นกนางแอ่นทอง Golden Swallow

นกนางแอ่นทอง Golden Swallow ทีมูเล เป็นการอธิบายเรื่องราวดีๆ ในชุมชน

จากฝันกลางใจ... สู่พื้นที่เล็ก ๆ บนผืนดินจริง!.เรื่องเล่าของเด็กน้อยในวันนั้นสู่การลงมือปลูกความฝันด้วยสองมือ.นานมาแล้ว....
01/11/2025

จากฝันกลางใจ... สู่พื้นที่เล็ก ๆ บนผืนดินจริง!.
เรื่องเล่าของเด็กน้อยในวันนั้นสู่การลงมือปลูกความฝันด้วยสองมือ.
นานมาแล้ว... ผมเคยตั้งใจไว้ในใจว่า “สักวันหนึ่ง” อยากมีพื้นที่เล็กๆ ของตัวเอง ที่จะเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ทางเกษตร ทดลองเทคโนโลยีใหม่ ๆ เป็นที่ทำกิน เป็นบ้านที่อบอุ่น และเป็นที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย.
แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความฝันนั้นก็ยังอยู่แค่ในหัวเพราะไม่มีที่ดิน ไม่มีทุน และยังไม่ถึงจังหวะที่จะเริ่มต้นจริง ๆ.
จนเมื่อต้นปีนี้... เหมือนโชคชะตาเข้าข้าง ผมได้มีโอกาสเป็นเจ้าของที่ดินผืนเล็ก ๆ ขนาด เจ็ดไร่ ที่ดินผืนนี้เคยใช้ปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาก่อน พอปล่อยทิ้งไว้นานก็เหลือแต่หญ้าและวัชพืช แต่สำหรับผม... ที่นี่คือ “โลกทั้งใบของความหวัง”.
เริ่มต้นจากความคิด... ที่ยังคิดไม่ออก.
ตอนแรก ผมก็ทำได้แค่ “คิด แล้วก็คิดไม่ออก” ทั้งที่เคยไปดูพื้นที่เกษตรต้นแบบมาหลายแห่ง ทั้งในและต่างประเทศ เวลาไปดูของคนอื่น เราเห็นหมดเลย จุดดี จุดที่ควรปรับ แต่พอเป็นของตัวเอง กลับยืนงงอยู่กลางที่โล่ง แล้วก็หัวเราะออกมาเบา ๆ “555”.
สุดท้ายผมก็เข้าใจว่า “ถ้ารอให้พร้อมทุกอย่าง เราอาจไม่ได้เริ่มสักที” เพราะการเริ่มต้นจริง ๆ มันไม่ต้องสมบูรณ์ แค่เริ่มลงมือก็พอ.
ปรับที่... เพื่อปลูกฝัน.
ที่ดินผืนนี้เป็นพื้นที่ลาดชัน สิ่งแรกที่ผมตั้งใจทำคือ การปรับพื้นที่ให้เป็นขั้นบันได เพื่อกันหน้าดินพัง และช่วยเก็บน้ำฝนไว้ใช้.
หลังจากนั้น ผมก็เริ่มปลูก “ฝันแรก” ลงในดิน โดยปลูก มะคาเดเมียสลับกับกล้วย เพราะพื้นที่นี้ร้อนและแห้ง กล้วยจะช่วยบังแดด เพิ่มความชุ่มชื้น และบังลมให้ต้นมะคาเดเมียได้ดี.
ผมปลูกแบบ 1 แถวของมะคาเดเมียกับกล้วย แล้วเว้นอีก 1 แถว เพื่อเผื่อไว้ปลูกพืชที่ต้องการร่มเงาในอนาคต เช่น กาแฟ โกโก้ อะโวคาโด และพืชสมุนไพร.
ในใจผมเชื่อว่า “ต้นไม้แต่ละต้นคือครูที่สอนเรื่องความอดทน” ทุกต้นที่ปลูก ไม่ได้แค่หยั่งรากในดิน แต่ยังหยั่งรากอยู่ในใจผมด้วย.
แต่จะบอกตรง ๆ ว่า ตอนที่ปลูกจริง ๆ ผมไม่ได้อยู่ที่ชุมชน เลยให้พ่อแม่กับครอบครัวช่วยปลูกให้ทั้งหมด คิดในใจขำ ๆ ว่า “เรานี่ชักจะกลายเป็นผู้จัดการไร่แล้วมั้ง” ฮ่า ๆ.
วางผังชีวิต... ทีละแปลง
แปลงบนสุด เดิมทีผมคิดจะทำเป็นลานจอดรถและจุดชมวิว แต่พอคุยกับพ่อ พ่อบอกว่ามีโอกาสได้รับการสนับสนุนโรงเรือนปลูกผัก เลยเปลี่ยนแผนมาทำ โรงเรือนปลูกผักแทน ให้เป็นแหล่งอาหารปลอดภัยสำหรับครอบครัว และเป็นพื้นที่ทดลองเรียนรู้เรื่องเกษตรในแบบที่เราฝันไว้ รวมถึงสร้างรายได้เข้ามาในครัวเรือน.
แปลงตรงกลาง จะทำเป็น ลานกางเต็นท์ ให้คนมาพัก มานอนฟังเสียงลม เสียงชะนี และดูดาวกลางคืน พร้อมกับปลูกพืชไร่หมุนเวียน เช่น ข้าว ถั่ว ดอกไม้ สลับกันไป.
ส่วนแปลงล่างสุด ผมตั้งใจจะทำเป็น ลานกิจกรรมกลางแจ้ง ให้คนมาออกกำลังกาย มานั่งพัก หรือผิงไฟในหน้าหนาว อาจจัดกิจกรรมเล็ก ๆ ของชุมชนด้วย อยากให้ที่นี่เป็น “พื้นที่ของผู้คน” ที่ใครมามาก็รู้สึกสบายใจและได้พลังกลับไป.
ปลูกต้นไม้... และปลูกใจ.
ผมค่อย ๆ เรียนรู้ว่า “ดิน” ไม่ได้ต้องการเพียงน้ำ แต่ต้องการ “เวลา” และ “คน” เองก็เช่นกัน ต้องการเวลาในการเติบโต ทุกครั้งที่ได้จับเครื่องตัดหญ้าเหงื่อที่ไหลออกมาไม่ใช่ความเหนื่อย แต่คือความสุขที่กำลังค่อย ๆ งอกงาม
ผมมองเห็นชัดเจนว่า เกษตรไม่ใช่แค่การปลูกพืช แต่คือการปลูกความหวัง ปลูกคุณค่า และปลูกชีวิตใหม่ให้ตัวเอง.
ความเชื่อเล็ก ๆ ของผม.
ผมเชื่อว่า...
“ต้นไม้ที่ปลูกทุกต้น ไม่ได้เติบโตแค่ในดิน แต่มันเติบโตอยู่ในใจเรา”
“พื้นที่เล็ก ๆ ที่เราดูแลด้วยใจรัก จะกลายเป็นโลกที่ใหญ่พอสำหรับผู้คนที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ร่วม”
“เมื่อเราลงมือทำ ความฝันจะค่อย ๆ เติบโต เหมือนต้นมะคาเดเมียที่รอวันออกผล”.
และนี่คือจุดเริ่มต้นของผม... จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ บนผืนดินเจ็ดไร่ที่อยากให้กลายเป็น ‘พื้นที่ต้นแบบการเรียนรู้เกษตรและพื้นที่สุขสบายของชีวิต’ เพราะสุดท้ายแล้ว... “ความสุขไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง แต่อยู่ในทุกก้าวของการลงมือทำ”.
ท้ายสุดนี้... มันจะเป็นเรื่องที่ดีมาก หากได้รับคำแนะนำหรือความคิดเห็นเพื่อการสร้างพื้นที่เล็ก ๆ แห่งนี้ เติบโตต่อไปอย่างงดงาม



