19/01/2021
หัวข้อใหม่ออกแล้ว ถ้าชอบก็ฝากกดไลค์กดแชร์กันด้วยนะค้าาาาา
แอดเอง ❤️
#เป็นโควิดแล้วมีราคาอะไรที่ต้องจ่ายบ้าง?
วันนี้เต้จะขอพูดถึงเรื่อง (Price to pay) ราคาที่ต้องจ่าย ทั้งในทางตัวเงินแต่ด้านอื่นๆที่สำคัญไม่แพ้กันเลยนะคะ เรื่องค่าใช้จ่ายนี้เป็นอะไรที่มีทั้งลูกค้าและคนรอบตัวถามเข้ามาเยอะมาก เต้จะสรุปไว้ตรงนี้น้า สงสัยอะไรเพิ่มลองถามเข้ามานะฮะ *FYI = อันนี้จากประสบการณ์ของทางบ้านนะคะ อาจจะไม่ตรงกับข้อมูลที่คนอ่านอาจจะได้รับจากที่อื่นนะคะ โปรดใช้วิจารณญานในการรับอ่าน
1. #ค่าตรวจ
แต่ละ ร.พ.ก็จะต่างกันไปนะคะ
ตะนี้ ขอแยกก่อน คำว่า #ตรวจเจอแล้วรักษาฟรี คือมันแปลตามตัวแบบนั้นจริงๆนะคะ คือค่ารักษาอะฟรี และ ค่าตรวจอะ ก็คือเสียเหมือนเดิม เช่น ม๊าไปตรวจที่ ร.พ. พญาไท 3 ราคา 5000 บาท ณ ตอนนั้น ถึงม๊าจะบอกว่าไปมหาชัยมา แต่มันไม่ใช่ตลาดกลางกุ้งไง ก็เลยยังเสียเงินอยู่ปกติ (อัพเดทเพิ่งโทรถามเมื่อกี๊ คือ 20.45น. ของวันนี้ ก็คือ 4,500 บาท เพราะเพิ่งจัดโปรเดือนนี้นะฮะ) ตะนี้พอตรวจเจอแล้ว เราก็พยายามถามทาง ร.พ.แล้วว่า อันนี้รัฐรับผิดชอบใช่มั้ย เราไม่ต้องจ่ายใช่มั้ย? ทาง ร.พ. ตอบว่าใช่ เราก็โอเค ส่งม๊าไป พอวันที่ ร.พ. . เอาบิลค่าใช้จ่ายมาแจ้งให้ม๊าทราบ ว่ามีค่าใช้จ่ายประมาณ 5หมื่นบาท ซึ่งหลังจากนี้จะมาแจ้งอีกทุกๆ 3 วัน (นั่นวันที่ 3 เองนะ T^T) ม๊านี่ตาโต รีบโทรกลับมาหาว่า "แกกกก ไหนแกบอกว่ารัฐจ่ายไง?" นี่ก็เอ้าเวรรร หัวหมุน รีบโทรเช็ค ร.พ. ว่ามันยังไง? ปรากฎว่าคุณพยาบาลหายไปซักพัก กลับมาขอบิลคืนจากม๊า บอกว่า ถามแล้ว สงสัยจะสื่อสารผิด ไม่เสียๆ บิลยังไม่ได้ถ่ายใช่มั้ย โอเคค่ะ ขอคืนๆๆ เอ้าาาา เป็นงง แต่ก็ไม่ซีฮะ ถ้ามันเกิดจากการสื่อสารผิดก็เข้าใจกันได้ฮะ แอบดีใจที่บ้านเราก็ไม่ได้พร้อมจะจ่ายเงิน 5 หมื่น ในการเข้ารับการรักษาแค่ 3 วัน นึกไม่ออกเลยว่าถ้าเค้าเอาบิลมาวันสุดท้ายม๊าจะกรี๊ดในโรงพยาบาลมั้ย 555555 ( แต่ใดใดคือ แยกนะคะ การเงินสื่อสารผิดก็เรื่องนึง การดูแลม๊าในฐานะ พยาบาลและแพทย์ก็คือ ดีกับม๊าจริงๆ คุณหมอนี่ ท้องอยู่ด้วยนะคะ ดังนั้นการอธิบายให้เราเข้าใจในตัวโรค ซึ่งภายหลังเป็นประโยชน์กับเราและคนอื่นๆอีกมาก ของหมอที่ท้องอยู่ด้วย ทำให้เราโคตรจะอุ่นใจเลยอะ ฟีลแบบว่าเราเชื่อใจหมอได้อะ ว่ามันไม่ได้มีอะไรขนาดนั้น เลิ๊ฟหมอและพยาบาลมากมายงับ) โดยสรุปพาร์ทค่าใช้จ่าย ร.