KhunKanlaya อร่อย เผ็ด แซ่บ ถูกอกถูกใจ ทุกคน We careful

ชี้เป้า
23/01/2025

ชี้เป้า

26/12/2022

🌈สินค้าพร้อมจัดส่ง📦
500 บาทขึ้นไป ส่งฟรีทั่วไทยทาง J and T หรือ Kerry
1.คอนเฟลกชีส+เบคอน+Almond ลิตรละ250 บาท
2.น้ำพริกเผากุ้งสูตรโบราณไม่หวาน 120 บาท
3.น้ำพริกมะขามอ่อนหมูสับ 120 บาท
4.น้ำพริกนรกอกไก่กรอบ 120 บาท
5.น้ำพริกนรกไตปลาแห้ง 120 บาท
6.สามแซ่บไฮโซ(แมคคาเดเมีย,หิมพานต์,อัลม่อน) 120 บาท
7.หิมพานต์เมี่ยงคำ ห่อใหญ่ 250 กรัม 250 บาท
#อยากทานอะไรจิ้มที่ลิงค์มาได้เลยค่ะ

https://lin.ee/jwwivyR
หรือ
โทร 0840813333

18/12/2022

#อยากรวย #ต้องเลิกทำงานคนเดียว
ใช้เงินทำงาน สร้างทีมงาน
จะได้เอาเวลาที่เหลือ ไปหาเงิน
แจก 3 เคล็ดลับ+ความเข้าใจธุรกิจอาหาร
ทำไมต้องสร้างทีม และบริหารให้เป็น
ถ้าคุณเคยเห็น ร้านที่ขายดีจากการทำคนเดียว
เช่น ขนมเค้ก ร้านขนม ร้านข้าวอาหารตามสั่ง
หรือร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านส้มตำหน้าปากซอย
ไม่ว่าจะเป็นสูตรคุณแม่ คุณยาย สูตรโบราณ
ร้านเหล่านี้ดูจะเป็นร้านอร่อย ที่คนเต็มร้าน
ผมเคยได้พบกับเจ้าของร้านและถามคำถามว่า
ขายดีขนาดนี้ พี่ไม่คิดจะขยายสาขาบ้างหรอครับ
คนมันแน่นจนนั่งไม่พอแล้ว
คำตอบก็คือ อยากขยายนะ แต่ที่ร้านไม่มีคน
ทุกวันนี้ออกจากร้านไม่ได้เลย เพราะปัญหาเยอะ
เมื่อคุณไม่มีเวลาไปบริหาร
คุณก็จะเจอปัญหาซ้ำๆเดิมๆ
เพราะคนสำเร็จส่วนใหญ่
จะให้พนักงานทำงานที่ง่ายๆ
แต่เสียเวลาเยอะ
แต่เจ้าของร้านต้องถอยไปมองภาพรวม
วันนี้ผมจะแชร์ประสบการณ์ที่ผมเคยเจอ
จากการที่เจ้าของหลายคนไม่อยากสร้างทีม
และชอบคิดว่าต้องทำคนเดียว
ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น การสั่งของ นับสต๊อก
คุณอาจจะไม่ต้องลงไปนับสต๊อกเอง
ให้เด็กไปนับ แล้วคุณเป็นคนควบคุมการสั่ง
หลายคนเถียงต่อว่า เคยจ้างคนมาแล้ว
แต่อยู่ไม่ได้สักคน เพราะไม่ทนงาน ไม่สู้งาน
ลองย้อนกลับไปที่สิ่งที่คุณสอนเขา
มีขั้นมีตอน มีลำดับ หรือมีวิธีการสอนที่ดีหรือยัง
สาเหตุที่พนักงานลาออกส่วนใหญ่
ไม่ใช่พนักงานไม่เก่ง แต่เป็นเพราะ
สื่อการเรียนการสอน หรือแผนการสอนไม่ดี
ถ้าเข้ามาวันแรก คุณให้พนักงานวิ่งวุ่น
หยิบนู้น หยิบนี่ ทอดนั่น ย่างนี่
มั่วไปหมด โดยที่ยังไม่เคยสอนว่า
อะไรอยู่ตรงไหน และวันแรกควรเริ่มจาก
การเข้าใจวัตถุดิบและเมนูก่อน
พนักงานก็ลาออกกันหมดแน่ๆ
นอกจากนี้บางร้านมองว่า ร้านยังเล็ก
ถ้าทำเองคนเดียว กำไรก็เก็บไว้คนเดียว
ก็จริงอยู่ที่ว่าการทำคนเดียว
