29/05/2025
รวบรวมความประเสริฐของสิบวันแรกเดือนซุลฮิจญะฮฺ
อัลลอฮฺﷻทรงสร้างวันเวลาขึ้นมาเพื่อเป็นข้อเตือนใจสำหรับมนุษย์ และในบรรดาวันต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงสร้างมานั้น พระองค์ทรงทำให้บางวันหรือบางช่วงเวลามีความประเสริฐเหนือวันเวลาอื่น ๆ เช่นวันศุกร์เป็นวันที่ประเสริฐที่สุดในรอบสัปดาห์ เป็นต้น เเละด้วยความเมตตาของพระองค์ ณ ช่วงเวลานี้เรากำลังจะเข้าสู่ช่วงเวลาที่ประเสริฐที่สุดในรอบหนึ่งปี นั่นก็คือสิบวันเเรกของเดือนซุลฮิจญะฮฺ ซึ่งอัลลอฮฺﷻได้ตรัสถึงสิบวันนี้เอาไว้ในคัมภีร์ของพระองค์ :
وَالْفَجْرِ وَلَيَالٍ عَشْرٍ
ความว่า : ขอสาบานด้วยรุ่งอรุณ เเละค่ำคืนทั้งสิบ (อัลฟัจรฺ :1-2)
ซึ่งท่านอิหม่ามอิบนุกะษีรได้อรรถาธิบายถึงค่ำคืนทั้งสิบในอายะฮฺนี้ว่า : คือสิบวันเเรกของเดือนซุลฮิจญะฮฺ ตามทรรศนะของท่านอิบนุอับบาส , ท่านอิบนุซุบัยรฺ, มุญาฮิด และท่านอื่น ๆ
เเละพระองค์ตรัสอีกว่า :
وَيَذْكُرُوا اسْمَ اللَّهِ فِي أَيَّامٍ مَّعْلُومَاتٍ
ความว่า : และกล่าวพระนามของอัลลอฮฺในวันที่รู้กันอยู่แล้ว (อัลฮัจญฺ : 28)
ท่านอิบนุอับบาส เเละท่านอิบนุกะษีรได้กล่าวว่า : บรรดาวันที่รู้กัน : คือสิบวันของเดือนซุลฮิจญะฮฺ
และโดยเพราะอย่างยิ่งในสิบวันนี้มีวันที่ประเสริฐที่สุดในรอบหนึ่งปี นั่นคือวันอีดิลอัฎฮา(วันแห่งการเชือด) เเต่ก็ยังมีอุลามาอฺบางส่วนที่บอกว่าวันอะรอฟะฮฺเป็นวันที่ประเสริฐที่สุด ทว่าทรรศนะที่หนึ่งเป็นทรรศนะที่ถูกต้องกว่า โดยมีตัวบทมากมายมายืนยัน เเละท่านชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมียะฮฺก็เลือกทรรศนะนี้ ดังหะดีษดังต่อไปนี้ :
عن النبي صلى الله عليه وسلم : " إِنَّ أَعْظَمَ الْأَيَّامِ عِنْدَ اللَّهِ تَبَارَكَ وَتَعَالَى يَوْمُ النَّحْرِ، ثُمَّ يَوْمُ الْقَرِّ ".
ท่านนบีﷺได้กล่าวว่า : “แท้จริงวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ณ ที่อัลลอฮฺ คือวันเชือด(อีดิลอัฎฮา) หลังจากนั้นคือวันอัลก็อร (วันที่อยู่ถัดจากวันอีดิลอัฎฮา)”
(บันทึกโดยอบูดาวูด : 1765 เเละชัยคฺอัลบานียฺให้สถานะศ่อฮีหฺ)
เเละนอกจากความยิ่งใหญ่ดังกล่าวเเล้ว วันอีดิลอัฎฮายังเป็น “วันฮัจญ์อักบัร”(ฮัจญ์ที่ยิ่งใหญ่)อีกด้วย ดังหะดีษต่อไปนี้ :
عن ابن عمر أن النبي صلى الله عليه وسلم قال: "هَذَا يَوْمُ الْحَجِّ الْأَكْبَرِ".