พ. ก่อนหน้านี้เราพยายามจะเถียงว่า ทำไมไม่ให้อยู่จนผลเป็นลบก่อน? คุณหมอก็อธิบายเรื่องวิจัยให้ฟังด้วย พร้อมการเปลี่ยนแปลงในเรื่องเงื่อนไขแนวทางการรักษาที่ต่างจากแต่ก่อน สมัยลิเดียแมทธิว มาถึงวันนี้ จำนวนมันเยอะขึ้นมาก เราก็ควรจะเก็บเตียงไว้ให้คนที่ต้องใช้ เพราะเราก็พ้นขีดที่จะแพร่เชื้อได้แล้วด้วย และเราก็สอบถามไปยังกรมสนับสนุนสุขภาพด้วย ว่าการที่ ร.พ.เอกชนจะต้องรับเรารักษาต่อหลังจาก 8-10 วันเนี่ย เค้าเองก็จะต้องมาช่วยแบกรับค่าใช้จ่ายตรงนี้ด้วย อันนี้เราก็เข้าใจทาง ร.พ.นะ เพราะเอาเข้าจริงๆ เราไม่ได้อยากให้ป๊าม๊าอยู่ ร.พ. นานหรอก สองคนนี้อยู่ห้องสี่เหลี่ยมนานๆ หงอยค่ะ หงอยมากกก จากคนเคยไฮเปอร์ หาไรทำตลอดเว ต้องมาติดเตียงแบบงงๆ วงวารพวกนางนะคะ (แวะแซววววว) ปล. เดี๋ยวเต้จะแปะหลักฐานบทความ การอนุญาตให้ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ หรือ หายจากระยะแพร่เชื้อได้แล้วออกจาก ร.พ. ได้ ในคอมเมนท์นะฮะ
1.1 #การตรวจของในฐานะของผู้สืบตะขาบโดยตรง ผู้สัมผัสเสี่ยงอันดับหนึ่ง คือ ครอบครัว มี เต้กับป๊า (ตอนนั้นน้องไปตรวจของภูเก็ตละ) ไปตรวจวันเดียวกัน แจ้งว่าม๊าติดที่นี่(พญาไท3) แจ้งชื่อไป ก็คือไม่เสียค่าตรวจ แต่เรามา รพ. เอกชน ก็ต้องทำใจเรื่องค่าผู้ป่วยนอกไว้ด้วยนะฮะ แต่ค่าผู้ป่วยนอกก็แยกเป็น 2 ตัวอย่าง ร.พ. เอกชนก่อนนะฮะ
#ที่แรกคือ ร.พ. พญาไท 3 คำถามคือ พอบิลออกมาเนี่ย ของเต้ 1,000 ของป๊า 1,100 เอ้า เป็นงง คือเต้อะไม่สงสัยเลย กลับมารู้ที่บ้าน เพราะเราไม่คิดว่าเราจะต้องกลับมาติดใจค่าบริการตัวนี้ หลายวันผ่านไป พอมีเวลาเราก็เข้าไปถามที่แผนกการเงิน ร.พ. เลย ตอนแรกทางการเงินก็บอกว่าบอกไม่ได้ เป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย คือน่าจะเข้าใจผิดว่า เต้ เป็นแอดมินเพจทั่วไปแหละ แต่ป่าว เต้หมายถึงเพจร้านตัวเองนี่แน่ะ ลูกค้าถามเยอะเน้ เลยไปถาม สรุปความมาได้ว่า "ที่ราคามันต่างกันเพราะหมอคนละคนกัน แต่หมอนี่หมอเฉพาะทางเลยนะคะ" เราก็แอบงง เลยถามว่า "อ่าว งั้นคือสรุปว่า เราเลือกหมอไม่ได้ใช่มั้ยคะ เพราะจริงๆถ้ามีการแจ้งก่อน หนูก็อาจจะเลือกคุณหมอที่หนูอาจจะวางใจและจ่ายได้ ซึ่งอาจจะแพงกว่าก็ได้ถูกมั้ยคะ?" ทาง ร.พ. ก็ยังยืนยันว่านั่นแหละค่ะ เต้เข้าใจว่า น่าจะเป็นระบบแรนด้อมมั้งนะ เพราะจริงๆเต้กับป๊าคือไปห่างกันไม่ถึง 1 ชม. เลยอะ #โลกหมุนไปเร็วมากเลยพี่บัวลอย
