 3 เวที ฟังเพลงวนกันไปไม่ซ้ำแนว มากมายขนาดนี้เราเลยต้องใช้เวลากันถึง 3 วัน 2 คืน ต้องขอบคุณเจ้าเต่าส้มที่พาเรามาพบกับประสบการณ์ใหม่ ๆ และ GPS ที่พาเราไปพบเส้นทางใหม่ ๆ เสมอ (ขากลับเราใช้ถนนธนะรัชต์แล้วเข้ามิตรภาพ ทำไมGPSไม่พามาทางนี้!!!)


กทม- อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง- แพชาวเขื่อน- กทม ครั้งที่แล้วเป็นเวสป้า ครั้งนี้จัดไปกับรถเต่าตัวน้อยแต่ใจใหญ่ อยากจะไปทดสอบพล...
22/01/2018

กทม- อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง- แพชาวเขื่อน- กทม
ครั้งที่แล้วเป็นเวสป้า ครั้งนี้จัดไปกับรถเต่าตัวน้อยแต่ใจใหญ่ อยากจะไปทดสอบพลัง กับการเอาเต้นท์ขึ้นหลังคาครั้งแรก เส้นทาง กทม - สุพรรณบุรี (อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง – แพชาวเขื่อน) ออกเดินทางช่วงบ่ายๆ วันเสาร์ ตั้ง GPS ไปที่วัดพุน้ำร้อน อำเภอด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ระยะทางประมาณ 186 กม. ใช้เวลา 2.30 ชม. และระยะทางจากวัดพุน้ำร้อนเข้าไปถึงตัวอ่างเก็บน้ำหุบเขาวง ระยะทาง 9 กม. หวังว่าจะไปถึงอ่างเก็บน้ำก่อนค่ำ แล้วก็เป็นไปตามที่หวังเราไปถึงวัดพุน้ำร้อนก่อนตะวันตกดินเล็กน้อย เหลืออีก 9 กม. เพื่อเข้าไปถึงอ่างเก็บน้ำหุบเขาวงคงจะไม่ใช้เวลามากนักเพราะทางเข้าเป็นถนนปูนซีเมนต์ ขับต่อไปเรื่อยๆ ถนนปูนหายไป พร้อมกับตะวันที่ตกดิน และป้ายบอกทางไปอ่างเก็บน้ำหุบเขาวงอีก 7 กม. รอบตัวมืด สองข้างทางเป็นป่าอ้อย และเรายังคงเหลือระยะทางอีก 7 กม. บนถนนลูกรัง เต่าน้อยเพื่อนร่วมทริปของเราค่อยๆ ประคองตัวไปเรื่อยๆ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็มาถึงทางเข้าอ่างเก็บน้ำหุบเขาวง เจ้าหน้าที่ให้บัตรผ่านพร้อมชำระค่าเข้า 20 บาท บัตรนี้ต้องเก็บไว้เพื่อคืนเจ้าหน้าที่ตอนขาออก เราขับต่อไปเรื่อยๆ จนถึงจุดบริการเพื่อชำระค่ากางเต้นท์ 100 บาท / เต้นท์ ได้เวลาหาที่กางเต้นท์ เราขับรถเลยจากจุดบริการขึ้นมาเรื่อยๆ จะเห็นไฟเต้นท์เรียงกันอยู่เยอะพอสมควร แต่เพราะที่นี่ไม่มีไฟฟ้า ทำให้ค่อนข้างมืดมองไม่เห็นว่าตรงพื้นที่ไหนยังพอมีที่วาง เลยวนรถกลับไปยังจุดบริการ เจ้าหน้าที่แนะนำให้เราขับรถย้อนกลับไปตรงที่ได้รับบัตรผ่านแล้วเลี้ยวซ้ายขับผ่านทางน้ำล้นไป