#คนรุ่นใหม่บ้านห้วยผา
#หนึ่งSawNerh

เรื่องเล่าของ “มะคา” จากหัวสู่ผล.เมื่อย้อนกลับไปกว่า 15 ปีที่ผ่านมา มีลุงคนหนึ่งชื่อ ลุงยศ ซึ่งเป็นเพื่อนของคุณพ่อ ได้แน...
17/10/2025

เรื่องเล่าของ “มะคา” จากหัวสู่ผล.
เมื่อย้อนกลับไปกว่า 15 ปีที่ผ่านมา มีลุงคนหนึ่งชื่อ ลุงยศ ซึ่งเป็นเพื่อนของคุณพ่อ ได้แนะนำพืชชนิดหนึ่งที่ในตอนนั้นแทบไม่มีใครรู้จักเลย นั่นคือ “แมคคาเดเมีย (Macadamia)”.
ในเวลานั้น ครอบครัวของผมมีพื้นที่เพียงประมาณ 5 ไร่ ซึ่งยังไม่เคยมีพืชเศรษฐกิจใดที่สร้างรายได้มั่นคงได้อย่างแท้จริง สิ่งที่ปลูกอยู่ก็มีเพียงข้าวโพด พืชที่ปลูกได้เพียงฤดูฝน และต้องพึ่งพาสารเคมีจำนวนมาก ซึ่งพ่อแม่เองก็ไม่อยากทำต่อไปนัก เพราะไม่ดีต่อสุขภาพและไม่อาจสร้างผลที่ดีได้ในระยะยาว.
หลังจากได้ฟังคำแนะนำของลุงยศ พ่อและแม่ใช้เวลาเพียงสั้นๆ ในการตัดสินใจ พ่อและแม่จึงใช้พื้นที่เล็กๆ แปลงนี้ ปลูกต้นแมคคาเดเมีย ด้วยความหวังว่าในอนาคตจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจระยะยาวของครอบครัว เป็นสถานที่พักผ่อนหลังเกษียณ เป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งนก หนู กระต่าย และอีกมากมาย.
การเริ่มต้นครั้งนั้นไม่ได้มีเพียงครอบครัวเรา หลายครอบครัวในชุมชนก็เริ่มปลูกในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังลังเล เพราะมีคำถามมากมายในใจเช่นว่า “ปลูกแล้วจะขายได้ไหม” “จะออกดอกออกผลหรือเปล่า” “ต้องรอกี่ปีถึงจะเก็บเกี่ยวได้” ความไม่แน่นอนเหล่านี้ทำให้หลายคนยังไม่กล้าเริ่ม.
สี่ปีแรก ครอบครัวเราแทบจะไม่มีการดูแลต้นมะคาเลย ให้น้ำบ้างตามสะดวก และปุ๋ยคอกไม่กี่ครา ไม่เคยพึ่งปุ๋ยเคมีเลย ช่วงหน้าร้อนก็ประสบปัญหาขาดน้ำบ้าง แต่พ่อแม่ก็ยังคงอดทนและดูแลต้นไม้เหล่านี้ด้วยใจรัก.
กระทั่งปีที่ห้า วันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ดอกมะคาเดเมียสีขาวห้อยระย้าออกเต็มต้น กลิ่นหอมลอยคลุ้งไปทั่วสวน ดึงดูดฝูงผึ้งให้บินว่อนทั้งเชิงเขา อีกไม่กี่เดือนต่อมา ผลกลมๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้น และค่อยๆ ร่วงหล่นลงพื้น พ่อกับแม่ช่วยกันเก็บ และค่อยๆ ใช้ค้อนกะเทาะเปลือกแข็งออก กระทั่งเห็นเมล็ดขาวกลมด้านใน พ่อหัวเราะแล้วพูดติดตลกว่า “ในที่สุด...เราจะรวยแล้ว!”.
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ มะคาเดเมีย กลายเป็นเรื่องเล่าประจำหมู่บ้าน ใครมาเยี่ยมพ่อกับแม่ ท่านก็มักจะคั่วมะคาหอมๆ ให้ชิม รสมันกลมกล่อม ปลูกและดูแลด้วยสองมือของพ่อแม่เอง.
กว่า 15 ปีผ่านไป แม้สวนแห่งนี้จะไม่ได้สร้างรายได้มหาศาล แต่กลับกลายเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่มีคุณค่าทางใจ เป็นแหล่งผลไม้หายากที่ใครๆ ก็อยากมาชิมสักครั้ง.
สวนแห่งนี้แม้จะยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ แต่พ่อแม่เรียกมันอย่างเอ็นดูว่า “สวนมะคาโปโข่โด๊ะ” ชื่อที่ทั้งอบอุ่นและมีความหมายพิเศษสำหรับครอบครัวและคนในชุมชน ที่นี่คือพื้นที่แห่งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในวันหยุดสุดสัปดาห์ พ่อแม่จะพาลูกหลานมาวิ่งเล่นเก็บผลไม้ ได้เรียนรู้ธรรมชาติ และอิ่มอร่อยไปกับของดีจากสวน ทั้งมะคา มะม่วง อาโวคาโด กาแฟ แก้วมังกร และอีกสารพัดพืชอาหารที่ปลูกไว้ด้วยใจรัก.
ทุกวันนี้ หากใครผ่านมาแถวนี้ มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ที่นี่แหละ...สวรรค์บนดินแห่งขุนเขาทีมูเล”.
ท่ามกลางร่มเงาของต้นมะคา ลมเย็นที่พัดแผ่วผ่าน เสียงนกร้องในยามเช้า และกลิ่นดินหอมของฟ้าหลังฝน ทุกอย่างช่างราวกับบททวีแห่งขุนเขา วิถีท่ามกลางธรรมชาติ เติมเต็มหัวใจของคนทำสวนได้อย่างภูมิใจ.
แล้วคุณล่ะ… พร้อมจะมาสัมผัส “สวนมะคาโปโข่โด๊ะ” ด้วยกันไหม?.