เงินทุกบาทเป็นของคุณ แต่คุณอย่าลืมว่า
ร่างกายของเราที่ใช้ไปในทุกวัน
มันก็คงแก่ชราขึ้นเรื่อยๆ ถ้าหากต้องการยั่งยืน
หรืออยากที่จะรวยขึ้นดีขึ้น
ก็ทำไม่ได้เพราะเวลามีแค่นี้
เลิกอยากรวยจากการทำอะไรคนเดียว
เริ่มหันมาสร้างทีม
สร้างคนและถอยมาบริหารได้แล้ว
เพื่อให้ร้านของคุณยั่งยืนและขยายไปได้
เทคนิค 3 ข้อที่จะช่วยให้คุณรวย
จากการเลิกทำงานคนเดียว
#1รู้ก่อนว่างานที่ร้านต้องทำอะไรบ้าง
ลองจดเป็นลิสออกมาว่าตั้งแต่ที่เราตื่นเช้าแต่ละวัน
เราเริ่มเดินไปที่ไหน หยิบจับอะไรก่อน เช่น
เปิดไฟดวงไหนก่อน เข้าไปหุงข้าวก่อนอันดับแรก (สุกช้า)
เริ่มไปเอาวัตถุดิบที่แช่แข็งออกมา เพื่อทำละลาย
ไปรับผักที่มาส่งตอนเช้า มาเด็ดและจัดเก็บ
และเตรียมวางขวดซอส ให้เข้า Station การทำงาน
จดใส่กระดาษให้หมด
ตั้งแต่วันจันทร์ - อาทิตย์
เพื่อให้คุณรู้ว่า ชีวิตคุณทำอะไรอยู่บ้าง
นั่นคือคู่มือที่จะจัดทำเพื่อเป็น SOP ที่ดีที่สุด
#2เขียนปัญหาที่เจอแต่ละวันเก็บไว้พร้อมวิธีแก้
เมื่อใดที่เปิดร้านอาหาร ชีวิตจะวุ่นวาย x100
ปัญหาแต่ละวัน แต่ละร้านไม่เคยเหมือนกัน
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรทำ คือเข้าใจปัญหาด้วย
หลายๆครั้งที่ปัญหาต้องเป็นเจ้าของร้านแก้
เพราะคุณคิดว่าคุณทำสิ่งนั้นได้คนเดียว
ไม่มีใครแก้ได้หรอก แต่ถ้าคุณเขียนออกมา
100 วัน 100 ปัญหา 100 วิธีแก้
มันก็เป็นคู่มือที่จะให้พนักงานทำต่อได้แล้ว
และพนักงานก็ไม่ต้องมาเจอปัญหาเดิมๆ
#3เริ่มคิดว่ารายได้ที่เราได้จากการทำคนเดียว
พอเพียงที่จะแบ่งมาเป็นเงินเดือนจ้างคนเพิ่มกี่คน
สมมติว่าเราขายดีมาก อาหารหมดตั้งแต่บ่ายสอง
ทำคนเดียว ได้กำไร 5 หมื่นบาทต่อเดือน
คุณก็อาจจะจ้างคนได้ 1-2 คน
และสามารถเปิดได้ถึง ช่วงค่ำ
รับลูกค้าช่วงเย็นได้อีก รายได้ก็มากขึ้นอีก
โดยที่คุณไม่ต้องลงมาทำเอง
ถอยไปบริหารภาพใหญ่
คุณก็มีโอกาสได้เงินเพิ่มมากมายจากขยายทีม
สรุปคือ ไม่มีอะไรที่คุณทำได้คนเดียวหรอก
จริงๆทุกอย่างคนอื่นทำแทนได้ทั้งนั้น
ถึงแม้ว่า พนักงานที่จ้างมา จะผัดเองไม่ได้
แต่เขาสามารถช่วยนับของ ขึ้นของ เตรียมของให้ครบ
เพื่อให้อาหารของเราไม่ขาดตอน และขายได้ยาวๆ
====================
ขอขายของ 5 บรรทัดสุดท้ายตรงๆ
หากคุณชอบอ่านบทความแบบนี้
ยังมีเนื้อหาแบบนี้ใน E-Book
108 คำถามที่ร้านอาหารต้องรู้
สั่งซื้อราคาพิเศษ 239 บาท
(ทั้งหมด 189 หน้า ละเอียดทุกบท)
ราคานี้ เหลืออีก 100 สิทธิ์เท่านั้น
Inbox : m.me/kaideegun
====================
#ขายดีไปด้วยกัน