ยังมีที่ว่าง เรามาได้ที่ว่างบนถนนติดน้ำ คืนนี้อากาศกำลังเย็นสบาย ทำให้หลับไปพร้อมกับภาพหมู่ดาวเต็มท้องฟ้า เดิมทีตั้งใจว่าเช้ามาจะลองดูว่าถ้าช่วงสายคนเริ่มทยอยกลับจะย้ายไปทางฝั่งหลังจุดบริการ เพราะมีร่มไม้จะได้ไม่ร้อนมากตอนกลางวัน แต่เมื่อตื่นมาตอนเช้าเห็นมีรถบรรทุกอ้อยวิ่งขนอ้อยอยู่บริเวณใกล้เคียง จึงตกลงกันว่าจะย้ายที่นอน ปัญหาต่อไปคือที่ไหน ชื่อ เขื่อนกระเสียว ผุดขึ้นมาในหัวจึงไม่รอช้าเก็บเต้นท์แล้วไปกัน ออกจากอ่างเก็บน้ำเขาวงมุ่งตรงไปยังเขื่อนกระเสียว แต่ระหว่างทางขอแวะเติมพลังที่ ร้านปลาบู่ 2 เราไปถึงร้านประมาณบ่ายโมงกว่านิดๆ เห็นมีคนนั่งกันหลายโต๊ะทีเดียว แต่ยังไม่มีอาหาร สงสัยจะรอนาน ไม่เป็นไรมีห้องแอร์เย็น ๆ ให้ได้นั่งใช้ได้แล้ว เวลาผ่านไปจากที่ไม่หิวจนเริ่มหิว อาหารยังไม่มา เห็นมีพนักงานคนเดียว ประมาณ 45 นาทีผ่านไปพนักงานก็มาพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ ผ่านไปอีกสักพักอาหารเริ่มทยอยมาจานแรกเป็นปีกไก่ยัดไส้ พอได้ลองชิมคุ้มค่ากับที่รอ หลังจากนั้นก็เป็นต้มยำปลาคัง หลนเนื้อปู ไข่เจียวปู ผัดปวยเล้ง อาหารทุกอย่างรสชาดดี และราคาไม่แพง เมื่อท้องอิ่มก็ได้เวลาเดินทาง เราไปถึงเขื่อนกระเสียวประมาณสามโมง แต่หาเจ้าหน้าที่ที่จะติดต่อเรื่องกางเต้นท์ไม่เจอ เราเลยต้องหาที่ใหม่ เพราะกลัวจะค่ำ (อีกแล้ว) หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตว่าใกล้เขื่อนกระเสียวมีที่ไหนให้กางเต้นท์ได้บ้าง เลยได้เจอข้อมูลของ แพชาวเขื่อนลุงโต โทรสอบถามข้อมูลเรียบร้อยออกเดินทาง ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึง คนที่มาที่นี่ส่วนใหญ่จะมาเพื่อตกปลา จึงมีเราแค่สองเต้นท์เท่านั้นคืนนี้ บรรยากาศค่อนข้างเงียบ อากาศกำลังสบาย ๆ เราจึงนั่งเล่นคุยกันจนดึกแล้วแยกย้ายกันไปนอน แต่คืนอันแสนสงบอยู่ได้ไม่นาน ก็มีเสียงร้องดังโหวกเหวกโกลาหลเกิดขึ้น คือเสียงของแม่ห่าน กับแม่ไก่ เค้ามีปัญหากันทะเลาะกันอยู่นานทีเดียว จบกันคืนอันแสนสงบไม่ได้นอนไปทั้งคืน เช้ามาเราแก้ง่วงกันด้วยข้าวต้มร้อนๆ กับกุนเขียง ฟักแม้วผัดไข่ ยำผักกาดดอง และปิดท้ายด้วยกาแฟดริป จบทริปการทดสอบพลังเต่า ผ่านไปด้วยดี เต่าน้อยพร้อมจะใช้ชีวิตให้เกินจินตนาการแล้ว