#ที่สองคือ ร.พ. เกษมราษฎร์บางแค คือ ทาง พญาไท 3 น่ะแจ้งมาว่าเราสามารถเอาหมายเลขผู้ป่วยของม๊าไปตรวจฟรีได้ (แต่เค้าก็ไม่ได้ให้รายชื่อ รพ. ไรมานะ แค่บอกว่าเอาไปตรวจฟรีได้ทุก ร.พ. ) ทางเรานั้นก็เลือกไปใกล้บ้านนั่นคือ เกษมราษฎร์บางแค ก็คือ ปรากฎว่า ไม่ฟรี ค่าตรวจ 3,000 แต่หลังจากตอนนั้นป๊าตรวจเจอ เต้ไปตรวจต่อ ตอนแรกแจ้งว่าแม่ติด เค้าบอกว่าก็ 3,000 เพราะนโยบายคือ ถ้าไปตรวจต่อจากคนที่ติดที่ ร.พ. เดิม ถึงจะไม่เสีย เลยนึกขึ้นได้ว่า เออป๊ามาติดที่นี่นี่หว่า รอบนี้เต้เลยตรวจฟรีแบบไม่มีค่าผู้ป่วยนอก และค่าใช้จ่ายเท่ากัน ทั้งใน รพ. และการตรวจแบบ Drive-thru คือ ขับรถเข้าไปรับการปั่นตะหมูกแล้วกลับบ้านได้ เดาว่าเพราะไม่ได้พบแพทย์ ซึ่ง จริงๆ ตอนไปพญาไท 3 เต้ก็ไม่ได้อยากพบใครนะฮะ อยากปั่นตะหมูกแล้วกลับบ้านเลย เพราะไม่ได้เป็นอัลไลมาาาาาา T^T
#ที่สองครึ่ง คือ เกษมราษฎร์เหมือนกัน แต่ เกษมราษฎร์ประชาชื่น มีเพื่อนป๊าไปตรวจเพราะเค้าไปทานข้าวกับป๊ามา เอาเลขผู้ป่วยม๊าที่ป๊าให้ไปตรวจ ตรวจฟรี เอ้าเป็นงง เราเลยเอาเคสนี้ไปถามคุณเจ้าหน้าที่ที่ สาขา บางแค เจ้าหน้าที่ตอบว่า นโยบายของแต่ละสาขา ก็คือไม่เหมือนกัน โอเค ประมาณนี้นะคะ
1.2
#ตรวจแบบเป็นผู้เสี่ยงเฉยๆ --> ในร.พ.รัฐ อันนี้ถ้าแจ้งทาง ร.พ. มีทั้งพนักงานเราเดินทางไปตรวจเอง และ ลูกค้าเราไปตรวจ อาจเพราะเคสเราเป็นร้านที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จัก ก็ได้รับการตรวจฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายนะคะ เห็นมีลูกค้ารายนึงเคยเล่าให้ฟังว่า "อาการเข้าข่าย คุณหมอที่เจริญกรุงประชารักษ์ยังให้อยู่ดูอาการต่อด้วย ห้องเดี่ยว วิวแม่น้ำ และจบด้วยการเคลียร์แล้วว่า ไม่เป็นอะไร กลับบ้านได้" จากเคสนี้ หลังจากนาทีนั้น เต้แนะนำทุกคนให้ตรวจที่นี่เลยอะ ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยงอะ เริ่ดมากกกกก เผื่อถูกหวยว่าติดขึ้นมา ห้องที่อยู่ก็ยังมีเรือผ่านมาให้ได้เปลี่ยนวิวล่ะนะ กิกิ
#ตรวจแบบเป็นผู้เสี่ยงเฉยๆ --> ในร.พ.หรือหน่วยงานเอกชน ก็ตามแจ้งเลยค่ะ หาในกูเกิลได้ หลากหลายมาก ล่าสุด เต้เจอแบบ 850 บาท เดี๋ยวแปะที่แคปมาจากทวิตเตอร์ มีชาวทวิตเตี้ยนมารีวิวเอาไว้ในคอมเมนท์นะฮะ และ #ชุดตรวจแบบRapidTest เป็นการตรวจทื่อาจไม่ได้แม่นยำมากเหมือนที่แหย่ตะหมูก แต่ช่วยคัดกรองเบื้องต้นได้ ราคาที่เพื่อนน้องสาวเจอมาคือ 500 บาท ได้มาจากเพื่อนแม่เค้าอีกที อันนี้เต้ยังหาข้อมูลแบบที่หาซื้อง่ายไม่เจอในไทย ยังไงใครหาเจอมาแปะไว้ใต้คอมเมนท์ได้นะฮะ
1.3 #การตรวจที่ดูแลโดยกองควบคุมโรค อันนี้ตรวจฟรี เพราะเราโพสต์ปุ๊บ ทุกคนเลยเป็นกลุ่มเสี่ยงเลย ( #แต่สุดท้ายไม่มีใครติดนะคะสบายใจได้เล้ยยย) ที่ร้านนี่ วันนั้นเราได้ตรวจกัน20กว่าคน เจ้าหน้าที่น่ารักมาก โดยเฉพาะแพทย์และพยาบาล วันนั้นหลังจากมีการสอบถามเนื่องจากทุกคนกังวลมาก เลยถามถึงความแม่นยำของการตรวจที่เราจะได้รับในวันนั้น เราได้รับคำตอบที่ค่อนข้างจะอุ่นใจมากว่า "แม่นยำแน่นอน เค้าลงทุนกับเรามากๆ ชุดตรวจนี่คนละแปดพันเลยนะ" คือเอาจริงๆเต้ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรต้นทุนทางการแพทย์เลยฮะ ก็เข้าใจแบบชาวบ้านๆนะ ว่าของแพงน่าจะดี เอาเป็นว่าเราก็มั่นใจขึ้นเลย เพราะค่าตรวจเบอร์นี้ ต้องแม่นยำสิ ไม่แม่นไม่ไหวแน้วววว ใดใดก็ขอขอบพระคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะฮะ อ้อ วันนั้นเป็นวันที่ทำให้เพิ่งรู้ว่า #โควิดเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติด้วย เพราะมีพี่ทหาร 2 ท่าน เดินทางมาหาพร้อมกระดาษและปากกา ถามเพศและอายุม๊าด้วย แต่เห็นพี่เค้ายังไม่ได้อัพเดทเลยแจ้งว่า "พ่อหนูด้วยนะ" พี่เค้าก็เลยถามเพศและอายุป๊าไปด้วย (แต่ไม่ได้ถามชื่อนะ) สงสัยจะสืบจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเฉยๆ อันนี้ก็เดาอีก แต่ก็น่ะแหละ เป็นความรู้ใหม่ของเต้วันนั้นเลย ว่าเอ๊ออออ เราสำคัญจริมๆ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ดูแลอีกครั้งนะฮะ
2. #ถ้าเป็นแล้วต้องตรวจซ้ำมั้ยนะ?
#แล้วถ้าตรวจซ้ำต้องจ่ายค่าตรวจใหม่รึเปล่า?
ก็ขอแนะนำตรงนี้เลยว่า ถ้าไม่ได้เป็นที่รู้จักของคนมากมายนักดังเช่นม๊า ...
