KIM Clayfish Rayong

KIM Clayfish Rayong ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก KIM Clayfish Rayong, ร้านอาหารเกาหลี, Rayong.

เมื่อไหร่จะมีสวยๆกับเค้าน้อ
29/03/2017

เมื่อไหร่จะมีสวยๆกับเค้าน้อ

18/11/2016

เหงือกนั้น สำคัญไฉน?

เป็นที่ทราบกันดีว่ากุ้งเครย์ฟิชที่เราเลี้ยงกันนี้ หายใจด้วยเหงือก (หากใครยังไม่ทราบ ก็ทราบตรงนี้เลยนะครับ)

เหงือก ที่ว่า ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Gills เป็นอวัยวะที่มีลักษณะเหมือนเป็นพู่ขนเพื่อให้มีส่วนสัมผัสกับน้ำให้มากที่สุด ภายในจะมีเส้นเลือดฝอยที่ไหลสวนทางกับน้ำ เพื่อดักอ๊อกซิเจนในน้ำไปใช้ในการหายใจ ไม่ใช่เหงือกสีชมพูที่หุ้มฟันในช่องปากของมนุษย์นะจ๊ะ

ปกติการหายใจในสิ่งมีชีวิต จะมีอวัยวะแตกต่างกันไป 4 ชนิด ตามประเภทของสิ่งมีชีวิตนั้น

พวกสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวอย่าง โปรโตซัว หรือสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์แบบ หนอนตัวแบน พวกนี้จะหายใจผ่านเยื่อหุ้มเซลล์เลย พวกแมลง จะหายใจผ่านท่อลม สัตว์บกและสัตว์มีกระดูกสันหลัง จะหายใจทางปอด ส่วนสัตว์น้ำ กุ้ง หอย ปู ปลา จะหายใจโดยใช้เหงือก

ปลาจะว่ายน้ำไปข้างหน้า แล้วอ้าปากเพื่อให้น้ำผ่านเข้ามาสัมผัสเหงือกให้มากที่สุด และปล่อยน้ำผ่านออกไปทางแก้ม แต่เครย์ฟิช จะมี Gill bailer ทำหน้าที่โบกน้ำเข้าไปในช่องส่วนหัว (cephalothorax) น้ำจะวนเข้าไปผ่านเหงือกที่ยึดติดอยู่กับขาเดินแต่ละข้าง แล้วพ่นน้ำที่ดึงก๊าซอ๊อกซิเจนเข้ากระแสเลือดแล้วออกมาทางปาก

ดังนั้นโดยโครงสร้างระบบหายใจนี้ การที่เครย์ฟิชเดิน ก็จะช่วยในการหายใจได้ดีขึ้น บางครั้งเราจะเห็นกุ้งยืนอยู่เฉยๆ แต่จะยกขาฝั่งใดฝั่งหนึ่งอาจรวมก้ามด้วย แกว่งไปมาอย่างสบายอารมณ์ เครย์ฟิชคงจะฟินเพราะได้อ๊อกซิเจนโดยที่ไม่ต้องเดินไปมานั่นเอง

เนื่องจากเครย์ฟิชต้องอาศัยน้ำเป็นตัวกลางในการนำอ๊อกซิเจนมาใช้ในการหายใจ การที่น้ำมีปริมาณอ๊อกซิเจนต่ำ ก็จะทำให้กุ้งขาดอากาศ และโดยปกติ ปริมาณอ๊อกซิเจนในน้ำก็จะต่ำกว่าในอากาศอยู่แล้ว เราจึงจะเห็นเครย์ฟิชพยายามขึ้นมาเหนือน้ำ โดยการตะแคงตัวให้เหงือกอยู่ปริ่มน้ำ ยิ่งในสภาวะที่น้ำเค็ม หรือน้ำอุ่น จะยิ่งมีอ๊อกซิเจนน้อยลงไปอีก นี่เป็นสาเหตุที่เครย์ฟิชจะสามารถเจริญเติบโตได้ดีในน้ำที่มีอุณหภูมิเย็นกว่า เพราะมีปริมาณอ๊อกซิเจนมากกว่า การเลี้ยงเครย์ฟิชแบบที่มีปั้มลมช่วยเพิ่มอ๊อกซิเจนในน้ำ จึงเป็นเรื่องที่ควรทำ

