26/09/2021
we're back :)
เรากลับมาอีกครั้งกลับการทำ coffee taste experience
โดยที่ผ่านมาเราก็ได้ลองกาแฟหลากหลายแหล่ง แต่ยังไม่มีเวลามาเขียนเล่า
ครั้งนี้ก็คิดว่าจะกลับมาปัดฝุ่น experience ของเราอีกครั้ง
เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เรามีเพื่อนเดินทางไปอเมริกา เราเลยฝากหิ้วกาแฟมา 2 ถุงจาก roaster ชื่อดัง
นั่นก็คือ Stumptown Coffee Roasters
ที่เราอยากลองกาแฟของ Stumptown เพราะชื่อเสียงของโรงคั่วนั่นเอง
จากการหาข้อมูลในเว็บไซต์ของเค้า เค้าจะไม่แยกระดับการคั่วว่าเหมาะสำหรับ filter หรือ espresso หรือที่เรียกว่า omni
แต่ก็จะมีบอก recommend method สำหรับกาแฟแต่ละเมล็ดอยู่เหมือนกัน
กาแฟที่เราเลือกมามี House Blend และ Ethiopia Mordecofe
เราทำ taste experience ของตัว House Blend ด้วยการทำเป็น espresso
สิ่งที่เราเจอคือ herb, cinnamon, hazelnut, plum acidity
ซึ่งไม่ตรงกับที่เค้าเคลมไว้ (vibrant, candied fruit, milk chocolate)
ที่เราแอบไม่ชอบของเมล็ด House Blend คือความสมบูรณ์ในการคั่ว
บางเมล็ดไม่สุกและมีลักษณะคล้ายหูช้าง (shell) ติดบ้างนิดหน่อย
ทำให้ clarity ในบางแก้วมีน้อยกว่าที่เราคาดไว้
ส่วนตัวเราคิดว่า House Blend ของ Stumptown เหมาะกับการดื่มเป็นเมนูนม มากกว่าเอามาทำเป็น black coffee
Ethiopia Mordecofe (washed process) กาแฟจากแหล่ง Guji
โดยผู้ผลิตมี washing station เป็นของตัวเอง
ซึ่งเค้าส่งกาแฟตัวนี้ให้ Stumptown ตั้งแต่ปี 2006
เราลองทั้งแบบ espresso และ filter
เมื่อเอามาทำเป็น espresso เราเจอ taste note แบบ nectarine, apricot, a hint of white floral
ใกล้เคียงกับ taste note ที่บอกบนถุง (nectarine, melon, jasmine)
เป็นกาแฟที่ดีมากๆสำหรับเรา สะอาดปาก
ถ้าทำเป็นเมนูนม อาจจะเปรี้ยวเกินไปนิดนึง คล้ายๆกับการกินโยเกิร์ต
พอเอามาทำ filter เราใช้เบอร์บด #39 (red click) จบนาทีที่ 3.10
สิ่งที่เราเจอคือ กลิ่น peach, apricot
แต่รสที่ได้ค่อนข้างจืด ออกแนว tea-like
ส่วนตัวคิดว่าอาจจะไม่เหมาะกับการชงแบบ filter
Coffee Taste Experience with Stumptown ครั้งนี้
เราชอบ single origin
แต่ยังไม่ประทับใจตัว house blend เท่าไหร่
คิดว่าน่าจะออกแนว old school
เพิ่มเติมคือ ถุงไม่มีซิปล็อค และถุงค่อนข้างใหญ่เลย (340 g) ด้วยราคา USD15-20