22/04/2017
**ปราศจากน้ำตาล หรือ Sugar Free นี่ตกลงมันดีต่อใจจริงหรือ?
ในอาหารและเครื่องดื่มส่วนใหญ่ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปในบ้านเราที่อ้างว่ากินแล้วไม่อ้วน(ก้อไอ้พวกยี่ห้อที่พวกฝรั่งมันทำมาหลอกขายเรานั่นแหละครับ) จะใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล(artificial sugar)อยู่2ตัวหลักๆ
ก่อนซื้อถ้าเป็นไปได้หลีกเลี่ยงเถอะครับ สารสังเคราะห์ทั้งหมดบนโลกเสี่ยงอันตรายทั้งนั้นครับถ้าใช้มากๆหรือบ่อยๆหรือใช้เป็นประจำ
มากแค่ไหนถึงอันตราย? ไม่มีใครมีเครื่องวัดปริมาณฯติดตัวกันหรอกจริงไหมครับ(จริงๆมันก้อมีขายนะครับเป็นชุดน้ำยาหยดเทสต์สารเจือปน แต่วิธีที่ดีกว่าการไปเสียเงินซื้อน้ำยาเทสต์คือเลือกบริโภคน้ำตาลแบบบ้านๆเรา(น้ำตาลอ้อย น้ำตาลมะพร้าว หญ้าหวาน น้ำผึ้ง)และบริโภคในปริมาณที่พอดีๆ ดีกว่าไหมครับ?) ดังนั้นเลี่ยงได้เป็นเลี่ยงนะครับ
วิธีขั้นต้นในการป้องกันตนเอง แนะนำให้อ่านส่วนผสมหลังฉลากนะครับ ถ้ามี Aspartame หรือ Xylitol ล่ะก้อ สำหรับผม วางมันลงกลับเชล์ฟชั้นวางทันทีครับ คุณก้อควรด้วยเช่นกัน!
**อย่าปล่อยให้ฝรั่งหลอกครับ น้ำมันหมูเมื่อก่อนฝรั่งเขาก็ว่าไม่ดีให้เรากินน้ำมันพืช ทุกวันนี้ฝรั่งเริ่มหันมาบริโภคน้ำมันหมูน้ำมันมะพร้าวกันหน้าเฉย ผลงานวิจัยฝั่งตะวันตกเป็นเปเปอร์ปัจจุบันกลับบอกว่าดี ส่วนน้ำมันพืชที่ฝรั่งเคยบอกว่าดีตอนนี้กลับออกมายอมรับบอกอันตราย เอ๋าาาา!
แล้วตอนนั้น ที่คุณฝรั่งเคยมาสอนหมอไทยให้มาสอนคนไทยอีกต่อ บอกให้คนไทยเลิกกินน้ำมันหมูน้ำมันมะพร้าวแล้วแนะให้คนไทยซื้อน้ำมันพืชกินคืออะไร? คือผลประโยชน์ทางการค้าไงครับ (ฝรั่งหลอกดาว!) ไหนจะกะทิเอย มะพร้าวเอย ทุเรียนเอย อะไรต่อมิอะไรมากมายที่ฝรั่งเคยห้าม สุดท้ายทั้งฝรั่งทั้งญี่ปุ่นก้อเหมาเครื่องบินบินตรงมาขอซื้อไอ้ที่พวกเขาเคยห้ามพวกเราบริโภคไว้ไปกินกันเองเสียอย่างนั้น ........ไม่จริงหรอครับคนไทย!!??
งานวิจัยนี้กล่าวว่า การดื่มเครื่องดื่มที่มีการใช้น้ำตาลเทียม (Artificially sweetened beverages) เพิ่มโอกาสเสี่ยง ในขณะที่เครื่องดื่มที่มีการใช้น้ำตาลทั่วไป (Sugar sweetened beverages) ไม่มีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงนี้
CR.http://stroke.ahajournals.org/content/early/2017/04/20/STROKEAHA.116.016027