10/07/2023
https://www.facebook.com/100063561183136/posts/pfbid026n277rVEp9kuo8TxFygyn6y2E2FD95mgNXLbFRFV8o658rmqYhTL8oTRM2Db8rXHl/?mibextid=Nif5oz
เจ้าของร้านเปิดคาเฟ่ขนมปัง
ทำอร่อยมากมั่นใจว่า 10 เต็ม 10
แต่ทำการตลาดไม่เป็นร้านจึงเงียบมาก
นี่คือเรื่องของเจ้าของร้านที่ทักมา
เข้ารับการปรึกษาส่วนตัวกับผมในวันนี้
สาระสำคัญจากการพูดคุยกว่า 3 ชั่วโมง
1. ยอดขายน้อยเกินไป
2. ทำของดีแต่ขายไม่ดี
3. ทำเองทุกขั้นตอนจนป่วย
4. ยอดขายยังไม่พอจ้างคน
5. ทำการตลาดไม่เป็น
ปัญหาหลักคือ การเพิ่มยอดขาย
แต่ปัญหารองลงมาคือ การบริหารจัดการ
ผมมองว่าเรื่องหลังสำคัญกว่าเรื่องแรก
ด้วยความที่ร้านส่วนใหญ่ไม่รู้
มักจะอยากขายทุกอย่างในร้าน
และก็ยังไม่ได้สื่อสารกับสิ่งที่เรามีเต็มที่
รวมทั้งทำสินค้าออกมาโดยยังไม่รู้จะขายดีมั้ย
คือทดลองออกเมนูใหม่ไปเรื่อยๆ
แถมยังตั้งราคาตามต้นทุน ซึ่งใช้ของดี
ต้นทุนก็สูงปรี้ด ลูกค้าที่มากินก็ชอบ
แต่มันลูกค้าที่มากินมันน้อยเกินไป
จนไม่สามารถทำให้ร้านอยู่ไหวได้
พูดง่ายๆคือลูกค้าที่ชอบมีไม่ถึง 10 คน
ทำออกมาเยอะ ขายไม่ได้ ก็ใจเสีย
ตั้งใจทำมาก ไม่มีลูกค้า ก็เหนื่อยใจ
ปัญหาในการจัดการที่ผมพบว่าควรปรับปรุงคือ
1. ทางร้านผลิตของเยอะเกินยอดขายที่ตั้งไว้
2. ตั้งยอดขายที่ตั้งไว้ 10,000 ต่อวัน
แต่ขายไม่ได้ ก็ยังผลิตของเท่าเดิม
3. ขนมที่ผลิตมาเยอะจึงต้องเหลือ ต้องทิ้ง ทำให้จมทุน
4. เมื่อขายไม่ดี ก็ยังไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร ไม่ไหวก็ปิด
5. จ้างพนักงานไว้ 1 คนเป็นแม่บ้าน
พอปรับมาเป็นผู้ช่วยทำขนม
ทำไปสักพักก็ลาออกอ้างว่าอยากลากลับบ้าน
6. สุดท้ายก็เหลือทำกันเอง 2 คน
7. ตอนนี้จ้างพนักงานมา 1 คน แต่ขนมในร้านก็เยอะ
8. เพราะคิดว่าขายไม่ดี จึงพยายามทำเมนูให้เยอะ
9. ต้องตื่นมาตี 2 มาทำขนมปังสด วันละ 50-60 ก้อน
กว่าร้านจะได้เปิดก็ 10 โมงเช้า
10. ครัวซองต์ ขนม คุ้กกี้ เค้ก เต็มตู้ งานจึงล้นมือ
11. มีลูกค้ามาถามว่า ไม่มีอาหารหรอ ก็เลยทำเมนูอาหารเพิ่มอีก
12. ยังไม่รวมกับเครื่องดื่ม อีกกว่า 50 เมนู
มาถึงจุดนี้
ผมก็อึ้งไปเล็กน้อยกับยอดขายที่เคยขายได้
ร้านนี้ขายได้ต่ำสุดวันละ 100 บาท
ส่วนยอดขายมากสุดคือ 7,000 บาท
เมื่อคำนวณต้นทุนค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนแล้ว
พบว่า ต้นทุนรวมประมาณ 100,000 บาท
(รวมค่าแรงตัวเองแล้ว)