#คนรุ่นใหม่บ้านห้วยผา

โอกาสแห่งการแผยแพร่.ข้าพเจ้ามีโอกาสเข้าร่วมการประชุม “Just Transition”. ณ เมืองเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ .ต้องบอกว่าเม...
05/11/2024

โอกาสแห่งการแผยแพร่.

ข้าพเจ้ามีโอกาสเข้าร่วมการประชุม “Just Transition”.

ณ เมืองเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ .

ต้องบอกว่าเมืองเจนีวา เป็นเมืองที่ไผ่ฝันประสงค์เยือนมานานยาวนับสามทศวรรษ และเมืองได้มาเยือนต้องบอกกล่าวเลยว่า สวยงาม สะอาด ตระการตา การจราจรไม่ติดขัด น่าอยู่เลยทีเดียว.

แต่ค่าครอบชีพ อาหารการกินแพงกว่าประเทศไทยราว 10 เท่าเมื่อเทียบกับมื้ออาหาร เช่นว่า ก๋วยเตี๋ยวบ้านเราชามละ 50 บาท แต่ที่นี่ ชามละ 15 ฟรังค์ * 38 บาท ราว ชามละ 570 บาท .
ผมมาที่นี่เพื่ออะไรนั้นรือ

ตอบอย่างภาคภูมิใจว่า ผมมานำเสนอชุมชนบ้านเกิดสูสาธารณะโลก ผมนำเสนอว่า :ผมมาตากชุมชนบ้านทีมูเล, เราเรียกตนเองว่าปวาเก่อญอ เราอาศัยอยู่บนภูเขาสูง .

สำคัญ บอกกว่ากับผู้คนทั้งโลกว่า ปัจจุบันมีเยาวชนที่เรียนจบมหาลัยกลับมาอยู่บ้านเพื่อพัฒนาชุมชนบ้านเกิด .

และบอกว่าเพิ่มเติมว่ชุมชนเรามีทรัพยากรอันทรงคุณค่ามากมาย และหนึ่งในนั้นคือ ผลผลิตกาแฟ.

จึงอธิบายที่มาที่ไป และทำไมต้องกลับมาทำกาแฟ เพราะเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตชีวิตความเป็นอยู่ของสิ่งแวดล้อม.

ประกอบกับทดลองดริปให้เพื่อนชาวต่างชาติดื่มด่ำ.

ผลปรากฏว่า ทุกคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ohh man so good 😊 และเกิดมิตรภาพมากมาย.

ประมาณนี้ครับผม
.

#กลุ่มคนรุ่นใหม่บ้านห้วยผา

Pasd

เรื่องของ “แมว”.แมวเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งมีนิสัยขี้เล่น น่ารัก และชอบอาศัยอยู่กับคนเป็นอย่างมาก แต่แมวหลายตัวไม่ชอบอาศัยร่วม...
05/07/2024

