ENGI Coffee by AoF

ENGI Coffee by AoF ENGI Coffee by Aof Coffee Shop

มัทฉะ VS ชาเขียวเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ? 🍵🌱
18/02/2025

มัทฉะ VS ชาเขียวเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ? 🍵🌱

12/03/2023

Slow Bar Coffee เชื่อว่าหลายท่านนั้นเป็นผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานกาแฟเป็นกิจวัตรประจำวันกันอยู่แล้ว และอาจจะชื่นชอบการชงกาแฟด้วยตัวเอง วันนี้จึงจะมาบอกเล่าเรื่องราวศิลปะการชงกาแฟของแต่ละวัฒนธรรม มาดูกันเลย!

1. Turkish
-กำเนิดขึ้นที่ประเทศ ตุรกี
-เมื่อปี ค.ศ. 1540
Turkish coffee คือ หม้อต้มขนาดใบเล็ก ด้ามจับยาว ก้นกว้าง คอคอด ปลายบาน มีปากสำหรับเทน้ำหรือของเหลว ทำจากทองแดงหรือทองเหลือง เรียกว่า เชสเว (Cezve) หรือ "ไอบริก" (Ibrik) ซึ่งถูกออกแบบให้มีผลส่งเสริมต่อการสร้างฟองกาแฟ และป้องกันผงกาแฟจากหม้อต้มไม่ให้ไหลลงสู่ถ้วยเรียกว่า ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาเพื่อต้มกาแฟสไตล์ตรุกีโดยเฉพาะ

2. Syphon
-กำเนิดขึ้นที่ประเทศ เยอรมัน
-เมื่อปี ค.ศ. 1830
Syphon คือ วิธีการชงกาแฟที่มีความละเอียดสูง ซึ่งหากในระหว่างการชงมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ก็ส่งผลต่อรสชาติกาแฟได้ โดยวิธีการชงนั้น เริ่มต้นจากการคัดกาแฟคั่วบดที่ต้องการเตรียมน้ำเปล่าสะอาดในอัตราส่วนเท่าๆกันเอาไว้จุดตะเกียงที่อุปกรณ์ด้านล่างที่อยู่ในตำแหน่งของกระเปาะแก้ววางทับแผ่นกรองที่ด้านบนสุดเพื่อทำหน้าที่กรองเอากากกาแฟให้แยกกับน้ำกาแฟที่ได้

3. Drip
-กำเนิดขึ้นที่ประเทศ เยอรมัน
-เมื่อปี ค.ศ. 1908
Drip Coffee เป็นวิธีการชงกาแฟที่ง่าย และสามารถดึงรสชาติ ของกาแฟคั่วบดออกมาได้เป็นอย่างดีด้วยวิธีใช้น้ำร้อนเทผ่าน ผงกาแฟคั่วบดเป็นการแยกน้ำกาแฟกับกากกาแฟออกจากกันด้วยตัวกรอง เพื่อให้น้ำไหลผ่านลงไปในถ้วย โดยแรงโน้มถ่วง ซึ่งการชงแบบใช้กระดาษกรองนั้น จะทำให้ได้ "Drip Coffee" ที่มีรสชาตินุ่มนวล และไม่มีเศษผงกาแฟออกมาจากการกรอง

4. French Press
-กำเนิดขึ้นที่ประเทศ ฝรั่งเศษ
-เมื่อปี ค.ศ. 1929
French Press เป็นอุปกรณ์การชงที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน โดยใช้วิธีแบบแช่กาแฟให้ชุ่มน้ำเพื่อสกัดน้ำกาแฟออกมาวิธีนี้เป็นการดึงรสชาติกาแฟได้ดีมากกว่าการปล่อยน้ำให้ไหลผ่านกาแฟ ซึ่งจะทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นถึงรสกาแฟแท้ๆมากกว่า

5. Moka Pot
-กำเนิดขึ้นที่ประเทศ อิตาลี
-เมื่อปี ค.ศ. 1933
Moka Pot มีหลักการในการสกัดกาแฟที่คล้ายคลึง กับเครื่องเอสเปรสโซ่ซึ่งเป็นการชงโดยใช้แรงดันของน้ำร้อนที่ต้มจนเดือดเกิดเป็นแรงดันน้ำพาน้ำร้อน ผ่านผงกาแฟ เกิดการสกัดตัวออกมาเป็นน้ำกาแฟที่ค่อนข้าง เข้มข้น พร้อมรังสรรค์เป็นเมนูต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย

6. Chemex
-กำเนิดขึ้นที่ประเทศ เยอรมัน
-เมื่อปี ค.ศ. 1941
Chemex คือ อุปกรณ์ชงกาแฟชนิดหนึ่งที่มีกระบวนการดูดซับกาแฟออก จากเมล็ด ซึ่ง มีเทคนิคการชงคล้ายคลึงแบบ "Drip coffee" รูปแบบการชง ก็อาศัยหลักการใช้น้ำร้อนเทผ่านผงกาแฟคั่วบดบนกระดาษกรอง ทำให้มีรสชาติและกลิ่นคล้ายคลึงกัน แต่จะมีความต่างกันที่ "Chemex" นั้นไม่ต้องใช้ดริปเปอร์แต่อย่างใด เพราะโถแก้ว
คาราเฟ่ ถูกออกแบบมาเพื่อไม่จำเป็นต้องใช้ตัวดริปเปอร์รองกระดาษกรอง

7. Aeropress
-กำเนิดขึ้นที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา
-เมื่อปี ค.ศ. 2005
aeropress เป็นการชงแบบเดียวกับ French Press นั่น ก็ คือกาแฟแช่ผงกาแฟในน้ำร้อน แต่เมื่อครบเวลาที่กำหนด ให้ใช้มือกดสร้างแรงดันในการรีดน้ำกาแฟออกมาทำให้ได้รสชาติเข้มข้นกว่า French press

Cr. WorldWide

“เบื้องหลังความอร่อยของร้านกาแฟทั่วประเทศ “☕️
จำหน่ายเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกไทย และ ต่างประเทศ ในราคาปลีก-ส่ง
🛒สอบถาม/ สั่งซื้อ คลิกเลย
https://lin.ee/4n259F9
หรือ Add line Official :
Shopee >>> https://shope.ee/1fkZ2LJ478
Lazada>>> https://s.lazada.co.th/l.YYOp
Website>>> https://www.baramiocoffee.com

12/06/2022

กาแฟ หรือ มัทฉะ มีคาเฟอีน เพิ่มความสดชื่นได้มากกว่ากัน?
เมื่อพูดถึงกาแฟและมัทฉะ เป็นเหมือนอีกหนึ่งสิ่งในชีวิตที่หลายๆคนขาดไม่ได้ วันนี้จะขอไขข้อสงสัย เครื่องดื่มกาแฟหรือมัทฉะอันไหนมีคาเฟอีน เพิ่มความสดชื่นได้มากกว่ากัน?

ใครเคยทดลองแล้วบอกเราหน่อยยย สำหรับคุณกาแฟหรือมัทฉะสามารถเพิ่มความสดชื่นระหว่างวันได้มากกว่ากัน #สายกาแฟ #สายมัทฉะ มีใครเคยเป็นมั้ยครับกินกาแฟหรือชาแล้วนอนไม่หลับทั้งคืน

วันนี้จะบอกเกร็ดความรู้เล็กๆ เกี่ยวกับการเพิ่มเอเนอร์จี้ความสดชื่นของกาแฟและมัทฉะกัน แบบไหนจะทำให้เรารู้สึกตื่นและสดชื่นมากกว่ากัน

ปัจจุบันมัทฉะเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมไม่แพ้จากกาแฟเลย
มัทฉะก็เป็นเครื่องดื่มมีคาเฟอีนเช่นเดียวกับกาแฟ แต่ความน่าสนใจอยู่ตรงที่การปลดปล่อยคาเฟอีน เพิ่มเอเนอร์จี้ ความสดชื่น ของทั้งสองเครื่องดื่มนี้แตกต่างกันอย่างมาก
การปล่อยคาเฟอีนให้พลังงานของกาแฟเหมือนการนั่งรถไฟเหาะความเร็วสูง ทำให้รู้สึกตื่นเต้น ใจเต้นแรง และกระปรี้กระเปร่าอย่างรวดเร็วภายใน 1-3 ชั่วโมง จากนั้นจะลดลงทันที
ขณะที่การปลดปล่อยคาเฟอีนของมัทฉะจะให้พลังงานต่อเนื่องราว 4-6 ชั่วโมง ผ่อนคลาย สงบ และสดชื่นรื่นรมย์กว่าในระหว่างวัน

โดยเลือกรับประทานกาแฟหรือมัทฉะ ก็ขึ้นอยู่กับความชอบแต่ของแต่ละบุคคล ถ้าใครรู้สึกอยากได้เอเนอร์จี้อย่างรวดเร็วกาแฟก็เป็นส่ิงที่ตอบโจทย์ให้คุณ หรือถ้าใครรู้สึกว่าอยากรู้สึกสดชื่นตลอดในระยะยาวๆหลายชั่วโมงการทานมัทฉะก็จะเหมาะสมกว่านั้นเอง

ลองหาเครื่องดื่มที่ใช่ตอบในสไตล์แบบของคุณกัน
------------------------
/
Experiment Cafe
Experiment creates new experiences
มาร่วมกันทดลองสร้างประสบการณ์ใหม่ๆในสไลต์ของคุณ⠀⁣
⁣.