การเดินทางครั้งนี้ไปกัน 5 คน รถสองคันและน้องเวสป้า จุดหมายคือ สวนลุงโชย จ.นครนายก ระยะทางประมาณ 121กม. ใช้เวลาประมาณ 3 ช...
09/01/2018

การเดินทางครั้งนี้ไปกัน 5 คน รถสองคันและน้องเวสป้า จุดหมายคือ สวนลุงโชย จ.นครนายก ระยะทางประมาณ 121กม. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ระหว่างทางแวะหาอะไรทานร้องท้องก่อน และกาแฟแก้ง่วง ได้เวลามุ่งสู่จุดหมาย เรามาถึงสวนลุงโชยตอนประมาณสี่โมงกว่า แต่ก่อนจะถึงทางเข้าสวนประมาณ 4 กิโลเมตรเป็นทางลูกรัง ค่อนข้างขรุขระ สงสารน้องเวสป้ากว่าจะถึงสวนเล่นซะคนขับแขนชากันเลยทีเดียว
สวนลุงโชย มีพื้นที่ลานโล่งตรงกลาง และมีต้นไม้ใหญ่โดยรอบ ด้านหลังเป็นลำธารน้ำใส ไหลเย็นเห็นตัวปลา พี่ที่สวนบอกว่ามีน้ำตลอดทั้งปี แต่มากน้อยตามฤดูกาล จะให้ดีโทรสอบถามก่อนดีกว่า วันที่เราไปคนไม่มากนัก เราเลยเลือกที่ตรงสุดเขตสวนและติดลำธาร ตรงนี้น้ำกำลังพอให้นั่งแช่เล่น ชมนกชมไม้ได้สบายๆ หลังจากลงเล่นน้ำแล้วท้องก็เริ่มร้อง ได้เวลาอาหารเย็น ฟ้าเริ่มมืดทำให้เราได้รู้ว่าเราเตรียมของมาทุกอย่างยกเว้น ไฟส่องสว่างและแบตสำรอง ชีวิตอยู่ในความมืด น้องสาวคนเก่งเลยเสนอให้ก่อไฟ น้องเดินไปหาเศษไม้มาเพื่อก่อไฟ แต่ที่ได้กลับมาพร้อมกับไม้เพื่อก่อไฟคือหลอดไฟ LED ที่พี่ทางสวนเดินเอามาให้พร้อมกับต่อไฟเข้ากับแบตเตอรี่รถยนต์ ชีวิตสว่างไสวขึ้นอีกครั้ง แต่แบตโทรศัทพ์ของทุกคนเหลือน้อยเต็มที เลยทำให้เราได้มานั่งเล่นพูดคุยกันจนดึก แล้วแยกย้ายกันไปนอนฟังเสียงน้ำไหลขับกล่อมจนหลับไป เช้าวันรุ่งขึ้นอากาศมัวๆ มีฝนปรอยๆ เราเติมพลังด้วย ขนมปังชุปไข่ แพนเค้ก ออมเล็ต สลัดผัก อิ่มเอมกันไป เราลงไปเล่นน้ำกันอีกรอบ ก่อนจะขึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แดดเริ่มแรงได้เวลาเก็บเต็นท์และข้าวของต่าง ๆ เตรียมตัวเดินทางกลับ
สำหรับการกางเต็นท์ที่สวนลุงโชย ค่อนข้างสะดวกสบาย มีขายอาหาร น้ำ น้ำแข็ง ขนมขบเคี้ยว มีที่ล้างจาน ห้องน้ำที่นี่เป็นห้องน้ำรวม มี 6 ห้อง ส้วมเป็นแบบนั่งยองอาจจะลำบากหน่อยสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องเข่า แต่โดยรวมแล้วส่วนตัวถือว่าห้องน้ำสะอาดใช้ได้เลย แต่ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า อย่าลืมเตรียมไฟส่องสว่างและแบตสำรองมาด้วย แต่ถ้าลืมจริง ๆ ที่สวนมีให้ยืมไฟ LED นำมาต่อกับแบตเตอรี่รถได้ หรือจะก่อไฟที่สวนก็เตรียมฟืนไว้ให้ สำหรับค่าบริการเต็นท์ละ 100 บาท ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคา
สรุป
ที่เที่ยว 8/10 ไม่ได้อลังการแต่มีน้ำให้เล่นสบายๆ เล่นได้ทั้งวัน พักผ่อนได้ดี
การเดินทาง 8/10 เดินทางสะดวก ไม่ไกลจาก กทม ลำบากรถติดช่วงถนนรังสิตนครนายกนิดหน่อย กับ ช่วง 4 กม สุดท้ายก่อนถึงสวนถนนไม่ค่อยดี
การดูแลสถานที่ 9/10 คนดูแลสถานที่ดูแลได้ดีทีเดียว มีจุดวางขยะจัดไว้ไห้ ใจดีด้วยอุตส่าห์หาไฟให้เราใช้กลางคืน
ห้องน้ำ 7/10 สะอาดดี มีน้ำพร้อม ติดที่มีแต่ส้วมแบบนั่งยอง
ค่าบริการกางเต็นท์ ๆ ละ 100 บาท 9/10 ถือว่าคุ้ม
อาหาร NA ไม่ได้กินเนื่องจากเตรียมไปเองเยอะมาก แต่เห็นมีย่างปลา หมูย่าง ส้มตำ ดูน่ากินทีเดียว

กทม-ปากเซ-สามพันโบก-กทม.... เห็นเขาโพสกัน เราก็อยากโพสบ้าง
26/12/2017

กทม-ปากเซ-สามพันโบก-กทม.... เห็นเขาโพสกัน เราก็อยากโพสบ้าง

It's a style!! มันเป็นสไตลท์ !! จุดกางเต็นท์
10/12/2017

It's a style!! มันเป็นสไตลท์ !! จุดกางเต็นท์

ที่อยู่

Bangkok
10210

เบอร์โทรศัพท์

0891126521

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Easy Campingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์