เรื่องของ “แมว”.
แมวเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งมีนิสัยขี้เล่น น่ารัก และชอบอาศัยอยู่กับคนเป็นอย่างมาก แต่แมวหลายตัวไม่ชอบอาศัยร่วมกับหมา ผมก็ไม่รู้เป็นเพราะอะไร.
ตั่งแต่จำความได้ แมว เป็นสัตว์ชนิดที่อยู่อาศัยในบ้านผมอย่างไม่ขาดสาย บางตัวมาเพราะเราอยากได้ อยากให้มาอยู่ในบ้าน ดูแลบ้านผ่านการกำจัดหนูบ้าน และอื่นๆ แมวบางตัวมาเพราะไม่มีอาหารกิน ไม่มีที่อยู่อาศัย.
ปัจจุบัน แมว มาอาศัยอยู่ในบ้านจำนวน 3 ตัว ประกอบกับ กำลังตั้งท้องอีก 1 ตัว ไม่อยากคิดว่าหากคลอดออกมา แมวจะมากน้อยเพียงใด.
ในทางกลับกันบ้านมีทั้งแมวและหมา สัตว์ทั้งสองชนิดเวลาประเจอกันมักจะปะทะคารมเป็นประจำ แมวชอบปะทะหมายด้วยคำว่า “แม้วววว” ส่วนมาชอบปะทะแมวด้วนคำว่า “โฮ้งงงงงๆๆ แฮ้งงงงๆๆๆ”.
ทุกวันนี้แมวเจอหมา แมวมักจะหลบ หรือเลี่ยงการปะทะ เพื่อไม่เกิดการสูญเสีย แมงคงคิดในใจว่า ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า นี้แหละเรื่องของแมว.
ขอบคุณครับ ต่าบลึ
#คนรุ่นใหม่บ้านห้วยผา

พือเล่ากา เลอะ อะชี่ปู - ปู่เล่ากาที่นาของเขา.ต้นฝนเป็นฤดูฝนพี่น้องหลายๆ คนทราบกันดีว่าเป็นฤดูกาลแหล่งหารทำนา ประกอบด้วย...
23/06/2024

พือเล่ากา เลอะ อะชี่ปู - ปู่เล่ากาที่นาของเขา.

ต้นฝนเป็นฤดูฝนพี่น้องหลายๆ คนทราบกันดีว่าเป็นฤดูกาลแหล่งหารทำนา ประกอบด้วย การเตรียมพื้นที่ การเตรียมกล้าพันธุ์ข้าว การเตรียมเพื่อให้พร้อมปลูก การปลูกข้าวผ่านการเอามื้อเอาวัน เป็นต้น

ระหว่างเดือนพฤษภาคม-เดือนมิถุนายน คนที่ชุมชนมันจะตื่นเต้นอยู่เสมอ เพราะเรา ลอชี่ปู หรือ ฤดูกาลแห่งการลงนา และพนวกเรามักทำเช่นนี้เป็นประจำ

ลืมบอกไปครับ ก่อนลงนาผู้คนในชุมชนจะอธิษฐานขอพรเพื่อให้พระเจ้าอวยพระ ปกป้อง ในทุกวิ่งอย่างในทางที่ดี และเราได้รับพระพรเป็นอยู่เสนมอมาและจะเสมอไป

วันนี้ขอนำพี่น้องที่อยากจะรู้หารือสัมผัสบรรยากาศฤดูกาลแห่งการลงนา ขณะนี้เราพึ่งเริ่มลงนา เตรียมนาผ่านการไถกลบ เราใช้เวลาที่นี่กว่า 1 อาทิตย์ ในการเตรียมที่เพาะปลูก

แม้นว่าเราใช้เวลานานผ่านแรงงานที่เหนื่อยล้าก็ตาม แต่เราทำงานร่วมกันภายใต้บรรยากาศ ครอบครัว การแลกเปลี่ยนพูดคุย การเอามื้อเอาวัน ทำให้ความเหนื่อยล้าหายไปโดยไม่ถึงมันอีกเลย

เราอยู่ที่นี่ผ่านกระท่อมเล็กๆ กลางใจป่า และเป็นพื้นที่ที่ปูเคยสร้างบ้านพักอาศัยจนท่านเสียที่นี่ ท่านชื่อ เล่อกา มันเป็นอะไรที่น่าใจหายในวันที่ท่านเสียที่แห่งนี้

เมื่อผมจำความได้ก็ไม่ทันได้พบเจอหน้าท่านเลยสักครั้ง ย่า เคยเล่าว่า ปู่เล่าชา ชอบนาพื้นที่นี้อย่างมาก จนลมหายใจสุดท้าย

ย่าเล่าว่า วันสุดท้ายของปูเล่ากา เขาอยู่อาคัยที่นี่เพียงกับเจ้าหมาขาวเพียงลำพัง โดยในคืนนั้นไม่มีใครทราบเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณปู แต่มีเหตุการณ์ที่แปลกอย่างหนึ่งคือ เจ้าหมาขาว กลับมาอย่างวิตกกังวงและพยายามกัดกระโปรงและดึงเพื่อให้ขยับมุ่งหน้าที่ยังพื้นที่นาแห่งนี้

แต่ด้วยไม่ได้คิดอะไร ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ได้ไปนา แต่กลับทำกิจกรรมตามปกติที่บ้านในชุมชน และเจ้าหมาขาวก็เดินกลับไปที่นาเพียงลำพัง

กระทั่งรุ่งเช้า ย่าและลูกๆ พร้อมทั้งญาติ ไปนาตามปกติ แต่พอไปถึงกระท่อมกลับเงียบและเรียกปู่เล่า แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเจ้าหมาขาว ที่นอนรอทางเข้ากระท่อม

และพอไปถึงกระท่อมกลับพบร่องรอย อุจจาระ เกลื่อน เปื่อน เป็นจุดๆ และปู่เล่ากา นอนแข็งตัวและไม่มีลมหายใจแล้ว

ทุกคนอึ้งจนทำตัวไม่ถูก ทุกคนพยายามหาสาเหตุ และคิดว่าคืนนั้นปู่เล่อกาท้องร่วงอย่างหนัก และไม่มีแรง รวมถึงอาจจะไม่ได้รับประทานอะไร จนต้องจากโลกนี้ไปโดยไม่ย้อนคืนกลับมา และถูกฝังร่าง ณ พื้นที่นี้

ครึ่งหนึ่งของนาพื้นนี้ ย่า มอบให้กับคุณพ่อ และคุณพ่อมีโอกาสสร้างกระท่อมหลังใหม่ที่นี่ และที่นี่จะเป็นที่ที่ไม่มีวันลืมปู่และย่า