14/02/2022

มารู้จักต้นกำเนิดกาแฟกัน

11/02/2022
02/04/2021
02/12/2020

TEMPERATURE: “อุณหภูมิน้ำกาแฟ” กับบทบาทที่มีผลต่อกลิ่นและรสชาติกาแฟ ☕️
เชื่อเหลือเกินประสบการณ์การดื่มกาแฟของทุกคนต้องเคยเจอกับความแตกต่างของกาแฟในแต่ละร้าน เช่นเดียวกับความหลากหลายทางรสชาติของเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกต่าง ๆ เพียงแค่ 2 ข้อนี้เราก็เริ่มเข้าใจบ้างแล้วว่า กาแฟเป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง และผลไม้ทุกชนิดมีความแตกต่างกันตั้งแต่เรื่องสายพันธุ์ การเพาะปลูก กระบวนการผลิต ซึ่งมีผลต่อการควบคุมและเปลี่ยนแปลงของรสชาติกาแฟทั้งสิ้น
มีปัจจัยต่าง ๆ มากมายหลายประเด็นที่มีผลกระทบต่อรสชาติกาแฟ หนึ่งในนั้นคือปัจจัยที่เรากำลังจะพูดถึง นั่นคือ “อุณหภูมิของน้ำกาแฟ” ที่ถือว่ามีบทบาทในตอนที่กาแฟอยู่ในแก้วของเราแล้ว
เราเจออะไรได้บ้าง เมื่ออุณหภูมิน้ำกาแฟเย็นลง ? ☕️📉📝
จากบทความของ Perfect Daily Grind มีการพูดถึงกลิ่นและรสชาติของกาแฟในแก้วที่เปลี่ยนไปตามอุณหภูมิที่ตกลงไปเรื่อย ๆ
ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 50 ° C
คุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในรสชาติและกลิ่นกาแฟ กลิ่นหอม (Aroma) จะพบได้ยากขึ้น สาเหตุหลักมาจากการลดลงของไอน้ำเมื่อกาแฟเย็นตัวลง (the reduction in vapour being produced as the coffee cools.)
ที่อุณหภูมิระหว่าง 31-50 °C
ความขม (Bitterness) จะเริ่มลดลง ให้กลิ่นที่ซับซ้อนมายิ่งขึ้น เป็นอุณหภูมิที่สามารถจับรสชาติได้สูงที่สุด ส่วนใหญ่จะพบความเป็นกรดและความหวาน (Acidity and sweetness)
ที่อุณหภูมิประมาณ 44 °C
เป็นช่วงที่ความหวานมีความโดดเด่นมากที่สุด และความขมจะพบได้น้อยที่สุดที่อุณหภูมิประมาณ 42 °C
ระหว่างอุณหภูมิ 31-37 °C
มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่อาจจะเกิดสิ่งที่น่าสนใจคือ สารประกอบที่ระเหยจะเผยโฉมออกมา เช่น รสหวาน (sweet), ฟรุ๊ตตี้ (fruity), ดอกไม้ (floral), สมุนไพร (herbal), ถั่ว (nutty) ซึ่งกลิ่นและรสชาติกาแฟจะมีความโดดเด่นมากในช่วงอุณหภูมินี้ เป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมที่เราจะสามารถรับรู้ได้ถึง Character ของกาแฟ
ความเป็นกรดจะสามารถรับรู้ได้ดีที่สุดที่อุณหภูมิต่ำกว่าเช่น 25 °C เมื่อเปรียบเทียบกับที่ 44 °C หรือ 70 °C
ไม่ว่าคุณจะชอบกาแฟร้อนหรือกาแฟเย็น อุณหภูมิของน้ำกาแฟก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติของกาแฟและช่วยเราตามหารสชาติที่ใช่ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังทำให้การดื่มกาแฟธรรมดา ๆ เป็นเหมือนห้องทดลองเล็ก ๆ ที่เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ตัวเราเองสนุกกับการค้นหารสชาติอีกมากมายในเจ้าน้ำผลไม้ที่เรียกว่า กาแฟ อีกด้วย
เพราะกาแฟ ไม่ใช่แค่กาแฟ 🖤

Source
https://perfectdailygrind.com/2019/11/how-temperature-can-impact-your-experience-of-coffee/
https://www.bluekoff.com/Article.aspx?m=view&id=85

18/08/2020
รสชาติกาแฟ
11/08/2020

รสชาติกาแฟ

ที่อยู่

หลังหอนาฬิกา บางทราย ถนน พิพิธ
Chon Buri
20000

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 17:00
อังคาร 07:00 - 17:00
พุธ 07:00 - 17:00
พฤหัสบดี 07:00 - 17:00
ศุกร์ 07:00 - 17:00
เสาร์ 07:00 - 17:00
อาทิตย์ 07:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66811757963

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ENGI Coffee by AoFผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท