07/07/2017
ว่าด้วยสไตล์ Mid Century Modern
้องมา
ขอบคุณบทความจาก THE STANDARD
เมื่อพูดถึงเทรนด์ฮิตที่มาแรง และได้รับการพูดถึงมากที่สุดในยามนี้ทั้งในโลกออฟไลน์และออนไลน์ ก็คงหนีไม่พ้นกระแส ‘Mid Cen’ หรือ ‘Mid Century Modern’ ซึ่งมีทั้งดารา เน็ตไอดอล และผู้ทรงอิทธิพล ที่พร้อมใจกันโชว์ไลฟ์สไตล์คูลๆ พร้อมติดแฮชแท็ก ้องมา ทั้งยังมีคอนเทนต์มากมายที่เกี่ยวกับแง่มุมต่างๆ ของ Mid Cen ทยอยออกมาตามเว็บไซต์ต่างๆ ให้ได้อัพเดต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ แฟชั่น หรือไลฟ์สไตล์ในแนว Mid Cen ว่าแต่ว่าเทรนด์หรือสไตล์การออกแบบที่ว่านี้คืออะไร? มีความเป็นมาอย่างไร? และทำไมจึงกลับมาฮิตขึ้นอีกครั้ง?
งานนี้ THE STANDARD มีคำตอบ!
'มิดเซ็นจูรีโมเดิร์น' คืองานดีไซน์หลากหลายแขนงในสไตล์โมเดิร์นที่เกิดขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 รวมไปถึงแนวคิดในการออกแบบบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และแฟชั่น ซึ่งแต่เดิม ผู้คนในสมัยก่อนหน้านั้นอาจนิยมอะไรที่มีรายละเอียดมากมาย แต่ท่ามกลางภาวะขาดแคลนวัตถุดิบในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ราวระหว่างปีค.ศ. 1950-1980)
จึงเกิดงานดีไซน์ที่ตัดทอนรายละเอียดอันไม่จำเป็นลง เหลือเพียงเส้นสายที่เรียบง่าย
ความสำคัญของ ‘มิดเซ็นจูรีโมเดิร์น’ ช่วงเวลาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นช่วงที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรรม บรรดานักออกแบบต่างก็มีเสรีภาพที่จะคิดนอกกรอบเดิมๆ ที่เคยทำมา จึงมีการใช้ทั้งวัสดุและวิธีการใหม่ๆ เพื่อสร้างสรรค์งานดีไซน์ของพวกเขา งานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่เกิดขึ้นในยุคนั้น นอกจากเป็นเส้นสายที่เรียบง่ายแบบเรขาคณิตแล้ว ยังเน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และง่ายต่อการใช้งานเป็นสำคัญ
วัสดุที่ใช้มีตั้งแต่วัสดุธรรมชาติอย่างไม้ หนัง ผ้า หรือโลหะ แต่ก็มีการนำวัสดุใหม่ๆ ในยุคนั้นอย่างโพลีเอสเตอร์ พลาสติก หรือไฟเบอร์กลาส มาใช้ร่วมด้วย โดยยังคงใจความสำคัญคือ รูปทรงต้องไม่ซับซ้อน และไม่มีรายละเอียดมากจนเกินไป ทั้งยังต้องคำนึงถึงสัดส่วนและสรีระของผู้ใช้งาน ด้วยวิธีการคิดแบบนี้ ส่งผลให้บรรดานักออกแบบสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นไอคอนแห่งยุคออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น เก้าอี้หวายงานดีไซน์ของ Hans J. Wegner ที่อาจจะเคยตั้งอยู่ในบ้านของใครหลายคนตอนที่ยังเป็นเด็ก หรือจะเป็น Lounge Chair และ Ottoman ของคู่รักดีไซเนอร์ Charles & Ray Eames ที่กลายมาเป็นมาสเตอร์พีซในตำนานที่ยังคงพบเห็นได้ทั่วไปตามโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำ ฯลฯ
ด้านแฟชั่นการแต่งตัว เมื่อสิ้นสุดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้คนต่างยินดี มีอิสรเสรี และเริ่มที่จะสนุกสนานกับการแต่งตัวกันได้มากขึ้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้สะท้อนผ่านสีสันและลูกเล่นของเสื้อผ้า อุตสาหกรรมแฟชั่นมีความเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด นับแต่ยุค Debut ตามมาด้วยยุคแห่ง Rebellion & Individuality ผู้ชายอิตาเลียนเป็นคนกลุ่มแรกที่เปลี่ยนสูทใหญ่เทอะทะ ให้กลายเป็นสูทขนาดพอดีตัวและมีปกแคบ (Italian Sleek) ทั้งการกล้าที่จะมิกซ์แอนด์แมตช์ ไอเท็มต่างๆ เราได้เห็นแฟชั่นไอคอนของโลกเกิดขึ้นในยุคนี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Elvis Presley, James Dean, The Beatles, Steve McQueen ซึ่งล้วนมีสไตล์อันเป็นภาพจำของคนทั่วโลก
ทำไม ‘มิดเซ็น’ จึงกลับมาฮิต? ก็เหมือนกับเทรนด์ของดนตรีในยุคก่อนๆ เพลงยุคเก่าที่เป็นผลงานชิ้นเอก นำกลับมาฟังเมื่อไรก็ยังเพราะ หรือจะเป็นแฟชั่นที่รีรันกันได้ใหม่ โดยนำแรงบันดาลใจมาสร้างสรรค์ให้มีกลิ่นอายร่วมสมัย กลุ่มคน Gen Y หรือชาวยุค Millennials Generation (เกิดในช่วงปีค.ศ. 1980-1998) ซึ่งเป็นคนวัยทำงานในขณะนี้ ต่างก็เติบโตขึ้นมาพร้อมกับงานออกแบบของคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ซึ่งเป็นชาวเบบี้บูมเมอร์ ซึ่งทำให้คุ้นเคยกับทั้งสไตล์เสื้อผ้าในยุคของคุณพ่อคุณแม่ เฟอร์นิเจอร์ และบรรยากาศอันแสนอบอุ่นในห้วงเวลานั้นกันเป็นอย่างดี เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี ก็มีความคุ้นเคยกับอินเทอร์เน็ต เมื่อได้มีโอกาสทำความรู้จักกับงานออกแบบแนวนี้ผ่านทางออนไลน์ หรือแม้การได้สัมผัสผลงานงานออกแบบสไตล์มิดเซ็นจูรีโมเดิร์น ผ่านการรีโปรดักชันงานในยุคนั้นขึ้นมาใหม่ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่งานออกแบบที่เจ๋ง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบ้าน หรือแฟชั่นที่เป็นมาสเตอร์พีซในยุคมิดเซ็น จะกลับมาเป็นกระแสฮิตอวดโฉมกันอีกคราในยุคนี้
แล้วทีนี้หลายๆ คนก็น่าจะเข้าใจถึงเทรนด์ฮิตดังกล่าวที่กำลังกลับมาเฟื่องฟูกันดีขึ้นแล้ว และถ้ากลัวว่าจะตกเทรนด์ งานนี้ก็ต้องลอง Mid Cen กับเขากันดูสักหน่อยแล้ว!