กรณีที่เครย์ฟิชลอกคราบไม่สมบูรณ์ และทำให้เหงือกออกมาอยู่นอกเปลือกส่วนหัว มีหลายๆ คนตัดแต่งเพื่อความสวยงาม ซึ่งไม่เป็นผลดีกับกุ้งเลย เพราะเป็นการตัดอวัยวะในการหายใจให้มีพื้นที่ลดลง เราจึงควรดูแลเรื่องคุณภาพน้ำ และสารอาหาร เพื่อให้กุ้งลอกคราบใหม่อย่างสมบูรณ์จะดีกว่า

เหงือกของกุ้งยังเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่สำคัญทางสรีรวิทยาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการลำเลียงไอออน ซึ่งเป็นกระบวนการพื้นฐานระบบไหลเวียนของฮีโมลิมพ์ (Hemolymph ส่วนประกอบของเลือดและน้ำเหลือง) ไปยังหัวใจ เป็นอวัยวะที่ปรับสมดุลย์ของกรด-ด่าง และขับถ่ายแอมโมเนีย เหงือกยังเป็นจุดสะสมของโลหะมีพิษ จึงเป็นอวัยวะที่ใช้ศึกษาพิษวิทยาของสายพันธุ์เครย์ฟิชได้

ทีนี้รู้แล้วว่า "เหงือก" นั้นสำคัญไฉน ก็สามารถที่จะดูแลเครย์ฟิชแสนรักได้ถูกวิธี และหากจะรับประทานกุ้งหอยปูปลา เหงือกก็เป็นส่วนที่ควรจะหลีกเลี่ยงรับประทานนะจ๊ะ

รวบรวมข้อมูลจาก
http://www.biologyjunction.com/crayfish.htm
https://www.ncsu.edu/project/bio402_315/arthropods/new%20arthropod/16%20sys%20summer.html
http://www.slideshare.net/kasidid20309/respiration-15852376

07/09/2016
26/07/2016

ในเมื่อจะลงบ่อดินมันก็ต้องรู้ข้อมูลกันบ้าง วันนี้จัดไปเบาๆก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาต่อ
เมื่อจะเลี้ยงกุ้งควรรู้อะไรบ้าง (ตอนที่ 1)
1. pH 7-8.5
2. อัลคาไลน์ ควรมากกว่า 80 พีพีเอ็ม แต่ไม่เกิน200 (80-120 กุ้งโตดี)ระวังช่วงหน้าแล้งน้ำประปาบาดาลชอบขึ้นไปที่300กว่าซึงส่งผลให้กุ้งไม่ลอกคราบ เครียด สลัดไข่ ถ้าอัลคาไลน์สูงpH ไม่ควรเกิน8ในตอนเช้าซึ่งจะทำให้กุ้งกินอาหารและลอกคราบตามปกติ
3. ความกระด้างรวม หรือ Hardness ควรมากกว่า 1000 พีพีเอ็ม
4. ออกซิเจน ต่ำสุด (4 ทุ่ม ถึง 6 โมงเช้า ไม่ควรต่ำกว่า 4 พีพีเอ็ม)
5. ปริมาณแมกนีเซียม ควรมีมากกว่า 300 พีพีเอ็ม ขึ้นไป
- ค่าสัดส่วน แคลเซียม : แมกนีเซียม ( 1:>1 โดยที่แคลเซียมต้องมากกว่า 120 พีพีเอ็ม)
6. การดูแลสังเกตกุ้งระหว่างการเลี้ยง ดูแลสังเกตตัวกุ้ง แบ่งเป็นกลางวัน กลางคืน
กลางวัน (ดูจากยอ หรือ ทอดแห หรือ สัมผัสพฤติกรรมกุ้งในบ่อ)เทคนิคง่ายได้ผลจริงโดย
- ดูความแข็งแรง ปราดเปรียว การกระโดด
- ดูความสะอาดและสภาพปกติของตัวกุ้ง
- ดูการกินอาหาร (อาหารในลำไส้ในช่วงต้นมื้อ หรือ การกินตะกอนเลนในช่วงปลายมื้อ)
- ดูความใสของเนื้อกุ้ง กุ้งปกติตัวใส และคงภาวะใส โดยปราศจากน้ำ 3 นาที ได้ ถ้าเจอกล้ามเนื้อขุ่นเมื่อเห็น หรือ ขุ่นเร็ว แสดงว่า ไม่ดี
- ไม่ช๊อคง่าย หรือ พบตัวหงิกตัวงอเมื่อยกยอ หรือ ทอดแหก็พบน้อยที่สุด(มักคู่กล้ามเนื้อขุ่น เพราะแมกนีเซียมน้อย โปตัสเซียมน้อย)อันนี้เป็นเยอะถ้าสกุ้งไม่แข็งแรงก็ตายได้เลย
กลางคืน (โดยใช้ไฟฉายส่องช่วย)
-กินอาหารมื้อค่ำปกติ ตามที่กินได้ในวันก่อน ๆ
-กล้ามเนื้อไม่ขุ่นตอนเช้ามืด (5.00 – 6.00 น.)

วิวัฒนาการไข่กุ้งก้ามแดง
24/11/2015

วิวัฒนาการไข่กุ้งก้ามแดง

วันนี้อารมณ์ไหนไม่รู้อยากจับกุ้งเล่น เจอกุ้งไข่ดีนะไม่สลัดหมด ใจหายแวบ
14/11/2015

วันนี้อารมณ์ไหนไม่รู้อยากจับกุ้งเล่น เจอกุ้งไข่ดีนะไม่สลัดหมด ใจหายแวบ

ค่าอัลคาไลน์ที่เหมาะสม
24/10/2015

ค่าอัลคาไลน์ที่เหมาะสม

09/10/2015
กุ้งเรนโบว์ หรือ กุ้งก้ามแดง (อังกฤษ: Australian red claw crayfish, Queensland red claw, Redclaw, Tropical blue crayfish...
08/10/2015

กุ้งเรนโบว์ หรือ กุ้งก้ามแดง (อังกฤษ: Australian red claw crayfish, Queensland red claw, Redclaw, Tropical blue crayfish, Freshwater blueclaw crayfish; ชื่อวิทยาศาสตร์: Cherax quadricarinatus) เป็นกุ้งน้ำจืดจำพวกเครย์ฟิชชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในวงศ์เครย์ฟิชออสเตรเลีย (Parastacidae)

กุ้งเรนโบว์มีสีสันค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่สีฟ้า, น้ำเงิน, น้ำเงินอมเขียว, น้ำตาลอมเขียว, สีเขียวหยก, น้ำตาลเข้ม มีลักษณะเด่น คือ มีก้ามที่เรียวยาว ไม่มีหนาม และมีแถบสีแดงที่ก้าม มีความยาวเต็มที่ตั้งแต่ประมาณ 8-12 นิ้ว ไม่นับก้าม

แพร่กระจายพันธุ์ทางตอนใต้ของรัฐควีนส์แลนด์ และทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ในประเทศออสเตรเลีย โดยจะหลบซ่อนอยู่ตามโขดหิน, ขอนไม้ หรือวัสดุต่าง ๆ ใต้น้ำ ในแหล่งน้ำจืดทั่วไป

เป็นกุ้งที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในการเลี้ยงเพาะขยายพันธุ์ในการที่ใช้บริโภคเป็นอาหารทั้งในประเทศออสเตรเลีย และประเทศจีน ต่อมาได้มีการเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงในตู้ปลาเหมือนปลาสวยงามอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันได้มีการเพาะขยายพันธุ์จนมีสีสันต่าง ๆ สวยงามกว่าสีดั้งเดิมในธรรมชาติ เช่น สีน้ำเงินเข้ม เป็นต้น ซึ่งในหลายประเทศได้กลายเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่มีการรุกรานสิ่งแวดล้อมทางน้ำของประเทศนั้น ๆ ด้วย ในประเทศไทยมีการนำเข้ากุ้งชนิดนี้เข้ามาจากออสเตรเลียตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ด้วยการเลี้ยงเพาะขยายพันธุ์ในที่เลี้ยง เมื่อมีขนาดได้ 2 นิ้ว จึงย้ายไปเลี้ยงต่อในนาข้าวที่โครงการหลวง ดอยอินทนนท์ เพื่อนำเข้าส่งขายตามภัตตาคารต่าง ๆ[2]

