16/02/2022
😊 เรื่องราว ประสบการณ์ครั้งแรก ของการขึ้นภูกระดึง
วันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ ชื่อทริป #สง่าชัยทราเวลทัวร์
นัดเพื่อน 4 คน แต่วันมา เหลือแค่ 3 คน 🤣
อันที่จริงเราเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯตั้งแต่วันที่ 10 ด้วยรถส่วนตัว แล้วไปหาที่พักใกล้ๆทางเข้าอุทยานฯก่อนขึ้น 1 คืน
☘️ ขาขึ้น วันที่ 11 ราวๆ 10:30 แค่เดินพ้นป้ายทางขึ้นก็หายใจเหนื่อยหอบกันแลัว เห็นทางชันแบบนี้ก็เลยคุยกัน 3 คน ว่ายังมาไม่ได้ไกลนะ เปลี่ยนใจลงยังทันนะเว่ย แต่เอาจริงไม่มีใครเปลี่ยนใจนะ ตั้งหน้าตั้งตาเดินขึ้นต่อไปเหมือนกลัวเสียดายค่าเต๊นท์ 😆
☘️ ระหว่างทางเจอนทท.เดินลงสวนมา บางคนก็ยิ้มให้ บางคนก็แซวว่า”โดนหลอกมาเดินปะ” “คนไหนเป็นคนชวนเพื่อน” เออนี่แหละสีสันขาขึ้น 555 พอมาถึงซำแฮกนี่วิ่งหาน้ำเปล่ากันอย่างไวเลยจ้า นั่งพักกันอีกสักครู่ก็เดินต่อ ผ่านซำไหนก็แวะพักกันทุกซำ พอพ้นซำแคร่มาทางจะชันมาก บางช่วงต้องขึ้นบันไดสูงๆ บางช่วงเป็นหิน ต้องระวังลื่นให้ดี สุดท้าย เรา 3 คนก็มาถึงหลังแปได้ ตอนนั้นเป็นเวลา 15:00 น. บนหลังแปอากาศเย็นสบาย มีลมพัดตลอด
☘️ ถ่ายรูปป้ายผู้พิชิตภูกระดึงเสร็จก็มานั่งเหยียดขาหน่อย เพื่อเตรียมเดินทางราบต่ออีกประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงลานกางเต๊นท์ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว(วังกวาง) ขาขึ้นมาถึงหลังแปก็เหนื่อยละเราเลยเดินกันมาช้าๆ เจอจังหวะแสงสวยๆก็หยุดถ่ายรูปบ้าง พอผ่านต้นสนเดียวดายมา อีกพักใหญ่ๆก็มาถึงลานกางเต๊นท์วังกวาง จากนั้นไปติดต่อขอรับสัมภาระที่จ้างลูกหาบ พร้อมกับเพื่อนอีกคนไปติดต่อเรื่องเต๊นท์
☘️วันที่ 12 จุดหมายเราคือไปดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ระยะทางจากลานกางเต๊นท์ประมาณ 9 กิโลเมตร เริ่มออกเดินเกือบๆเที่ยง แวะขอพรองค์พระพุทธเมตตา ผ่านสระอโนดาต ผ่านผาเหยียบเมฆ ฯลฯ ช่วงก่อนถึงผาหล่มสัก ฝนตกลงมาหนักมาก โชคดีที่ทุกคนพกเสื้อกันฝนติดตัวมาด้วย แล้วพวกเราก็มาถึงผาหล่มสักซึ่งนับเป็นที่ดูพระอาทิตย์ตกยอดนิยมบนภูกระดึง เวลา 17:30 มีเวลาถ่ายรูปเยอะมากก่อนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไป ขากลับจากผาหล่มสักไปลานกางเต๊นท์ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร แต่มีความยากคือทางเดินจะมืดควรมีไฟฉายติดตัว และอากาศจะเย็นลงมาก เสื้อใครบางๆนี่น่าจะมีหนาวอะ เดินไปเรื่อยๆชิวๆ ชวนกันคุยเรื่อยเปื่อย ประมาณ 2 ชม.ก็กลับถึงลานกางเต๊นท์