23/11/2022

Christmas 2022

บ๊ะจ่าง
02/06/2022

บ๊ะจ่าง

บะจ่าง จากข้าวฟ่างถึงข้าวเหนียว

บะจ่าง เป็นคำยืมภาษาจีนว่า 肉粽 แปลว่า ขนมจ้างไส้เนื้อ

บะจ่าง หรือ จ้งจื่อ(粽子) ในยุคแรกใช้ข้าวฟ่างไม้กวาด เรียกว่า เจี๋ยวสู่(角黍) แปลว่า ข้าวฟ่างเขาสัตว์ ต่อมาเรียกว่า จ้ง(粽) หรือ จ้งจื่อ(粽子) คำว่า จ้ง(棕) เดิมใช้อักษร 椶 ในพจนานุกรมซัวเหวินเจี่ยจื้อ《説文解字》 เป็นพจนานุกรมสมัยราชวงศ์ฮั่น อธิบายว่า 糉 หมายถึง ข้าวห่อใบอ้อ ต่อมาชาวบ้านนิยมใช้อักษร 粽 เรียกจนถึงปัจจุบัน แม้ในซัวเหวินเจี่ยจื้อยืนยันว่ายุคแรกใช้ใบอ้อ แต่ในยุคต่อมาใช้ใบไม้อื่นแทนใบอ้อ

黍 แปลว่า ข้าวฟ่างไม้กวาด

ในเอกสารสมัยราชวงศ์ถังชื่อว่า ชูเสวียจี้《初學記》 มีข้อความอธิบายเพิ่มโดยอ้างเอกสารสมัยราชวงศ์เหลียงชื่อ ซวี่ฉีเสียจี้《續齊諧記》ว่า ในวันที่5เดือน5 คือวันที่ขุนนางภักดีนามคุกง้วน หรือ ชวีหยวน(屈原) โดดน้ำตาย คนเซ่นไหว้ด้วยด้วย เจี๋ยวสู่(角黍) โดยทำอย่าง ถ่งจ้ง(筒粽) คือ ข้าวหลาม โดยเอาข้าวบรรจุลงกระบอกไม้ไผ่แล้วโยนลงน้ำ ในสมัยราชวงศ์ฮั่นมีคนนึงฝันเห็นวิญญาณชวีหยวน วิญญาณแจ้งว่างูและมังกรมาลักขโมยกินข้าวในกระบอกไม้ไผ่ แนะนำว่าเวลาเซ่นไหว้ให้เอาใบหน่อไม้น้ำ(菰)ปิดปากกระบอกไม้ไผ่ ผูกด้วยเชือกเบญจรงค์ งูและมังกรจะกลัวไม่กล้ากิน