ผมขอตั้งชื่อพื้นที่นี้ว่า อะชี่ปู หมายถึงนาที่เป็นเจ้าของโดยปูเล่ากา ฉะนั้น ลูกหลาน จะดูแลพื้นที่แห่งนี้ตลอดไปจนกว่าเราจะเจอกันในสวรรค์ สืบไป

ขอบคุณครับ ต่าบลึ

#คนรุ่นใหม่บ้านห้วยผา

เรื่องราวทีมูเลสู่ตำนานเมืองกรุงโรม.ระหว่างวันที่ 3 - 7 มิถุนายน 2567 มีโอกาสไป กรุงโรมประเทศอิตาลี เพื่อร่วมประชุม กับ ...
20/06/2024

เรื่องราวทีมูเลสู่ตำนานเมืองกรุงโรม
.
ระหว่างวันที่ 3 - 7 มิถุนายน 2567 มีโอกาสไป กรุงโรมประเทศอิตาลี เพื่อร่วมประชุม กับ FAO (Food and Agriculture Organization of the United Nations) และ IFAD : International Fund for Agricultural Development ภายใต้องค์กรสหประชาชาติ (UN)

ผมใช้โอกาสเล็กๆ เพื่อนำเสนอเรื่องราวชุมชนทีมูเลผ่านการเล่าเรื่องราวอันงดงามสู่เมืองตำนาน

เริ่มต้นจากกาานำเสนอผ่านภาพประกอบเชื่อมโยงให้เห็นบริบทชุมชนที่มีทรัพยากรป่าไม้ล้อมรอบ และรอบหุบเขา

จากนั้นเล่าว่าคนรุ่นใหม่ที่เรียนจบนอกชุมชนเริ่มกลับมาอยู่ในชุมชนมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน เพราะคนรุ่นใหม่เห็นโอกาสการเป็นผู้ประกอบการ ผ่านทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน อาทิ ชาและกาแฟ เพราะมีอยู่ในชุมชนมากกว่าครึ่งศตวรรษ และที่ผ่านมาไม่มีใครสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากเท่าใด

คนรุ่นใหม่ที่เห็นโอกาสจึ่งกลับมาสร้างมูลค่าผ่านการแปรรูป อาทิ การทำ Washch process dry process Honey process และ การลงมือปฏิบัติคั่วเองทั้งคั่วมือ และคั่วเครื่องแบบควบรวมอุณหภูมิได้ และสร้างตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ ที่มีอัตลักของชุมชน เป็นต้น

สุดท้ายนำกาแฟที่นำมาจัดแสดงให้พวกเขาดู ขณะเดียวกันนั้นกลิ่นกาแฟที่นำออกมาหอมยั่วยวนอย่างไม่กล้าปฏิเสธได้

ท้ายที่สุด เราได้รับเสียงปรบมือ พร้อมพร้อมรอยยิ้ม 😊😊 นี่คือ เรื่องราวของ TEE MOO LAY Story.

ขอบคุณมากครับ

#คนรุ่นใหม่บ้านห้วยผา



#หนึ่งSawNerh

“การเรียนรู้สู่การปรับตัวเพื่อสร้างฐานตลาดภาคี ”.ราวกว่าครึ่งศรรตวรรษที่ชุมชน “ทีมูเล” เริ่มต้นปลูกกาแฟบนผืนใต้ร่มเง่าใน...
24/05/2024

“การเรียนรู้สู่การปรับตัวเพื่อสร้างฐานตลาดภาคี ”.

ราวกว่าครึ่งศรรตวรรษที่ชุมชน “ทีมูเล” เริ่มต้นปลูกกาแฟบนผืนใต้ร่มเง่าในป่าใหญ่ ที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเลมากกว่า 700 เมตร และยังดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง.

ที่ผ่านมานับว่าการปลูกและดูแลกาแฟของชุมชน “ทีมูเล” พบในลักษณะของเทวดาดูแล หมายถึง ปลูกตามใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ และปล่อยให้เจริญเติบโตตามธรรมชาติ โดยปราศจากการดูแลในลักษณะการตัดแต่งกิ่ง การกำจัดวัชพืชที่แทรกเข้ามาในบริเวณพื้นที่สวนกาแฟใต้ร่วมเงาไม้ต้นใหญ่ หมายรวมถึงขาดการให้ธาตุอาการ.

ราวกว่าครึ่งทศวรรษเห็นได้ชัดเจนว่าคนในชุมชนเริ่มเห็นความสำคัญของการแฟ ฉะนั้นชาวบ้านหลายๆ คนที่ปลูกหรือมีสวนกาแฟ จึงหันมาให้ความสำคัญผ่านการดูแลด้วยวิธีการกำจัดวัชพืช การตัดแต่งกิ่งหรือยอด รวมทั้งการเพิ่มธาตุอาหารในดิน อาทิ การเติมมูลค้าวคาวใต้ต้นกาแฟในป่าใหญ่ .
การการสังเกต พบว่า การเริ่มให้ความสำคัญกับกาแฟ เนื่องจากความนิยมของกลุ่มผู้บริโภคในชุมชนเมือง และชุมชนชนบทมากยิ่งขึ้น ส่งผลทำให้เกิดการสร้างเศรษฐกิจในชุมชนรูปแบบของฐานการผลิตและแปรรูปเบื่องต้นในชุมชน .

ปัจจุบันชุมชน ทีมูเล เริ่มมีผลิตภัณฑ์กาแฟมากยิ่งขึ้นผ่านการรวมกลุ่มผลิต แปรรูป และจำหน่ายร่วมกัน ทั้งในและนอกชุมชน .