☘️วันที่ 13 เตรียมตัวลงเขากันแล้ว ล้าจากเมื่อวานมากเลยตื่นค่อนข้างสาย ทำให้ต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวและเก็บกระเป๋าเพื่อจ้างลูกหาบก่อนเวลา 10:00 โชคดีที่ไปถึงแล้วยังมีลูกหาบรอรับกระเป๋าอยู่ โล่งใจละไม่ต้องแบกลงเองก็เลยไปกินข้าวได้เติมพลังก่อนเดินลง ขาลงเป็นอะไรที่ไม่เหงาเลยเพราะได้เพื่อนร่วมทางมาเพิ่มหลายคนเดินไปพร้อมๆกัน หยอกล้อกันบ้าง พลัดกันถ่ายรูปให้กันบ้าง เราเริ่มลงจากหลังแปประมาณ 14:00 ขาลงสังเกตได้ว่านทท.เดินขึ้นน้อยมากถ้าเทียบกับวันที่เดินขึ้น เราก็พยายามส่งต่อรอยยิ้มและกำลังใจที่ได้รับจากวันที่เดินขึ้นให้นทท.ที่เดินสวนทางมาทุกคน ส่วนใหญ่จะยิ้มกลับมา ก็กลายเป็นว่าเราได้ชาร์ตพลังบวกเพิ่มขึ้นไปอีกนะ และในที่สุดพวกเราลงมาถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวศรีฐาน ตอนนั้นก็ประมาณ 17:30 หลังจากนั้นก็ไปจ่ายตังค่าจ้างลูกหาบและนำสัมภาระไปเตรียมตัวขึ้นรถเดินทางกลับบ้าน 👋🏼
ขอบคุณเพื่อนร่วมทางดีๆ
☘️แก๊งเสื้อฝน มี 4 คน เจอครั้งแรกแถวๆซำกอซาง เราไปหลอกให้ซื้อเสื้อกันฝน เกือบไม่ได้ใช้แล้ว ถ้าตอนไปดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสักฝนไม่ได้ตกนะ 5555555 หลังจากนั้นก็ได้เดินทางกลับลานกางเต๊นท์พร้อมกัน ระหว่างทางได้คุยกันหัวเราะสนุกกลางแสงจันทร์ รู้สึกคุยกันถูกคอมาก จนไม่รู้สึกว่าเดินเหนื่อยเลย🤨 ตอนขาลงก็ได้แก๊งนี้มาลงพร้อมๆกันด้วย เฮฮามาก 🤣
☘️พี่ฝน ร้านทับแก้ว คืนแรกจะไปหาซื้อน้ำดื่มแหละก็เลยเดินไปทางโซนร้านค้า แต่ว่าร้านปิดหมดแล้วจ้า เหลือแค่ร้านนึงยังเปิดไฟอยู่ เดินเข้าไปใกล้หน่อยก็รู้ว่าเป็นร้านกาแฟก็ลองถามว่ามีน้ำขายมั้ย บาริสต้าบอกว่าไม่มี แต่เอาน้ำมาให้กินฟรีๆเลยจ้าชื่นใจมากตอนนั้น บาริสต้าแทนตัวเองว่าพี่ฝน เราก็เออดีไม่ต้องหลอกถามชื่อละ 555 พอคืนที่สองเลยชวนเพื่อนๆไปนั่งร้านนี้ พี่ฝนก็น่ารักมากดูแลน้องๆดีเกินน เพื่อนขาเจ็บก็อุตส่าต้มน้ำร้อนมาให้แช่เท้า ขาดเหลืออะไรพี่ฝนก็หามาให้ฟรีๆ 🥰 พอวันกลับก็พาไปถ่ายรูปมุมลับๆอีก
☘️ได้เจอเด็กน้อยมาเที่ยวคนเดียว ชื่อหอม เป็นผู้หญิงตัวเล็กที่ใจกล้ามาก เจอครั้งแรกที่สระอโนดาต น้องเดินมาให้เราช่วยถ่ายรูปให้ เห็นว่ามาคนเดียวก็เลยชวนให้เดินไปด้วยกัน (จริงๆแล้วก็เดินด้วยกันจนถึงด้านล่างเลยนะ) แรกๆน้องก็ไม่ค่อยคุยหรอก แต่พอเริ่มคุ้นกันเท่านั้นแหละ
พูดเก่งเว่อ 😆
😎ขอบคุณสำหรับมิตรภาพของการเดินทางที่เราไม่รู้ว่าจะได้เจออะไรที่ดีแบบนี้และไม่ผิดหวังที่ได้เจอทุกๆคน มาภูกระดึง มากกว่าได้มาท่องเที่ยวก็คือมิตรภาพดีๆที่ได้พบเจอแหละ ☺️