จากท่านอิบนุอุมัร เเท้จริงท่านนบีﷺได้กล่าวว่า : “(วันแห่งการเชือด) นี่คือวันฮัจญ์ที่ยิ่งใหญ่”
(บันทึกโดยบุคอรียฺ : 1742)
และในวันอีดิลอัฎฮานั้นมีอิบาดะฮฺพิเศษที่ไม่มีการปฏิบัติในวันอื่น ๆ นั่นก็คือการพำนัก ณ มุซดะลิฟะฮฺ , การขว้างหินญัมเราะตุ้ลอะเกาะบะฮฺ , การเชือดสัตว์พลี ,การโกนศีรษะ(หรือตัดบางส่วน) , การสะเเอ , การฏอวาฟอิฟาเฎาะฮฺ เเละวันนี้ยังเป็นวันอีดของมุสลิมทั้งผองอีกด้วย ดังที่ท่านนบีﷺได้กล่าวว่า :
يَوْمُ عَرَفَةَ، وَيَوْمُ النَّحْرِ، وَأَيَّامُ التَّشْرِيقِ عِيدُنَا أَهْلَ الْإِسْلَامِ، وَهِيَ أَيَّامُ أَكْلٍ وَشُرْبٍ.
“วันอะรอฟะฮฺ ,วันเชือด เเละวันตัชรีก คือวันอีดของเราชาวอิสลาม เเละมันคือวันแห่งการกินเเละการดื่ม”
(บันทึกโดยติรมีซียฺ : 773 เเละชัยคฺอัลบานียฺให้สถานะศ่อฮีหฺ)
ดังกล่าวนี้คือหลักฐานที่ยืนยันถึงความประเสริฐของสิบวันเเรกซุลฮิจญะฮฺที่มีเหนือวันอื่น ๆ แม้กระทั่งสิบวันสุดท้ายของรอมฎอนก็ตาม ดังกล่าวนี้ถ้าหากพิจารณาในช่วงกลางวัน เเต่ถ้าพิจารณาถึงช่วงเวลากลางคืน สิบคืนสุดท้ายของรอมฎอนจะมีความประเสริฐกว่าเพราะในสิบคืนนั้นมีคืนลัยละตุลก็อดรฺอยู่ด้วย และท่านชัยคุลอิสลามอิบนุตัยมียะฮฺก็มีความเห็นเช่นนี้
เช่นเดียวกัน การปฏิบัติการงานที่ดีในสิบวันนี้มีความประเสริฐเป็นพิเศษ ดังหะดีษ :
أن النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم قَالَ: مَا مِنْ أَيَّامٍ الْعَمَلُ الصَّالِحُ فِيهِنَّ أَحَبُّ إِلَى اللَّهِ مِنْ هَذِهِ اْلأيَّامِ الْعَشْرِ، فَقَالُوا: يَا رَسُولَ اللَّهِ! وَلا الْجِهَادُ فِي سَبِيلِ اللَّهِ؟! فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم: وَلا الْجِهَادُ فِي سَبِيلِ اللَّهِ، إِلا رَجُلٌ خَرَجَ بِنَفْسِهِ وَمَالِهِ فَلَمْ يَرْجِعْ مِنْ ذَلِكَ بِشَيْءٍ.
ท่านนบีﷺได้กล่าวว่า : “ไม่มีวันใด ๆ ที่การงานที่ดีในวันเหล่านั้นจะเป็นที่รักยิ่ง ณ ที่อัลลอฮฺมากไปกว่าสิบวันนี้”
บรรดาศอหาบะฮฺถามว่า : โอ้ท่านรอซูลุลลอฮฺ ! แม้กระทั่งการญิฮาดในหนทางของ
อัลลอฮฺกระนั้นหรือ ?
ท่านนบีตอบว่า : “เเม้กระทั่งการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺก็ตาม นอกจากผู้ที่ออกไปด้วยกับชีวิตของเขา เเละทรัพย์สินของเขา เเละเขาไม่ได้กลับมาด้วยสิ่งใดเลย(เสียชีวิตในสมรภูมิ)”
(บันทึกโดยติรมีซียฺ : 757 เเละอบูดาวูด : 2438 ชัยคฺอัลบานียฺให้สถานะศ่อฮีหฺ)
ฉะนั้น จึงเห็นเป็นความจำเป็นในโอกาสอันประเสริฐยิ่งนี้ ที่มุสลิมจะต้องฉกฉวยใช้เวลาเหล่านี้ในการปฏิบัติการงานที่ดีทั้งหลายทุกรูปแบบ อาทิ
1.การถือศีลอด ในที่นี้หมายถึงการถือศีลอดในเก้าวันเเรก เพราะวันที่สิบเป็นวันอีด ซึ่งการถือศีลอดในวันอีดเป็นสิ่งต้องห้าม(หะรอม) ซึ่งมีหะดีษที่ระบุว่าท่านนบีﷺถือศีลอดในเก้าวันนี้ ความว่า :
عَنْ هُنَيْدَةَ بْنِ خَالِدٍ ، عَنِ امْرَأَتِهِ ، عَنْ بَعْضِ أَزْوَاجِ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ، قَالَتْ : كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَصُومُ تِسْعَ ذِي الْحِجَّةِ وَيَوْمَ عَاشُورَاءَ، وَثَلَاثَةَ أَيَّامٍ مِنْ كُلِّ شَهْرٍ.
จากฮุนัยดะฮฺ บิน คอลิด จากภรรยาของเขา จากภริยาบางท่านของท่านนบีﷺได้กล่าวว่า : “ท่านนบีﷺได้ถือศีลอดเก้าวันของเดือนซุลฮิจญะฮฺ เเละวันอาชูรออฺ เเละสามวันของทุกๆเดือน”
(บันทึกโดยอิหม่ามอะหมัด : 21829 เเละอบูดาวูด : 2437 ชัยคฺอัลบานียฺให้สถานะศ่อฮีหฺ)
เเต่ถึงกระนั้นก็ตามมีรายงานหะดีษในบันทึกของอิหม่ามมุสลิมจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮา ได้กล่าวว่า :
مَا رَأَيْتُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ صَائِمًا فِي الْعَشْرِ قَطُّ. وفي لفظ : أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ، لَمْ يَصُمِ الْعَشْرَ .
“ฉันไม่เคยเห็นท่านรอซูลุลลอฮฺﷺถือศีลอดในสิบวัน(ซุลฮิจญะฮฺ)เลย”
เเละในอีกสำนวนหนึ่ง : “แท้จริงท่านนบีﷺไม่เคยถือศีลอดในสิบวันนี้(ซุลฮิจญะฮฺ)”
(บันทึกโดยมุสลิม : 1176)
ซึ่งบรรดานักวิชาการมีความเห็นเกี่ยวกับหะดีษบทนี้ว่า สาเหตุที่ท่านหญิงอาอิชะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮา ไม่เห็นท่านนบีﷺถือศีลอดในสิบวันนี้ อันเนื่องมาจากเป็นขอบเขตความรู้ของท่านหญิงอาอิชะฮฺ และเป็นไปได้ว่าท่านหญิงอาอิชะฮฺอาจจะไม่รู้ในสิ่งที่ภรรยาท่านอื่นรู้
อิหม่ามอันนะวะวียฺ รอหิมาฮุลลอฮฺ กล่าวว่า : “ส่วนหะดีษของท่านหญิงอาอิชะฮฺที่ได้กล่าวว่า :
مَا رَأَيْتُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ صَائِمًا فِي الْعَشْرِ قَطُّ. وفي رواية : لَمْ يَصُمِ الْعَشْرَ .