ที่ผ่านมากราวเดือน 17 เมษายน พ.ศ. 2567 ในฐานตัวแทนกลุ่มคนรุ่นใหม่บ้านห้วยผา มีโอกาสเรียนรู้วิธีการจัดจำหน่ายในรูปแบบการแสดงสินค้าตลาดชุมชน ณ กาดใจ๋บ้าน โดย Anocha Parameesak นิยามคำว่า “ใจ๋บ้าน”นั้นมีความหมายเปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจความสามัคคีของคนในพื้นที่ ที่จะบูรณาการการทำงานร่วมงานทั้ง บ้าน วัด โรงเรียน ตลอดจนเป็นการ สร้างการเรียนรู้ สร้างรายได้ และประสบการณ์ในการค้าขายให้แก่คนในชุมชน เราจึงนำรูปแบบตลาดสร้างสรรค์ เป็นแนวทางในการพัฒนา ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่ทางสังคม โรงเรียนที่รกร้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเชื่อมความสัมพันธ์ของชุมชนท้องถิ่น.

จะเห็นได้ว่าเรื่องราวกาแฟชุมชน ทีมูเล มีเรื่องราวมากมายยาวนานกว่าครึ่งศรรษตวรรษ ผสานกับเรื่องราวการเรียนรู้ ปรับตัว รวมถึงเชื่อมโยงทรัพยากรคนรุ่นสู่รุ่นและเกื้อกูลกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและเกษตรอย่างกลมกลืน

#ทีมูเล

#คนรุ่นใหม่บ้านห้วยผา

เนื้อหา : กริช สุริยะชัยพันธ์
ภาพ : กริช สุริยะชัยพันธ์ และ อาโนชา ปารามีศักดิ์

การเริ่มต้นและฤดูแห่งการเก็บเกี่ยวกาแฟชุมชนทีมูเล..เมื่อกล่าวถึงกาแฟเชื่อเหลือเกินว่าทุกคนคงรู้จักและหลายคนคงชื่นชอบดื่ม...
15/02/2024

การเริ่มต้นและฤดูแห่งการเก็บเกี่ยวกาแฟชุมชนทีมูเล..
เมื่อกล่าวถึงกาแฟเชื่อเหลือเกินว่าทุกคนคงรู้จักและหลายคนคงชื่นชอบดื่มเป็นพิเศษเพราะการดื่มกาแฟทำให้สดชื่นด้วยการมีสารคาแฟอิน.
ณ ปี พุทธศักราช 2525 เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวว่าด้วยกาแฟ โดยมี คุณมานะ จันทรยุทธ หรือ พือโด๊ะ เป็นแกนหลักในการนำต้นกล้าพันธุ์เข้ามาและชักชวนคนในชุมชนร่วมกันปลูก เนื่องจากว่าชุมชนทีมูเลมีสภาพภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมในการปลูกกาแฟ โดยมีระดับความสูงจากน้ำน้ำทะเลเฉลี่ย 1200 เมตร และมีสภาพอากาศอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ เป็นต้น.
โดยเป้าหมายที่สำคัญ คือ การปลูกกาแฟจะเป็นทางเลือกใคนในชุมชนมีอาชีพใหม่ การปลูกกาแฟจะเป็นหนทางแห่งการรักษาพื้นที่ดิน น้ำ ป่า และการปลูกกาแฟทำให้คนในชุมชนมีเม็ดเงินสะพัดเข้ามาเพราะในเวลานั้นคนในชุมชนมีความยากจนและขากแคนทุนทรัพย์ รวมถึงเหตุว่าด้วยการปลูกกาแฟจะทำให้มีคนในชมชนมีรายได้ที่จะสามารถส่งลูกหลานในชุมชนได้เรียนหนังสือมากยิ่งขึ้น .
เมื่อเวลาผ่านมาเนิ่นนานมากว่าครึ่งศตวรรษ ผลปรากฎว่าทุกพื้นที่ที่มีต้นกาแฟนั่นหมายถึงทุนพื้นที่เหล่านั้นอุมดมสมบูรณ์ด้วยพื้นที่ป่าและเป็นแหล่งที่พักอาศัยที่สำคัญของสัตว์ป่า อาทิ ชะนี เก้ง นก ใส้เดือน ฯลฯ และผลผลิตที่เกิดขึ้นเหล้านั้นเป็นหนทางการบริโภคของคนในชุมชนที่สามารถลดต้นทุนการนำเข้า และส่วนหนึ่งเกิดการจำหน่ายสู่รายได้ชุมชน อีกทั้งเป็นพื้นที่เรียรู้และสร้างมูลค่าเพิ่มในคนในชุมชนโดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เห็นโอกาสและสร้างมูลค่าเพิ่มของผลผลิตสู่การมีสินค้าชุมชนผ่านการแปรรูป การออกแบบตราสินค้า และการสร้างตลาด เป็นต้น.
ปัจจุบันชุมชนเกิดผลผลิตผ่านการแปรรูป 3 แบบ ได้แก่
1. WASHED PROCESS คือ วิธีที่ต้องใช้น้ำในการช่วยแปรรูป เริ่มต้นจากการเก็บผลกาแฟสุกมาล้างทำความสะอาดและสีเปลือกออก หากสีเปลือกออกแล้วนำล้างเมล็ดกาแฟออกจนหมดเมือก แล้วตากจนแห้ง
2. THE NATURAL PROCESS / DRY PROCESS คือ วิธีการตากผลกาแฟสุกให้แห้ง ก่อนนำมาสีเปลือกแห้งออกจนเหลือเป็นกรีนบีน
3. HONEY PROCESS เป็น วิธีการนี้เป็นการแปรรูปแบบกึ่งแห้งกึ่งเปียก โดยเริ่มจากการล้างทำความสะอาดเมล็ดกาแฟก่อนนำมาสีเปลือก และตากแห้งโดยไม่ล้างเอาเนื้อบางส่วนและไม่เอาเมือกออก

ภาพ/เนื้อหา : กริช สุริยะชัยพันธ์


#คนรุ่นใหม่บ้านห้วยผา

นำเสนอกาแฟทีมูเล ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย.ถือเป็นโอกาสดีที่ได้รับการเชิญชวนจากองค์ The Samdhana Institute เพื่อเข้า...
27/08/2023

นำเสนอกาแฟทีมูเล ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย.