เรื่องเล่านี้ทำให้คนรุ่นหลังเชื่อว่าการไหว้ขนมจ้างคือการเซ่นไหว้ขุนนางคุกง้วน หรือ ชวีหยวน(屈原)

ของเซ่นไหว้ ต่อมาคนไม่ใช้ข้าวหลามเซ่นไหว้เพราะขั้นตอนยุ่งยาก ต้องหากระบอกไม้ไผ่ การไหว้ด้วย ถ่งจ้ง หรือข้าวหลาม ถูกแทนที่ด้วยขนมจ้าง หรือ จ้ง(粽) แบบทั่วไปมาเซ่นไหว้แทน ใบไม้ที่เอามาอุดปากกระบอกไม้ไผ่ถูกนำมาห่อข้าวแทนการบรรจุข้าวลงกระบอกไม้ไผ่

ใน ชูเสวียจี้ อธิบายว่าคนเอาใบไม้ปิดปากกระบอกเพื่อกันงูและมังกรมาขโมยของกินในกระบอก แต่แพทย์จีนสมัยราชวงศ์หมิงนาม หลี่สือเจิน(李時珍) อธิบายว่าใช้เซ่นไหว้คุกง้วนและเอาโยนลงแม่น้ำเป็นอาหารของงูและมังกร แพทย์หลี่สือเจินอธิบาย คำว่า 角黍 ในตำรา เปิ่นเฉ่ากังมู่《本草綱目》 ว่า

"俗作粽。古人以菰蘆葉裹黍米煮成,尖角,如棕櫚葉心之形,故曰粽,曰角黍。近世多用糯米矣。今俗五月五日以爲節物相饋送。或言祭屈原,作此投江,以飼蛟龍也。"

(ชาวบ้านเรียกมันว่า จ้ง คนโบราณใช้ใบหน่อไม้น้ำและใบอ้อห่อข้าวฟ่างต้มให้สุก ปลายแหลมอย่างเขาสัตว์ รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนใบจงหฺลวี(棕櫚 แปลว่า ต้นตาล) จึงได้ชื่อว่า จ้ง และ เจี๋ยวสู่(ข้าวฟ่างเขาสัตว์) ในช่วงนี้ใช้ข้าวเหนียวกันมาก ชาวบ้านใช้เป็นของกำนัลมอบให้กันในวันที่5เดือน5 หรือใช้เซ่นไหว้คุกง้วน โยนสิ่งนี้ลงแม่น้ำเป็นอาหารแก่งูและมังกร)

ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าคนจีนเปลี่ยนจากกระบอกข้าวหลามมาเป็นข้าวห่อใบไม้ในสมัยใด แต่จากข้อมูลของหลี่สือเจินระบุว่าในยุคสมัยตนมีการมีการใช้ข้าวเหนียวมากขึ้น แสดงว่าการใช้ข้าวเหนียวทำบะจ่างเริ่มนิยมในสมัยราชวงศ์หมิง และกลายเป็นแบบแผนของบะจ่างในปัจจุบัน

許慎:《說文解字》
李時珍:《本草綱目》
徐堅:《初學記》
吳均:《續齊諧記》

แอดมินขอความช่วยเหลือครับ

การทำกลุ่มมีค่าใช้จ่ายมาก ต้องค้นคว้านอกสถานที่ แอดมินต้องการการสนับสนุนค่าใช้จ่าย ตอนนี้รายได้จากงานประจำไม่พอใช้ เพราะเงินที่สะสมมาหมดไปช่วงโรคระบาด แอดมินต้องการการสนับสนุนค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร เพื่อเป็นกำลังใจในการค้นคว้าต่อไปครัย

พร้อมเพย์ 0924102915
ไทยพาณิชย์ 3352263043

ที่อยู่

100 Soi Phet Kasem 42 Yak1
Bangkok
10160

เบอร์โทรศัพท์

+66840813333

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ KhunKanlayaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์