#ไม่ต้องไปตรวจซ้ำนะฮะ เพราะมีผลวิจัยที่เต้ตามอ่านทั้งภาคภาษาไทย และ อังกฤษ จากหลายๆที่มาที่เชื่อถือได้ (ไว้จะมาเขียนในวันอื่นนาจา) บอกว่า #หลังจาก10วันที่เชื้อฟักตัวแล้วจะไม่สามารถแพร่ไปสู่ใครได้อีก ผลการตรวจมันจะเหลือแค่ซากเชื้อ แต่ก็ยังจะเป็นบวกไปได้เรื่อยๆ สูงได้ 60วันไรงี้ แต่ประเด็นคือ เราอยู่ในประเทศที่ไม่ให้ความรู้เราเรื่องด้านที่ไม่น่ากลัวของมัน ให้แค่ข้อมูลว่ามียอดคนติดเชื้อเท่าไหร่ๆๆๆๆ มันก็ไม่แปลกนักที่จะโดนถามด้วยชุดคำถามที่ว่า "หายแล้วหรอ อ่อๆๆๆๆ แล้วผลเป็นลบยังอะ?" คือ เตงงงงง ถึงมันไม่ลบ แต่มันแพร่ไม่ได้แล้วเตง ผู้ติดเชื้อหลายร้อยหลายพันคนเค้าก็กลับไปใช้ชีวิตปกติแล้วววว ไม่ต้องคิดมากกกก มันโอเคเตง เก๊าไปหาอ่านวิจงวิจัยมาให้แล้วววว แต่ก็น่ะแหละ ม๊าก็อยากจะตรวจเรื่อยๆ เสียเงินไปเรื่อยๆ (ล่าสุดป๊าไป follow upที่เกษมราษฎร์บางแค ยังมีการแนะนำให้ตรวจซ้ำเพื่อความสบายใจ แต่3,000 ป๊าเลยไม่ตรวจ เพราะรู้แล้วว่าเชื้อไม่แพร่ ใช้ชีวิตปกติได้ จะตรวจทำไม แต่ถ้าบ้านเรายังเจอสังคมกดดันมากๆ ลูกๆก็จะขอให้ป๊าไปตรวจให้เจอลบนะ มันช่วยไม่ได้จริงๆ กับการที่พอคนรอบข้างรู้แล้วทำเหมือนเราเป็นปอบอะ แบบนี้ใครจะอยากบอกคนอื่น เห้ออ เหนื่อยใจ) ให้ทุกคนสบายใจจจจจจจจ ว่าเออเป็นลบแล้ว เพราะอธิบายมันจะยาวไป และอธิบายโดยเราเอง คนฟังเค้าอาจจะไม่ได้เชื่อเราขนาดนั้นล่ะมั้ง ก็ตามนู้น ทำไงได้ล่ะฮะ
3. #ถ้าเราแพนิคแบบไม่หยุด ในประเทศที่ยังไม่มีนโยบายตรวจฟรีจริงๆ นี่จะเป็นบ่อเกิดที่ทำให้เราต้องเสียเงินค่าตรวจ ไม่ว่าจะรูปแบบไหนไม่หยุดเช่นกัน ดังนั้นในเมื่อเรามีความรู้ตรงนี้แล้ว เราจะหายสงสัยว่าทำไมนโยบายหลักที่หน่วยงานเกี่ยวกับการแพทย์ทั่วโลกแนะนำ คือ การกักตัวเองที่บ้าน 14 วัน
เพราะ
#พ้น10วันไปแพร่เชื้อให้ใครไม่ได้อีก
#14วันยังไม่มีอาการแสดงว่าเชื้อไม่มีผลอะไรต่อร่างกายเรา
#การตรวจในคนไม่มีอาการคือการเสียเงินไปเรื่อยๆๆๆไม่มีวันสิ้นสุด
#กักตัวเองที่บ้านดีกว่ากักที่อื่นแน่นอน อย่างเช่นที่น้องสาวเราไปกักของรัฐ ก็ค่อนข้างจะเข้มมากๆ จนเครียดเลยแหละ ถึงมีข่าวว่ามีคนเครียดจากการกักตัวจนกระโดดตึกตาย สรุป ยังไม่ทันเป้นโควิดตาย กระโดดตึกตายซะก่อน .. หรือกักของเอกชน สภาพแวดล้อมดีกว่าหน่อย แต่ก็น่ะแหละค่ะ มันไม่ใช่บ้าน ทำอะไรก็ลำบาก ไม่สบายใจเท่าบ้านเรา ดังนั้นเป้นคนมีวินัยที่กักตัวที่บ้านก็คงจะดีที่สุด
