22/01/2026
Vintage Christian Dior สร้อยรุ่นนี้ถือเป็นงาน "Couture Costume Jewelry"
1. แหล่งกำเนิดและผู้ผลิต (The German Connection)
• Henkel & Grosse: ในช่วงปี 1950 เป็นต้นมา เครื่องประดับส่วนใหญ่ของ Dior (โดยเฉพาะงานโลหะชุบทองคุณภาพสูง) ถูกผลิตโดยโรงงาน Henkel & Grosse ในเมือง Pforzheim ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นโรงงานที่มีชื่อเสียงระดับโลก
• การตอกโค้ด: หากคุณพลิกดูที่ตัวล็อค (Clasp) หรือหลังจี้ มักจะพบคำว่า "Chr. Dior" ตามด้วย "Germany" และบางรุ่นจะมีการระบุ "ปี ค.ศ." ที่ผลิตไว้ด้วย ซึ่งเป็นจุดที่นักสะสมใช้ตรวจสอบความแท้และอายุของสร้อยครับ
2. สไตล์และการออกแบบ (Byzantine & Baroque Influence)
• ยุคสมัย: ดีไซน์กางเขนประดับพลอยหลากสี (Red, Green, Blue) และมุกแบบนี้ เป็นเอกลักษณ์ของช่วง ปี 1980 -ต้น 1990 ซึ่งเป็นยุคที่แฟชั่นเน้นความหรูหราแบบ "Maximalism"
• Byzantine Style: การใช้รูปทรงกางเขนแบบมีกิ่งก้าน (Maltese Cross) ล้อมรอบด้วยอัญมณีสีสดตัดกับทอง ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะไบแซนไทน์ ซึ่งสื่อถึงความสูงศักดิ์และความมั่งคั่ง
• Tutti Frutti Colorway: การผสมผสานหินสีแดง เขียว และน้ำเงิน ในชิ้นเดียวกัน มักถูกเรียกว่าสีแบบ "Tutti Frutti" ซึ่งเป็นโทนสียอดนิยมของ Dior ในยุคนั้น
3. เทคนิคและวัสดุ (Materials & Craftsmanship)
• Pâte de Verre (Poured Glass): หินสีที่เห็นไม่ใช่พลอยแท้ แต่เป็น "แก้วหลอม" เทคนิคชั้นสูง (มักทำโดย House of Gripoix สำหรับงานระดับไฮเอนด์) ซึ่งจะให้สีที่ลึกและเงางามกว่าพลาสติกหรือเรซินทั่วไป
• 22k Gold Plating: งานวินเทจของ Dior ในยุคนั้นขึ้นชื่อเรื่องการชุบทองที่หนาและทนทาน (Heavy Gold Electroplate) ทำให้แม้จะผ่านมาหลายสิบปี แต่สีทองยังคงดูสว่างและไม่ลอกง่ายเหมือนงานสมัยใหม่
• Faux Pearls: มุกที่ใช้เป็นมุกแก้วเคลือบผิว (Glass-based pearls) ซึ่งจะมีน้ำหนักและสัมผัสที่ใกล้เคียงกับมุกจริงมากกว่ามุกพลาสติก
หาชมกันได้ที่ Psyche Vintagio เร็วๆนี้