ถือเป็นโอกาสดีที่ได้รับการเชิญชวนจากองค์ The Samdhana Institute เพื่อเข้าร่วม Young Leaders Gathering in the third Jamboree Nusantara and second Regional Youth Summit in Tamblingan, Bali, Indonesia ภายใต้ PASD.

ผมในฐานะตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่ประเทศไทย ถือโอกาสนำเสนอ กาแฟแบรด์ TEE MOO LAY ที่มาจากชุมชนบ้านห้วยผา ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่.

แน่นอนว่าผมนำเสนอกาแฟทีมูเลผ่านการทดลองชิม ผมจากการทดลองชิมจากเพื่อนๆ หลายๆ ประเทศ พบว่า กาแฟมีกลิ่มหอม เย้ายวนใจ หลายคนก็ชอมว่าอร่อย และที่สำคัญเขาถามซื้อแต่ผมนำมาเพียงเล็กน้องเพื่อแบ่งปัน ดังนั้นตลอดทั้งงานพวกเราซิมด้วยกัน
.
ผลของการนำเสนอกาแฟครั้งนี้ ทำให้หลายๆ ประเทศรู้จักกาแฟทีมูเลมากขึ้น และเป็นไปได้ว่าในอนาคตเราจะมีคู่ค้าเพิ่มขึ้นตาม .

และเราคนรุ่นใหม่ คนรุ่นกลาง คนรุ่นก่อน ร่วมมือพัฒนาของชุมชนด้วยกันต่อไป
.
ขอบคุณที่อ่านจนจบ และสวัสดีครับ🙏🙏
.
เรียบเรียง : กริช สุริยะชัยพันธ์
ภาพ : หลายคน


“ทีมูเล ต่ามื้อ ต่าเปอ จ๊อแฮ จ๊อเก เต่อมื้อเลอ”.คำที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นคำกล่าวถึงชุมชนบ้านห้วยผา หรือ ทีมูเล มาอย่างย...
07/04/2023

“ทีมูเล ต่ามื้อ ต่าเปอ จ๊อแฮ จ๊อเก เต่อมื้อเลอ”
.
คำที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นคำกล่าวถึงชุมชนบ้านห้วยผา หรือ ทีมูเล มาอย่างยาวนานนับครึ่งศตวรรษ
.
ถามว่าแล้ว เอออ... มันคืออะไร แฮ่!! ผมมีคำตอบครับ
.
คำว่า “ทีมูเล ต่ามื้อ ต่าเปอ จ๊อแฮ จ๊อเก เต่อมื้อเลอ”

หมายถึง ชุมชนบ้านทีมูเลเป็นชุมชนแห่งความสุขที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ อาทิ แหล่งน้ำ พื้นที่ป่า แหล่งอาหาร และ อื่นๆ

และผู้คนที่ให้การต้อนรับแขกผู้มาเยือนดั่งครอบครัว

ฉะนั้นเมื่อผู้คนมีโอกาสมาเยือนและเกิดความรู้สึกว่า ถึงความชื่นชอบ ความชื่นชม ความประทับใจ แล้วเกิดเห็นการณ์ไม่อยากจะกลับเพื่อพรากจากกันชุมชน หรือ อยากอยู่ที่นี่ต่อเลยได้ไหม
.
ถึงบรรทัดนี้ เชื่อเหลือเกินว่า ทุกคนเข้าใจนัยความหมายของคำว่า ทีมูเล ต่ามื้อ ต่าเปอ จ๊อแฮ จ๊อเก เต่อมื้อเลอ อย่างถ่องแท้
.
วันนี้จะขอนำผู้คนที่ปรารถนาเห็นชุมชนทีมูเลว่าเป็นชุมชนแห่งความสุข จริง หรือ ไม่ !!
.
ฉะนั้น จึงขอนำผู้สนใจได้ชมบรรยากาศในช่วงเช้าของชุมชนทีมูเล ว่ามีบรรยากาศเป็นอย่างไร
.
ผมเชื่อเหลือเกินว่าภาพ วีดีทัศน์ และ เนื้อเสียง ที่ผมนำเสนอสามารถอธิบายได้ถึงชุมชนในยามเช้า
.
และ ผมเชื่อเหลือเกินว่า ลูกคนของคนทีมูเล ได้เห็น ได้ยิน จากนำเสนอสื่อนี้แล้วจะมีความคิดถึง ชุมชน อย่างแน่นอน!!
.
ลูกหลานทีมูเลว่าจริงไหม?
.
เช้าของชุมชนทีมูเล ดังภาพและวีดีทัศน์ คุณเห็น หรือ สัมผัสถึงอะไรได้ ?
.
ส่วนตัวผมเห็น!!!
.
ทรัพยธรรมชาติที่มีพรรณไม้และภูเขาที่สวยงาม แล้วคุณล่า ?
.
อากาศที่สดชื่น สบายปอด สามารถหายไจไพ้อย่างไม่ต้องลังเล ซึ้งขัดแย้งกับสถานการณ์ pm 2.5 ในปัจจุบันที่มีความอัตรายต่อประชาชนที่ต้องสูดดมอากาศเข้าไป ซึ่งหลายงานวิจัย พบว่า การสูดดมอากาศภายใต้สถานการณ์ pm 2.5 ในปัจจุบันมีผลการทำนายได้ว่า ทุกการสูดสมมากขึ้นมีผลต่ออายุไขลดลง
.
สอดคล้องกับการรายงานของ พญ. ชนัญญา ศรีหะวรรณ์ วันที่ 18 มกราคม 2562 พบว่า ฝุ่นละออง PM2.5 สามารถถูกสูดเข้าลึกถึงทางเดินหายใจและปอด ก่อให้เกิดการระคายเคือง แสบจมูก ไอ จาม มีเสมหะ หอบหืด หัวใจวายเฉียบพลัน หลอดเลือดสมองตีบ และที่อันตรายที่สุดอาจถึงขั้นเป็นมะเร็งปอด
.
ได้ยินไก่ขันยามเช้า และ เสียงชะนี
.
ไก่ขันอาจจะเป็นเสียงที่คุ้นชิน แต่ เชื่อว่าหลายชุมชนไม่มีเสียงชะนี
.
มีหลายคนกล่าวไว้ว่า ชะนีอยู่ที่ได แสดงให้เห็นว่า พื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ป่าดิบชื้น และ พื้นที่คงอุดมสมบูรณ์
.
ที่สำคัญชะนี้เป็นการทรงสร้างของพระเจ้า อิงใน ปฐมกาล 1:25 พระเจ้าทรงสร้างสัตว์ป่าตามชนิดของมัน สัตว์ใช้งานตามชนิดของมัน และสัตว์ต่างๆ ที่เลื้อยคลานทุกชนิดบนแผ่นดินตามชนิดของมัน แล้วพระเจ้าทรงเห็นว่าดี
.
ฉะนั้นเราจะรักษาและดูแลการทรงสร้างร่วมกันต่อไป
.
ท้ายนี้ภายใต้สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงจึงของให้พี่น้อง ลูกหลาน และ ทุกคนที่อ่านข้อมูลนี้ ป้องกันและดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากสภาพภูมิอากาศที่ไม่มีในปัจจุบัน
.
แล้วคุณล่า คิดว่า “ทีมูเล ต่ามื้อ ต่าเปอ จ๊อแฮ จ๊อเก เต่อมื้อเลอ” เป็นเช่นไร ??
.
ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้อง และ พี่น้องจะเกิดผลในทางของพระเจ้าอย่างมากมาย !!
.
#ทีมูเล
#พระเจ้าอวยพร
.
ภาพ : กริช สุริยะชัยพันธ์
เนื้อหา : กริช สุริยะชัยพันธ์

