18/01/2021
ช่วงโควิทแบบนี้ ถ้าใครไม่ได้ออกไปไหนหรือว่า WFH ร้านเรามีบริการส่งชาถึงบ้านด้วยนะคะ เอาไว้ไปจิบเล่นอุ่นๆ ในอากาศสบายๆแบบนี้กันค่ะ วันนี้ก็ขอเอาเคล็บ(ไม่)ลับ มาฝากคนที่อยากลองชงชาอยู่ที่บ้านกันนะคะ 😃
Tea 101 : Guide to brew tea 1
ความหลากหลายของชาตะวันออกนั้นซับซ้อนและน่าประทับใจครับ หลายคนคุ้ยเคยกับชื่อชาขาว ชาเขียว ชาแดง ชาอู่หลง ชาผู่เอ๋อ และอีกมากมาย แต่ละชนิดก็ยังมีแยกย่อยลงไปอีกเป็นสาแหรกตระกูลชาเลยล่ะครับ
หลายๆท่านที่เริ่มดื่มชาคงมีข้อสงสัยว่าแล้วเราจะชงชาอย่างไรถึงจะเหมาะ และดึงเอารสสัมผัสอันยอดเยี่ยมที่สุดของใบชาแต่ละประเภทออกมาได้ วันนี้แอดมีคำแนะนำง่ายๆมาฝากกันครับ
การชงชานั้นคือศาสตร์ที่มีปัจจัยแวดล้อมหลากหลายนะครับ ชนิดของใบชา คุณภาพของใบชา อุปกรณ์ที่ใช้ชง คุณภาพน้ำ อุณหภูมิ หรือแม้แต่เวลาในการชง แต่มีสองปัจจัยที่นักชงชาไม่ว่ามือใหม่หรือวัยเก๋านั้นสามารถควบคุมได้อยู่ครับ 😁
“อุณหภูมิ และ เวลา”
อุณหภูมิในความหมายที่แอดจะสื่อก็คืออุณหภูมิของน้ำที่ใช้ชงชาครับ ส่วนเวลานั้นหมายความถึง ช่วงเวลาที่น้ำและใบชาสัมผัสกันก่อนที่เราจะเทออกมาเป็นน้ำชานั่นเองครับ
วิธีสังเกตง่ายๆก็คือ หากเวลาที่เราใช้ชงชาเท่ากัน น้ำที่อุณหภูมิสูงกว่าจะสกัดส่วนประกอบที่อยู่ในใบชาออกมาได้มากกว่า ส่วนน้ำที่อุณหภูมิต่ำจะสกัดเอาส่วนประกอบที่อยู่ในใบชาออกมาได้น้อยกว่าครับ
ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะสารบางอย่างในใบชาละลายออกมาได้ดีเมื่อเจอน้ำที่อุณหภูมิสูง เพราะฉะนั้นอุณหภูมิที่ชงชาคือปัจจัยที่จะทำให้คาแรคเตอร์หรือรสชาติของชาแตกต่างกันได้นั่นเองครับ 😋
สำหรับเวลาที่ใช้ชงชานั้นยิ่งนานก็ยิ่งสกัดเอารสสัมผัสของใบชาออกมาได้มากขึ้นครับ อันนี้เข้าใจได้ง่ายเพราะสิ่งที่ได้จากการแช่น้ำไว้ในใบชา คือรสและกลิ่นที่สกัดออกมาได้เยอะขึ้นเข้มข้นขึ้นครับ
ทีนี้แต่ละท่านลองสังเกตชาที่เคยชงเคยดื่มดูนะครับ ถ้าเคยชงชาแล้วชามีรสขมฝาดหรือว่ารสเข้มจัดดื่มยาก อันดับแรกลองลดเวลาที่ใช้ชงดูครับ ต่อมาอาจลองลดอุณหภูมิของน้ำ แต่ยังชงด้วยวิธีการเดิมดูก่อน ถ้ารสชาติอ่อนไปก็ลองเพิ่มเวลาอีกสักหน่อยตอนที่เราชง 🤔
ถ้าเราไม่แน่ใจหรือจะลองชงชาดูให้เริ่มลองตั้งแต่น้ำอุณหภูมิต่ำกว่าไล่สูงขึ้นไปเสมอนะครับ แล้วก็ปรับระยะเวลาที่ใช้ชงเอาทีหลังได้ครับ
ส่วนตัวแอดจะเริ่มชงแบบผ่านน้ำก่อนครับ คือไม่ได้แช่ใบชาไว้ในน้ำ ดังนั้นแอดจะสังเกตที่อุณหภูมิที่เหมาะสมเป็นหลักก่อน แล้วค่อยมาปรับความหนักเบาของรสชาติด้วยเวลาที่ใช้ชงทีหลังนั่นเองครับ
มีเทคนิคเล็กน้อยแถมให้นะ ใบชาที่ยังสดใหม่ มีสีเขียวอุดมด้วยกลิ่นดอกไม้ ส่วนมากใช้น้ำอุณหภูมิระหว่าง 60 ถึง 80 องศาเซลเซียสเท่านั้นเองครับ (ชาเขียว ชาขาว ชาเหลือง)
ชาอู่หลงสามารถใช้น้ำอุณหภูมิตั้งแต่ 70 ถึงจุดเดือดที่ 100 องศาเซลเซียสได้เลยครับ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นชาชนิดไหน
ส่วนกระบวนการออกซิเดชั่นมากน้อยขนาดไหนนั้น เราสามารถสังเกตง่ายๆตามสีของน้ำชานี่แหละครับ สีเหลืองอมเขียวอ่อน ไล่ไปเป็นสีเหลือง เพิ่มระดับไปเป็นสีออกน้ำตาลแดง ถ้าสีน้ำชามีโทนอ่อนและสว่าง ให้ลองใช้น้ำอุณหภูมิต่ำกว่าดูก่อนครับ
ชาผู่เอ๋อสุก นิยมใช้น้ำเดือดชง ส่วนชาผู่เอ๋อดิบ ใช้น้ำตั้งแต่ 80 ถึง 100 องศาเซลเซียสครับ มันก็ขึ้นอยู่กับอายุชาและความสุกของใบชานะครับ ถ้าอายุใบชาเยอะหรือชาสุกเองตามธรรมชาติแล้วก็ใช้น้ำเดือดครับ
ชาแดงเหมาะที่จะใช้น้ำอุณหภูมิระหว่าง 80 ถึง 100 องศาเซลเซียสครับ เช่นเดียวกับใบชาที่ผ่านการคั่วไฟหรืออบไฟมานั้น เราก็สามารถใช้น้ำที่อุณหภูมิ 80 ถึง 100 องศาเซลเซียสได้เหมือนกันครับ
นี่คือประสบการณ์ส่วนหนึ่งของแอดที่อยากแนะนำกันนะครับ ซึ่งยังมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการชงชา สำหรับแอด การชงชามีความละเอียด สลับซับซ้อนและประณีต สนุกสนานและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เรียกได้ว่าการชงชาเป็น dynamics เลยล่ะครับ 😋
สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าให้กฎเกณฑ์ต่างๆมากำหนดให้เราไม่แฮปปี้กับการดื่มชาหรือชงชานะครับ เอาง่ายๆเลยไม่ว่าจะชงแบบไหน หากดื่มแล้วชอบ ดื่มแล้วอร่อย ดื่มได้เรื่อยๆก็ถือว่าเหมาะสมและถูกต้องมากๆสำหรับแต่ละบุคคลแล้วล่ะครับ
Enjoy your tea, krub 😊🍵
Credit picture : Pinterest