#แต่ที่สำคัญกว่าใดใดคือ ถ้าเราไม่แพนิค ไม่ได้สัมผัสผู้ป่วยโดยตรง มั่นใจว่าเราดูแลตัวเองดีแล้วในระดับนึง คือ ล้างมือบ่อยๆ(20วินาทีได้จะเริ่ดมาก) พกสเปรย์หรือเจลแอลกอฮอล์ ใช้ทุกครั้งที่มีการสัมผัสอะไรร่วมกับผู้อื่น เช่น ที่กดลิฟท์ ราวบันได ลูกบิดประตู ก็จะได้ไม่ต้องไปกักตัวเอง 14 วัน เพราะความแพนิคของเราเองด้วย น่าจะดีกว่าน้าาาา เพราะอย่างเต้ตอนนี้คือใช้วิธีนี้อยู่ค่ะ เราผ่านเหตุการณ์มาขนาดนี้ ตรวจสามสี่ทียังไม่ติด เราเลยค่อนข้างมั่นใจว่า มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้เราเลือกแพนิคเกิน เพราะผลที่ตามมาจะมีแต่ค่าใช้จ่ายล้วนๆเลย
4. #มีค่าอื่นๆอีกมั้ย? #มีเป็นแบบไม่ใช่ตัวเงินฮะ เช่น การเป็น"อะไรซักอย่าง" ที่ทำให้คนรอบตัวเรา จะต้องคิดหนักหน่อยกับการมาสุงสิงอะไรกับเราต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องเล็กที่ใหญ่มาก เรื่องนี้ไม่เบลอใครเลย เราเบลมการที่สื่อส่วนมากก็ไปทางการให้ข่าวที่สร้างความแพนิคและตระหนกแก่ผู้คน มากกว่าการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อการกลับไปใช้ชีวิตที่มันควรจะปกติจริงๆ เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรอะ ซึ่งเรื่องพวกนี้มันไม่ใช่แค่ราคาที่ ผู้ติดเชื้อต้องจ่ายนะ แต่คนรอบตัวเราก็ต้องจ่ายด้วย เช่น การแพนิคมากๆ ทั้งที่อาจไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยงโดยตรง ก็ต้องไปหาตรวจเอง ซึ่งราคาก็ไม่ได้ถูกเลยไปอีก เต้ยังคิดอยู่เลยว่า ถ้าวันนึงเราไม่เจอเรื่องนี้เอง เราก็คงจะเป็นหนึ่งในแบบที่คนอื่นเป็นกับเราทุกวันนี้น่ะแหละ พอวันนี้เรามาเจอกับตัว เลยเป็นหนทางให้เราได้เรียนรู้อะไรเพิ่มมากมายน และใช้ช่องทางที่เรามีเป็นกระบอกเสียงให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ #เพราะอย่าลืมว่าถ้าสังคมเข้าใจ #คนที่อาการเข้าข่ายจริงๆแล้วกล้าไปตรวจกล้าเปิดเผยไทม์ไลน์จะมากขึ้น การเป็นเหมือนปอบประจำตำบล มันไม่ใช่สิ่งที่คนที่กล้าจะออกมาพูดควรได้รับรึเปล่า? แล้วเราจะต้องมาระแวงคนข้างๆกันไปมาอีกนานแค่ไหน? เพราะทุกวันนี้มันก็มีทั้ง #คนที่ไม่เป็นเพราะไม่ตรวจ และ #คนที่ไม่ตรวจเพราะไม่อยากเป็นนั่นแหละฮะ ดังนั้นเต้อยากให้เริ่มที่ตัวเรานะ หวังว่าจะเห็นสังคมที่ดีขึ้นไปด้วยกันนะฮะ สื่อใหญ่ๆไม่ทำ เราก็ทำกันเองฮะ
#ถามว่าทำไมโทษสื่อ? ก็ทุกคนเข้าถึงสื่อ และเป็นเหมือนสื่อ วันที่เต้โพสท์นี้ สองหมื่นสี่พันกว่าแชร์กรุบๆ พอแชร์ว่าไม่มีอะไรละ ทุกคนไม่มีใครติด เหลือแชร์อยู่หลักร้อย เหมือนแบบ ทุกคนก็เลือกจะเสพเฉพาะข่าวที่ทำให้หวาดกลัวด้วย สื่อก็หยิบเอาเฉพาะที่เป็นประเด็นด้วย เช้าวันนั้น มาทุกช่องเลย แต่ไม่มีใครมา follow up ว่า เออยังไง แล้วจากเหตุการณ์นี้มีคนเป็นอะไรมั้ย? สรุปสาระที่เป็นประโยชน์มากกว่าเลยไม่ได้รับการตีแผ่เท่าใดนัก เต้เลยมาเริ่มเองเนี่ยจ้า
เอาล่ะ วันนี้ขอจบเรื่อง Price to pay #ราคาที่ต้องจ่ายเมื่อเราสงสัยตัวเองว่าเป็นCovid-19 ก่อนนะฮะ
เต้เอง