แสดงว่าหากคิดว่า
ต้นทุนรวมคร่าวๆคิดเป็น 80%
อยากได้กำไรสัก 20% ของยอดขาย
สูตรคือ (ต้นทุนทั้งหมด x 100) / 80
100,000 x 100 / 80
ควรจะขายได้ = 125,000 บาท
หากมีต้นทุนรวม 100,000 บาท
ก็จะเหลือกำไร 25,000 บาท
แต่ถ้าขายได้มากกว่านี้
ต้นทุนที่เป็นต้นทุนคงที่ก็จะลดลง
แต่คนที่ยังขายไม่ดีอย่าพึ่งคิดเยอะ
เอาแค่ขายแล้วไม่ขาดทุนก่อน
หาเป้าหมายนั้นให้เจอ
เป้าหมายนี้เรียกเป้าหมายระยะสั้น
สำหรับคนที่ยังไม่เคยทำถึงเป้าหมายสักที
อย่าพึ่งคิดไปถึงเป้าใหญ่
เป้ายอดขาย 125,000 บาท
หากนำไปหารจำนวนวัน ที่เปิดร้าน 25 วัน
ยอดขายต่อวัน = 125,000 / 25
= 5,000 บาท
เป้ายอดขายรายวัน 5,000 บาทนี้แหละ
ที่จะมาคิดต่อว่า เราควรจะทำอะไร
และไม่ควรจะทำอะไร
ตัวผมเริ่มคิดจาก
ขายกาแฟ ได้วันละกี่แก้ว
แก้วละ 75 บาท = 20 แก้ว
ขายเครื่องดื่ม ที่ไม่ใช่กาแฟ
ได้วันละกี่แก้ว
แก้วละ 75 บาท = 10 แก้ว
ขายขนมปัง ได้วันละกี่ชิ้น
ก้อนละ 75 บาท = 20 ชิ้น
ก้อนละ 95 บาท = 10 ชิ้น
ขายเค้ก ได้วันละกี่ชิ้น
ขายอาหาร ได้วันละกี่จาน
เมื่อคำนวณยอดขายแล้ว
เราอาจจะไม่ต้องมีเมนูเยอะๆ
หรือรสชาติเยอะจนเกินไปก็ได้
เพราะจะทำให้ลูกค้าเลือกนาน
เลือกยาก และเราเองทำไม่ทัน
1. การตัดเมนูที่ไม่จำเป็น
เมื่อคุณคิดแบบนี้จะเห็นว่า
เมนูที่เราไม่จำเป็นจะถูกตัดออกไป
และเลือกขายเฉพาะเมนูที่จำเป็น
2. ลดจำนวนการผลิตแต่ละรสชาติลง
จะได้ไม่ต้องเตรียมของเยอะ
3. เลือกที่จะไฮไลท์เมนูเด่นของร้าน
และจัดทำโปรโมชั่นให้ลูกค้ารู้สึกคุ้ม
4. สุดท้ายการโปรโมทให้คนรู้จัก
ไม่ได้ทำได้เฉพาะการยิงโฆษณาเฟสบุค
แต่สามารถเริ่มง่ายสุดด้วยป้ายหน้าร้าน
ว่าร้านเราขายอะไร มีรูปขนมให้เห็นชัดเจน
ดึงคนรู้จักใกล้ร้านให้มากินให้ได้ก่อน
จะทำให้ร้านคุณไปรอดอยู่ได้
ส่วนถ้าถามว่าควรยิงแอดวันละเท่าไร
คำตอบคือ
ยอดขายต่อคน 1 คนมากินร้านคุณเท่าไร
ให้ใช้งบประมาณ 1-2 คนที่มากินคุณ
ก็เท่ากับเท่าทุน เช่น 1 คนกิน 150 บาท
ก็เริ่มใช้แอดวันละ 300 บาทก็เพียงพอ
ถ้าโฆษณานั้นพาคนมาให้คุณได้มากกว่า 2 คน
ก็ถือว่าคุ้มแล้ว
คนขายดีทุกคนล้วนเคยขายไม่ดี
ลองนำแนวคิดไปปรับใช้กับร้าน
อย่ารอคอยให้ความสำเร็จวิ่งเข้าหาคุณ
ถ้าคุณมีของดี จงเชื่อว่าคุณจะขายดีได้
เพจขายดี เป็นกำลังใจให้คนมีของดีทุกคน
#ขายดีไปด้วยกัน
สำหรับคนที่ติดปัญหาต้องการปรึกษาธุรกิจ
ทักสอบถามคิวว่างคุณคุ ใน inbox
m.me/kaideegun