“ฉันไม่เคยเห็นท่านรอซูลุลลอฮฺﷺถือศีลอดในสิบวัน(ซุลฮิจญะฮฺ)เลย” เเละในอีกสายรายงานหนึ่ง : “ท่านไม่เคยถือศีลอดในสิบวันนี้”
ท่านอิหม่ามมุสลิมได้รายงานทั้งสองหะดีษนี้ไว้ในศ่อฮีหฺของท่าน
บรรดานักวิชาการจึงกล่าวว่า : เเละมันถูกอธิบายว่านางไม่เห็นท่านรอซูลﷺถือศีลอด เเละไม่จำเป็นที่จะต้องหมายถึงว่าท่านละทิ้งมัน เพราะท่านนบีﷺจะอยู่กับนางในวันหนึ่งจากทั้งเก้าวันนี้ ส่วนวันที่เหลือท่านก็จะอยู่กับบรรดามารดาแห่งผู้ศรัทธาท่านอื่นๆ -ขออัลลอฮฺทรงพอพระทัยท่านหญิงทั้งหมด- หรือบางทีท่านนบีﷺถือศีลอดเฉพาะบางวันในบางเวลา เเละถือศีลอดครบทุกวันในบางเวลา เเละละทิ้งมัน(ทั้งหมด)ในบางเวลา เนื่องจากมีเหตุต้องเดินทาง ป่วย หรืออื่น ๆ ดังนั้นหะดีษต่าง ๆ จึงทุกผนวกเข้าด้วยกันด้วยการอธิบายนี้” (อัลมัจมูอฺ : 6/441)
เเละชัยคฺ ศอลิหฺ อัลเฟาซานก็มีความเห็นเช่นนี้ นอกจากนั้น การถือศีลอดก็ถือเป็นหนึ่งในการปฏิบัติการงานที่ดี จึงเป็นสาเหตุให้สามารถถือศีลอดในช่วงสิบวันนี้ได้
2.ส่งเสริมให้ซิกรุลลอฮฺมาก ๆ ด้วยการกล่าวตะหฺมีด(อัลฮัมดุลิลลาฮฺ), ตะฮฺลีล(ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ) เเละตักบีร(อัลลอฮุอักบัรฺ) ส่งเสริมให้กล่าวอย่างเปิดเผยสำหรับผู้ชาย เเละสำหรับผู้หญิงให้กล่าวเบา ๆ เเละในเรื่องนี้มีร่องรอยการกระทำจากท่านอิบนุอุมัร เเละท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺว่าท่านทั้งสองออกไปตลาดโดยทำการกล่าว ตักบีรอย่างเปิดเผย เเล้วผู้คนก็พากันตักบีรตามท่านทั้งสองกัน โดยเวลาของการตักบีรจะเริ่มตั้งเเต่เข้าวันที่ 1 ซุลฮิจญะฮฺ(หลังจากดวงอาทิตย์วันสุดท้ายของเดือน ซุลเกี๊ยะอฺดะฮฺลับขอบฟ้า) ไปจนถึงเวลาดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าวันสุดท้ายของวัน ตัชรีก(13 ซุลฮุจญะฮฺ)
3.การถือศีลอดในวันอะรอฟะฮฺ ซึ่งเป็นวันที่ประเสริฐอีกวันหนึ่ง เป็นวันที่ฮุจญาจทำการวุกูฟ ณ ทุ่งอะรอฟะฮฺ เเละการถือศีลอดในวันนี้มีภาคผลอันมหาศาล ดังที่ท่านนบีﷺได้กล่าวว่า :
صِيَامُ يَوْمِ عَرَفَةَ أَحْتَسِبُ عَلَى اللَّهِ أَنْ يُكَفِّرَ السَّنَةَ الَّتِي قَبْلَهُ، وَالسَّنَةَ الَّتِي بَعْدَهُ .
“การถือศีลอดวันอะรอฟะฮฺนั้น ฉันหวังว่าอัลลอฮฺจะทรงลบล้างความผิดในปีก่อนหน้านี้เเละในปีถัดไป”
(บันทึกโดยมุสลิม : 1162)
การถือศีลอดในวันอะรอฟะฮฺนั้นเป็นซุนนะฮฺสำหรับผู้ที่ไม่ได้ประกอบพิธีฮัจญ์เท่านั้น เเละสำหรับผู้ที่ประกอบพิธีฮัจญ์ไม่มีเเบบอย่างให้ถือศีลอด เเต่ให้ทำการขอ ดุอาอฺต่ออัลลอฮฺﷻให้มากในวันนั้น
4.ทำฮัจญ์และอุมเราะฮฺ ถือเป็นการงานที่ประเสริฐที่สุดที่ควรเเก่การปฏิบัติสำหรับผู้ที่มีความสามารถ ท่านนบีﷺกล่าวว่า :
وَالْحَجُّ الْمَبْرُورُ لَيْسَ لَهُ جَزَاءٌ إِلَّا الْجَنَّةُ.
“และฮัจญ์ที่มับรูรฺนั้น ไม่มีอะไรเป็นสิ่งตอบเเทน นอกจากสวรรค์”
(บันทึกโดย บุคอรียฺ : 1773 และมุสลิม : 1349)
5.การทำอุฎฮียะฮฺ(กุรบ่าน)ในวันอีดิลอัฎฮา เป็นหนึ่งในการงานที่จะนำเราให้ใกล้ชิดกับอัลลอฮฺﷻ พระองค์ทรงตรัสว่า :
فَصَلِّ لِرَبِّكَ وَٱنْحَرْ
ความว่า : ดังนั้นจงละหมาด(อีดิลอัฎฮา)เเละจงเชือดสัตว์(อุฎฮียะฮฺ) (อัลเกาษัรฺ :2)
6.ส่งเสริมให้บริจาคแก่ผู้ยากไร้ เเละช่วยเหลือในหนทางของอัลลอฮฺﷻ
7.ส่งเสริมให้ละหมาดที่เป็นซุนนะฮฺให้เยอะ ๆ ในช่วงสิบวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นซุนนะฮฺรอวาติบ ละหมาดฎุฮา โดยเฉพาะละหมาดตะฮัดญุดยามค่ำคืน พร้อมทั้งมีการใคร่ครวญความหมายของอัลกุรอาน
8.ควรใช้ช่วงเวลานี้ในการสำนึกผิด กลับเนื้อกลับตัวต่ออัลลอฮฺﷻ และประพฤติตนให้อยู่ในหลักการของอิสลามอย่างเคร่งครัด
9.สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะทำอุฎฮียะฮฺ ให้งดตัดเล็บ ตัดผม เเละขนทุกส่วนในร่างกายตั้งเเต่เข้าสู่เดือนซุลฮิจญะฮฺ จนกระทั่งมีการเชือดอุฎฮียะฮฺของตนเสร็จสิ้น ดังหะดีษ
عن أم سلمة رضي الله عنها أن النبي صلى الله عليه وسلم قال : إِذَا رَأَيْتُمْ هِلَالَ ذِي الْحِجَّةِ وَأَرَادَ أَحَدُكُمْ أَنْ يُضَحِّيَ ، فَلْيُمْسِكْ عَنْ شَعْرِهِ وَأَظْفَارِهِ.
จากท่านหญิงอุมมุซะละมะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮา เเท้จริงท่านนบีﷺกล่าวว่า : “เมื่อพวกท่านเห็นจันทร์เสี้ยวของเดือนซุลฮิจญะฮฺเเล้ว บุคคลใดในหมู่พวกท่านประสงค์จะเชือดสัตว์อุฎฮียะฮฺ ให้เขาจงงดการตัดผมและตัดเล็บของเขา”
(บันทึกโดยมุสลิม : 1977)
#อิสลามตามแบบฉบับ