ในปัจจุบันมีแหล่งเลี้ยงใหญ่ที่สุดอยู่ที่หมู่ 6 บ้านระเบาะหูกวาง ตำบลช่องกุ่ม อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว โดยเลี้ยงในบ่อและแปลงนาธรรมชาติ[3]

การเลี้ยงกุ้งเครฟิช ( Crayfish )กุ้งเครฟิชคืออะไร        กุ้งเครฟิช หมายถึงกุ้งมังกรหรือล็อบเตอร์น้ำจืด ( Freshwater lob...
08/10/2015

การเลี้ยงกุ้งเครฟิช ( Crayfish )

กุ้งเครฟิชคืออะไร

กุ้งเครฟิช หมายถึงกุ้งมังกรหรือล็อบเตอร์น้ำจืด ( Freshwater lobster ) เป็นคนละชนิดกับกุ้งมังกรหรือ ล็อบเตอร์น้ำเค็ม
เครฟิช จะมีเปลือกหนาเป็นชุดเกราะคลุมส่วนหัว-อกและลำตัว ส่วนขา มี 2 ประเภทคือขาเดินและขาว่ายน้ำ สำหรับขาเดินจะมี 5 คู่ด้วยกัน ขาเดินคู่แรกสุดเป็นก้ามที่แข็งแรงใหญ่ไว้ป้องกันตัวและต่อสู้ ส่วนขาว่ายน้ำนั้นจะเป็นแผ่นแบนๆ

ถิ่นที่อยู่ในธรรมชาติ
กุ้งเครฟิช มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเซียตะวันออก และออสเตรเลีย ปัจจุบันมีการค้นพบมากกว่า500 ชนิดแล้ว โดยมากกว่าครึ่งมีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ ในธรรมชาติกุ้งเครฟิชจะอาศัยอยู่ตามโขดหินหรือใต้ขอนไม้อยู่ในทั้งลำธาร หนองน้ำ และทะเลสาป
กุ้งเครฟิชในโลก แบ่งออกเป็นหลายตระกูล ( Genus) แต่ในที่นี้เราจะขอจำแนกกลุ่มของเครฟิชที่มีในบ้านเราออกเป็น 3 สาย เพื่อจะได้เข้าใจง่าย ดังนี้
สายที่ 1 คือ Procambarus. บ้านเรานิยมเรียกกุ้งสาย พี. ที่ฟาร์มเรียก กุ้งก้ามหนาม แม่ค้าเรียกกุ้งสี ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาและยุโรป
สายที่ 2 คือ Cherax. บ้านเรานิยมเรียกกุ้งสาย ซี. หรือกุ้งก้ามเรียบ ที่ฟาร์มเรียก กุ้งป่า เพราะส่วนมากจับมาและมีถิ่นกำเนิดในโซน ออสเตรเลีย ปาปัวนิวกินี และอินโดนีเซีย
สายที่ 3 คือ Cambarellus. บ้านเราเรียกกุ้งเครแคระ เพราะมีขนาดเล็ก 3-4 ซม.

หลักการเลี้ยงกุ้งเครฟิช
กุ้งเครฟิชมีหลักการเลี้ยงที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งก็คือดัดแปลงมาจากอุปนิสัยและการอยู่อาศัยของมันเองคือ
1.โดยธรรมชาติ กุ้งทุกชนิดชอบออกหากินในเวลาคืน ไม่ชอบแสง ดังนั้นกลางวันอาจจะนอนหรือหลบทั้งวัน จึงต้องการที่หลบซ่อนและปิดบังจุดที่กุ้งจะปีนหลบหนีได้ ยกเว้นกุ้งที่ได้รับการเพาะเลี้ยงในบ้านเราจะคุ้นเคยกับการเลี้ยงและฝึกอาหาร
2.มีก้ามเป็นอาวุธไว้ต่อสู้ป้องกันตัวเอง กุ้งตัวผู้จะมีขนาดของก้ามที่ใหญ่โตสง่างาม สีสรรสวยงามและแข็งแรงกว่ากุ้งตัวเมีย
3. กุ้งอ่อนแอที่สุดเวลาลอกคราบ มักจะถูกรุมทำร้ายหรือจับกิน ดังนั้นอาหารต้องพอเพียง ตู้ต้องกว้างเพียงพอและมีที่หลบซ่อนที่ปลอดภัย
4.กุ้งแยกกันกินแยกกันอยู่หรืออาจจับคู่ในระยะสั้นๆ จึงไม่ควรเลี้ยงปนกันหลายตัวในที่แคบๆ ส่วนมากจะกุ้งจะไม่จำว่าเป็นคู่ของมัน ถ้าหิวหรือลอกคราบอาจทำร้ายกันได้เสมอ