หลายคนอาจจะสงสัยว่า TEE MOO LAY คือ อะไรTEE MOO LAY คือ ชื่อหมู่บ้านเล็กๆ หมู่บ้านหนึ่งของชนชาติปาเก่อญอ สามารถแปลเป็นภา...
30/03/2023

หลายคนอาจจะสงสัยว่า TEE MOO LAY คือ อะไร
TEE MOO LAY คือ ชื่อหมู่บ้านเล็กๆ หมู่บ้านหนึ่งของชนชาติปาเก่อญอ สามารถแปลเป็นภาษาไทย แปลว่า ห้วยผา ซึ่งสามารถอธิบายโดยรวม หมายถึง แหล่งน้ำที่ออกมาจากถ้ำหรือผา โดยมีสภาพชุมชนตั้งอยู่บนภูเขาสูงที่ล้อมรอบด้วยป่าไม้และแหล่งน้ำเล็กประกอบกับสัตว์ป่า พันธุ์พืชนานาชนิด
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องมีการสร้างเพจ TEE MOO LAY
การจัดทำเพจนี้มีวัตถุประสงค์
เพื่อการนำเรื่องราวชุมชนมาอธิบายสู่สาธารณะที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมา และเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต ภูมิปัญญาที่สำคัญในการจัดการชุมชน เช่น การจัดการป่า การจัดการน้ำ การจัดการสวัสดิการกองทุนชุมชน การจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนสู่การยกระดับด้วยวิธีการสร้างเศรษฐกิจชุมชนโดยคนในชุมชน และ การสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันของคนในชุมชนและคนนอกชุมชน ที่สำคัญเราจะอธิบายถึงความเชื่อมโยงของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับผู้คนกับการอยู่ในพื้นที่ป่า และ ระบบทุนเพื่อเกิดการเรียนรู้และระบบการศึกษา รวมถึง การพึ่งพาตนเองได้
และข้อมูลที่พบเจอหรือเรื่องราวชุมชนอื่นๆ ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ รวมถึงเรื่องราว หรือ สถานการณ์ที่ทันต่อโลกปัจจุบัน เป็นต้น
ดังนั้นขอนำเสนอประวัติศาสตร์ชุมชนคร่าวๆ ดังนี้
บ้านห้วยผา (ทีมูเล) เป็นหมู่หนึ่งที่มีประวัติความเป็นมายาวนานพอสมควร ประวัติหมู่บ้านห้วยผาเริ่มมีการบันทึกหลังจาก 5 ช่วงอายุคนผ่านไปและแต่ละช่วงอายุคนนั้นมีระยะเวลาประมาณ 70 ปี โดยมี
ยุคเริ่มแรก คือ นายเดาะคำ
ยุคท่สอง คือ นาย หย่อ ยวา
ยุคที่สาม คือ นายต่าเนอหนื่อ
ยุคที่สี่ คือ นาย ซอหล่าบือ
ยุคที่ห้า คือ ยุคปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามด้วยรายละเอียดที่มีเนื้อหามากพอสมควร จึงขออนุญาตนำเสนอประวัติศาสตร์อย่างละเอียดในภายหลังเพื่อให้รุ่นลูกๆ หลานๆ และคนที่ให้ความสนใจ ได้เรียนรู้และเข้าใจความเป็นมาของชุมชนในภายหลัง
วันนี้จึงขอนำภาพถ่ายชุมชนให้ทุนคนได้เห็นถึงความสวยงามของการทรงสร้างของพระเจ้า (ดังภาพ) สอดคล้องในพระคัมภีร์ ปฐมกาล บทที่ 1 ข้อที่ 1
ในปฐมกาล พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งในฟ้าสวรรค์และโลก
เรียบเรียง : กริช สุริยะชัยพันธ์
ภาพ : พิเชฐ ตันติโรจนกุล

ที่อยู่

หมู่ 8 ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดChiang Mai
Mae Chaem
50270

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ นกนางแอ่นทอง Golden Swallowผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท