17/05/2016
อัตราการดื่มกาแฟของคนไทย และอัตราการเติบโตของตลาดกาแฟของไทย
พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
รายงานของสถาบันอาหารระบุว่าจากการเติบโตของธุรกิจร้านกาแฟเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งแต่เดิมคนไทยนิยมดื่มกาแฟสำเร็จรูป แต่ปัจจุบันนั้นคนไทยได้หันมาบริโภคกาแฟคั่วบดกันมากขึ้น เหตุผลหนึ่งมาจากร้านกาแฟที่มีการตกแต่งให้มีความหรูหรา ทันสมัย สร้างบรรยากาศรื่นรมย์เหมาะสำหรับการนั่งดื่มกาแฟ เห็นได้จากอัตราการบริโภคกาแฟของคนไทย ที่พบว่า มีอัตราเพิ่มขึ้นจาก 0.5 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ในปี 2552 เป็น 0.9 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ในปี 2555 แต่ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในเอเชียด้วยกันที่มีการบริโภคสูง เช่น ญี่ปุ่น และบรูไน ที่มีการบริโภคเฉลี่ย 3-4 กิโลกรัมต่อปี
“คนไทยบริโภคกาแฟมาเป็นเครื่องดื่มอันดับหนึ่ง จากอดีตที่ผ่านมา การบริโภคกาแฟของคนไทยถือว่าเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากสถิติเมื่อ 6 – 7 ปี ที่ผ่านมา พบว่า คนไทยดื่มกาแฟอยู่ที่ครึ่งกิโลต่อคน ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่มีวัฒนธรรมการดื่มชา เช่น ญี่ปุ่น ทีมีอัตราการบริโภคกาแฟสูงกว่าต่อคนไทย โดยพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นแบบเห็นผลิตภัณฑ์แล้วตัดสินใจซื้อ คือเข้าไปในร้านเพื่ออยากดื่มกาแฟจริงๆ โดยราคากาแฟทั่วไปที่อยู่ในระดับกลางมีราคาอยู่ที่ 40 – 50 บาท โดยเกิดความคาดหวังว่าเมื่อจ่ายเงินไปแล้วจะได้รับบริการอะไรกลับมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริการ บรรยากาศภายในร้าน”
คนรุ่นใหม่หันมาดื่มกาแฟมากขึ้นส่งผลให้อัตราการเติบโตของกาแฟในทุกตลาดเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมาโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 จนส่งผลให้มูลค่าตลาดกาแฟไทยทะยานขึ้นเกือบ 20,000 ล้านบาท
การทำธุรกิจเปิดร้านกาแฟ ถือว่าเป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคนที่อยากจะมีร้านกาแฟเป็นของตัวเอง ด้วยงบประมาณการลงทุนที่ไม่สูงมากนัก เป็นธุรกิจที่ทำง่าย ได้กำไรดี และใครๆก็บริโภคกัน ดังนั้นจึงเป็นโอกาสในการลงทุนในการทำธุรกิจ หรือเลือกซื้อแฟรนไชส์มาบริหาร
การเติบโตของธุรกิจร้านกาแฟ
จากข้อมูลของสถาบันอาหารระบุว่าในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมาธุรกิจร้านกาแฟเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.4% ต่อปี จากปี 2552 ที่มีมูลค่าทางการตลาด 14,083 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 17,400 ล้านบาท ในปี 2557
คุณพริษฐ์ อนุกูลธนาการ ผู้ช่วยกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทในเครืออโรม่า กรุ๊ป กล่าวว่า ธุรกิจกาแฟถือว่ามีการเติบโตต่อเนื่องทุกปี ถึงแม้ว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงตลอดระยะเวลาตั้งแต่ต้นปี สภาพเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อการลงทุน ทว่าธุรกิจร้านกาแฟ การผลิตของวัตถุดิบกาแฟ การจัดส่ง ไม่ได้รับผลกระทบอะไร ยังอยู่ในสถานะที่รับได้ สภาพเศรษฐกิจไม่ได้ส่งผลกระทบ
ทั้งนี้ ธุรกิจร้านกาแฟ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ คอฟฟี่ช็อปและคาเฟ่ ส่วนที่เป็นคอฟฟี่ช็อปเป็นร้านที่มุ่งขายกาแฟเป็นหลัก อาจมีเบเกอรี่เป็นส่วนประกอบ โดยมีส่วนแบ่งของตลาดร้อยละ 49.0 มูลค่าประมาณ 8,540 ล้านบาท อัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 10.0 เป็นผลมาจากคอฟฟี่ช็อปที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการเข้ามาของผู้ประกอบการใหม่ และคาเฟ่ ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่ขายอาหารประเภทอื่นควบคู่ไปด้วย มีทั้งอาหารว่าง,อาหารจานหลัก โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ คนทำงาน นักศึกษา และครอบครัว ปัจจุบันร้านกาแฟประเภทคาเฟ่ มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 51.0 มูลค่าทางตลาด 8,860 ล้านบาท ของมูลค่าตลาดธุรกิจกาแฟทั้งหมด