ตู้เลี้ยงและอ่างเลี้ยงกุ้ง
1.เราสามารถเลี้ยงกุ้งเครฟิช ในภาชนะใดๆก็ได้ ที่มีการถ่ายเทน้ำที่ดี ไม่ร้อนเกินไป อุณหภูมิน้ำ ประมาณ 23 -28 องศา อาจจะเป็นครึ่งบกครึ่งน้ำก็ได้ น้ำครึ่งตู้ น้ำเต็มตู้ก็ได้ หากจะเลี้ยงหลายๆตัวแต่ต้องกว้างขวางเพียงพอ กุ้งใหญ่ขนาด 3-4 นิ้ว 1 ตัว ใช้พื้นที่อย่างน้อย 1 ฟุต
2.ถ้าจะเลี้ยงหลายตัวควรเลือกเลี้ยงกุ้ง สายเดียวกัน ไซซ์ไล่เลียกัน เพื่อให้มันสามารถปกป้องตัวเองได้ มิเช่นนั้นกุ้งตัวเล็ก มักจะถูกรังแกและมีโอกาสที่จะถูกจับกิน
3.ที่หลบซ่อนใช้ขอนไม้ กระถางดินเผา กระถางต้นไม้แตกๆ อุปกรณ์ที่เจาะเป็นโพรง หรือท่อพีวีซีตัด เป็นท่อนๆให้กุ้งหลบอาศัยในเวลากลางวัน กุ้งใหญ่
4.ปิดฝาหรือจุดที่กุ้งจะปีนหนีได้

ล็อบเตอร์ฟาร์ม ( Lobster Farm ) ศูนย์รวมกุ้งสวยงามน้ำจืด ,กุ้งเครฟิช หรือ กุ้งล็อบเตอร์น้ำจืด สั่งซื้อได้ โทร. 081-8570928 , 089-7426557

วัสดุปูรองพื้น
การเลี้ยงกุ้งเครฟิช ในตู้ เพื่อความสวยงามควรปูหินกรวดเล็ก รองพื้นตู้ ซึ่งมีมีประโยขน์ต่อกุ้งหลายประการคือ
1.ทำให้กุ้ง ไม่ตื่นตกใจ และมีสรรสวยงามมากขึ้น กุ้งสามารถปรับตัวตามสิ่งแวดล้อมได้ ถ้าเน้นหินสีดำหรือน้ำตาล จะทำให้กุ้งมีสีเข้มขึ้น
2.กุ้งป่า ส่วนมากจะขุด กรวดหิน เป็นที่หลบซ่อน
3.หินกรวดช่วยดูดซับตะกอนและเศษอาหาร ทำให้น้ำในตู้ใสอยู่เสมอ

การให้อากาศและระบบกรองน้ำ
ถ้าเราเลี้ยงกุ้งแค่ตัวเดียว และมีพื้นที่กว้างและดูแลน้ำได้ดี ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องให้อากาศก็ได้
แต่ในระบบตู้เลี้ยง ซึ่งเน้นความสวยงาม และเลี้ยงกุ้งหลายตัว หรือ กั้นตู้ การให้อากาศยังจำเป้นอยู่มาก แต่กุ้งใช้อากาศน้อยกว่าปลา สามารถใช้หัวทรายจุ่มลงในน้ำ 3-4 นิ้ว กันฟุ้ง หรือใช้กรองในตู้ กรองแขวน กรองกล่องได้ ยกเว้นกรองแผ่นพื้นจะโดนกุ้งขุด และกรองฟองน้ำอาจโดนกุ้งแทะเล่น

น้ำ
อุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงCrayfish คือช่วง 23-28 องศาเซลเซียล ค่าPHที่เหมาะสมคือประมาณ PH7.5 - 8.5ที่มีความกระด้างสูง ผู้เลี้ยงสามารถใส่เกลือลงไปในตู้ได้เล็กน้อย เกลือยังช่วยเสริมแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อการลอกคราบและสร้างเปลือกใหม่ด้วย สำหรับการเปลี่ยนถ่ายน้ำ ผู้เลี้ยงควรจะเปลี่ยนถ่ายน้ำ สัปดาห์ละครั้ง ประมาณ 30 -50 %ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงและการให้อาหาร แต่ควรปรับอุณหภูมิน้ำให้ดี

อาหารการกิน
กุ้งเครฟิช กินอาหารได้แทบทุกชนิด นิสัยของกุ้งจะกินอาหารได้ทั้งวัน แต่ในธรรมชาติมันจะกินอาหารประเภทพืชผัก รากไม้ ใบไม้ ผลไม้เป็นหลัก ในที่ เลี้ยงผู้เลี้ยงสามารถให้ ข้าวโพด มันฝรั่ง ถั่วลันเตา ฟักทอง แอปเปิ้ลได้ พรรณไม้น้ำที่ใช้ตกแต่งตู้อาจโดนรื้อทึ้งเป็นอาหารได้ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อ ไก่ เนื้อหมู เนื้อปลา เนื้อกุ้งทะเลหรือกุ้งฝอยหั่นชิ้นเล็กๆได้ ถ้าให้ง่ายยิ่งไปกว่านั้นอาหารเม็ดสำเร็จรูปชนิดจมสูตรต่างๆ

การเลี้ยงรวมกับปลาสวยงาม
ถึงแม้ว่าในธรรมชาตินั้นCrayfish จะเก็บเศษซากพืชซากสัตว์กินเป็นอาหารหลัก แต่ในที่เลี้ยงสถานที่ที่มีอาหารอย่างจำกัดนั้น มันจะจับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ กินเป็นอาหาร โดยเฉพาะกุ้งขนาด 1.5 2.5 นิ้ว มักจะชอบไล่จับปลากิน ส่วนกุ้งขนาดใหญ่ นิสัยนักล่ามันจะลดลง หากต้องการเลี้ยงปลากับกุ้งด้วยกันให้ยึดหลักดังนี้
1.ขนาดตู้ ต้องกว้างเพียงพออย่างน้อย 24 นิ้ว น้ำลึกอย่างน้อย 1 ฟุต
2.เลือกชนิดปลาขนาดเล็กที่ว่ายน้ำเร็ว หรือหากินกลางน้ำ ปลาที่ว่ายน้ำช้า ปลาที่มีครีบยาวๆ ปลาที่มีนิสัยนอนพื้นตู้ ไม่ควรเลี้ยงเด็ดขาด
3.ปลาเทศบาล ที่เลี้ยงได้เช่น ปลาซัคเกอร์ น้ำผึ้ง ปลาจิ้งจก

วิธีการเลือกซื้อ Crayfish
1.เลือกกุ้งที่มีอวัยวะสำคัญต่างๆครบสมบูรณ์คือ ดวงตาและก้ามครบ2 ข้าง ขาเดินครบทั้ง4 คู่
2.มีเปลือกลำตัวแข็ง ไม่อยู่ในช่วงระยะลอกคราบ ซึ่งร่างกายอ่อนแอ
3.เลือกกุ้งที่แข็งแรง มีอาการตอบสนองป้องกันตัวเมื่อถูกรบกวน เช่น การยกก้ามคู่ป้องกันตัวเอง หลบหนีด้วยการดีดลำตัวอย่างว่องไวหรือ พยายามปีนป่ายหนีเมื่อนำมาใส่ภาชนะ
4.เลือกซื้อกุ้งคุณภาพจากร้านและฟาร์มที่ท่านไว้ใจ และสังเกตจากสภาพน้ำและภาชนะที่วางขาย
5.กรณีที่เป็นกุ้งนำเข้าจากต่างประเทศ ควรได้รับการปรับสภาพ พักและเปลี่ยนถ่ายน้ำแล้วอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ขึ้นไป ( หายาก )..

ที่อยู่

Rayong
21000

เบอร์โทรศัพท์

0853975335

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ KIM Clayfish Rayongผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์